
สารพันตำรวจ : เก็บตก...ทัวร์บุญกับ ตร.ทางหลวง
แม้จะมีข่าวคราวเกี่ยวกับตำรวจทางหลวงในแง่มุมที่ไม่ดีนัก แต่อีกมุมหนึ่งยังมีตำรวจทางหลวงดีๆ ทำกิจกรรมดีๆ ด้วยการนำมวลชนคนใจบุญนับพันชีวิต มุ่งหน้าทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ถวายเทียนเข้าพรรษา เครื่องไทยธรรม เพื่อเสริมดวงสร้างบารมีและเสริมสร้างจิตใจให้งดงาม ตา
โครงการ "เข้าวัดได้พระธรรม รถนำได้กุศล" ของกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว...รุ่งเช้าของการออกเดินทางแสวงบุญ พล.ต.ต.สมยศ พรหมนิ่ม ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) เดินทางมาเป็นขวัญและให้กำลังใจลูกน้อง ที่จะนำทัพมวลชนนับพันไปร่วมทำบุญ โดยนัดหมายกันที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ที่ใหญ่สุดในโลก
จากนั้นได้มอบหมายภารกิจให้ พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ รอง ผบก.ทล. เป็นแม่ทัพคอยดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้แก่นักบุญที่ร่วมเดินทางด้วยรถบัสคันใหญ่ทั้ง 21 คัน
ตลอดการเดินทางมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย พ.ต.อ.พินิต จะคอยโทรศัพท์และใช้วิทยุสื่อสาร ตรวจเช็กความเรียบร้อยตลอดเวลา ก่อนจะเข้าตัวเมืองนครสวรรค์รถบัสหมายเลขลักกี้นัมเบอร์ (13) เกิดเสียกลางคัน พ.ต.อ.พินิตต้องรีบบึ่งไปดูแลความเรียบร้อย ประสานเจ้าหน้าที่และคอยให้กำลังใจญาติโยม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหลายสิบชีวิตที่ทยอยลงจากรถ เพื่อรอรถบัสคันใหม่ที่มาสับเปลี่ยน กว่าจะถึงวัดแรกจึงช้ากว่ากำหนดไปราว 1 ชั่วโมง
สำหรับวันแรกของทัวร์บุญครั้งนี้เริ่มที่เมืองแม่หม้าย จ.อุตรดิตถ์ กับการไปแสวงบุญ 5 วัดของจังหวัด ได้แก่ วัดธรรมธิปไตย, วัดกลาง, วัดทองเหลือ อ.เมือง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ และวัดบรมธาตุทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
เพียงครึ่งทางบุญมวลชนคนใจกุศลก็ควักกระเป๋าร่วมบริจาคเงินทำบุญให้แต่ละวัดไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท เบ็ดเสร็จเป็นเงิน 606,009 บาท ตัวเลขสวยเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของคนไทย และกว่าจะเสร็จพิธีที่วัดสุดท้าย ทัวร์บุญย้อนกลับมาพักที่ จ.พิษณุโลก ที่อยู่ห่างออกมากว่า 100 กิโลเมตร กว่าทุกคนจะหัวถึงหมอนก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง ทว่ารุ่งขึ้นทุกคนก็ตื่นแต่เช้าด้วยหน้าตาแช่มชื่นเบิกบานและอิ่มเอิบกันถ้วนหน้า
วันที่สองซึ่งเป็นวันสุดท้ายของทัวร์บุญ 9 วัด ปักหลักอยู่ที่เมืองสองแคว จ.พิษณุโลก สำหรับวัดที่คณะทัวร์จะไปร่วมทำบุญ ได้แก่ วัดดอนทอง วัดบ้านป่า วัดราชบูรณะ อ.เมือง และวัดท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
วัดที่ 6 ของทัวร์บุญ 9 วัด คือวัดดอนทอง มีสิ่งที่ชาวบ้านเคารพศรัทธาและดึงดูดใจทัวร์บุญจากกรุงเทพฯ เป็นพิเศษนั่นคือ "ต้นยางนา" อายุ 600 ปี ที่พันผูกด้วยผ้าแพรหลากสี ต้นที่สูงตระหง่าน แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาแลดูสง่างาม ดึงดูดให้ทุกคนเข้าไปห้อมล้อม แม้บางคนอาจจะไม่ได้สนใจความยิ่งใหญ่ยาวนานของต้นยางนา แต่กลับเป็นรางวัลใหญ่ในงวดหน้าแทน (ฮา) !?!
มีหลายคนบรรจงประพรมแป้งผสมน้ำไปตามลำต้น พลางใช้นิ้วมือขัดถูๆ จนเป็นลวดลายต่างๆ นานาบ้างก็วาดฝันพรรณนาไปถึงเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว สุดแต่ใครจะจินตนาการ แม้แต่รองพินิตก็ยังอดใจเข้าร่วมไม่ได้ แต่เพ่งเท่าไรก็ยังไม่เห็นริ้วลายมังกรหรือเลขเด็ดที่มวลชนห้อมล้อมบอกกล่าวตีความกันไปต่างๆ นานา (ฮา ฮา)
เมื่อทำบุญครบทั้ง 4 วัดแล้ว รวมยอดบริจาคได้ 634,158 บาท ซึ่งสูงกว่าวันแรกอาจเป็นเพราะมวลชนใจบุญต้องมนต์เสน่ห์ "แหล่เติมบุญ" จากศิลปินชั้นครู "ชินกร ไกรลาศ" คนบ้านเดียวกันกับ พ.ต.อ.พินิต แต่มาได้ดิบได้ดีเป็นเขยเมืองพิษณุโลก
โดยเฉพาะวัดสุดท้ายวัดราชบูรณะ ครูชินกรแหล่เติมบุญโชว์ลูกคอกับบทเพลงยอยศพระลอและผู้ชนะสิบทิศ ฯลฯ ทำเอาแม่ยกใจบุญเคลิบเคลิ้ม ช่วยกันเติมบุญอย่างสนุกสนาน ยอดบริจาควัดสุดท้ายจึงพุ่งจนเกือบแตะ 2.5 แสนบาท รวมยอดบริจาคทั้ง 9 วัด 1,240,167 บาท
เสร็จสิ้นงานบุญ 9 วัด คราวนี้มวลชนใจบุญ ต่างหอบบุญกุศลกลับบ้านจนล้นหัวใจ แถมมีของฝากจากตำรวจทางหลวงเป็นขวดน้ำมนต์เล็กๆ จากทั้ง 9 วัด เพื่อเป็นสิริมงคลด้วย



