ข่าว

"ปณิธาน"เผยรบ.อาจคงพรก.ฉุกเฉินยาวถึงสิ้นปี

"ปณิธาน"เผยรบ.อาจคงพรก.ฉุกเฉินยาวถึงสิ้นปี

23 ก.ค. 2553

"นายกฯ"ส่อลากยาว"พรก.ฉุกเฉิน"“ถึงสิ้นปี ”กทม.-ปริมณฑล"ไร้แววยกเลิก “โฆษกรัฐ”วอน“บอร์ดปฎิรูป “เลิกไม่ได้ เพราะยังมีข่าวลอบสังหารผู้นำ เชื่อ “อานันท์”เข้าใจ ถ้าบ้านเมืองไม่สงบก็ปรองดองไม่ได้

(23ก.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเรียกข้องของคณะกรรมการปฎิรูปประเทศที่ให้ยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า รัฐบาลเองก็มีแนวโน้มที่จะลดพื้นที่การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่แล้ว ขณะนี้ก็เลิกไป 8 จังหวัดแล้ว และอีกหลายจังหวัดอยู่ในข่ายที่รอจะยกเลิก ยกเว้นกทม.และปริมณฑล ยังไม่มีการพิจารณา

 ทั้งนี้เงื่อนไขที่จะยกเลิกหรือไม่ มี 7 ประการ อาทิ มีการชุมนุมทางการเมืองที่มีแนวโน้มไปสู่ความรุนแรงขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีการใช้สื่อวิทยุชุมชน เคเบิ้ลทีวีปลุกระดมสร้างความแตกแยกอยู่หรือไม่ มีความเคลื่อนไหวนอกประเทศเพื่อให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างประเทศ รวมทั้งยังมีการระดมอาวุธสงคราม รวมทั้งการข่มขู่ลอบทำร้ายบุคคลสำคัญของประเทศ หากสถานการณ์เหล่านี้เข้าสู่ความปกติรัฐบาลก็พร้อมจะยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที โดยนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำหลายครั้งว่าไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินจนเสพติด หรือเคยชิน

 “ นายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่าก่อนสิ้นปีจะต้องยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งประเทศอย่างแน่นอน และแนวโน้มก็คือลดพื้นที่ ไปเรื่อยๆ แต่ไม่อยากจะเลิกแล้วกลับมาประกาศใหม่ เชื่อว่าคณะกรรมการปฎิรูปจะเข้าใจในความจำเป็นของรัฐบาล เพราะการปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าบ้านเมืองยังไม่เกิดความสงบหรือยังมีการชุมนุมที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ดังนั้นทั้งรัฐบาลและคณะกรรมการปฎิรูปต้องหาจุดสมดุลให้ได้แล้วเดินไปพร้อมกันระหว่างความมั่นคง และการปรองดอง ” โฆษกรัฐบาล กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หน่วยงานความมั่นคงอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอต้องการให้คงพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อตามจับกุมแกนนำที่ยังหลบหนีอยู่หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า เท่าที่ได้รับทราบจากดีเอสไอพบว่าขณะนี้มีคดีที่เกี่ยวพันกับความรุนแรง 200 คดี มีผู้ต้องหาประมาณ 300 คน ส่วนใหญ่ได้ตัวหมดแล้วไม่น่าจะมีการไล่ล่าเพิ่มเติมอีกสถานการณ์ในจุดนี้เข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้ว

 นายปณิธาน กล่าวถึงการออกสมุดปกขาวของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ทราบว่าเร็วๆนี้ทางกระทรวงจะเชิญองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับสากลเข้าฟังการชี้แจงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นอกจากนี้องค์กรเหล่านี้จะไปพบกับคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ซึ่งรัฐบาลก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะได้ทำความเข้าใจกับต่างชาติ