
มิ่งขวัญลั่นพร้อมเป็นนายกฯแต่ไม่เป็นหัวหน้าพรรค
มิ่งขวัญ สยบข่าวเกาเหลาแย่งหน.พท. ยันไม่ใช่นักรบห้องแอร์ ลั่นพร้อมเป็นนายกฯแต่ไม่เป็นหัวหน้าพรรค แจงไม่มีปัญหากับ"เฉลิม"
(23ก.ค.) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ที่มีข่าวว่าตนเองได้จับมือกับนายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสานกับแหล่งทุนคนหนึ่ง เพื่อที่เตรียมตัวเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่วิธีคิดของตน เพราะหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันคือนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ และมีกรรมการบริหารพรรคทำงานอยู่แล้ว ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอยู่แล้ว
ส่วนที่ว่าส.ส.จะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารอย่างไร ถ้าหัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นส.ส. ซึ่งหารือทางออกคือ เราจะตั้งคณะกรรมการส.ส. โดยหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคก็ทำหน้าที่ไป ส่วนกลุ่มส.ส.ก็ทำหน้าที่ระดมสมองและตัดสินใจทางการเมืองต่างๆ อยากอธิบายให้ชัดเจนว่าในระบอบประชาธิปไตย หลายๆประเทศ หัวหน้าพรรคกับแคนดิเดตผู้เป็นนายกฯหรือประธานาธิบดี เป็นคนละคนกัน เห็นได้จาก นายบารัค โอบามา ก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค เช่นเดียกันกับพรรคเพื่อไทยเมื่อถึงเวลาเลือกนายกฯ เสียงคนในพรรค เสียงส.ส.ว่าอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น
นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ที่มีข่าวว่าตนได้ประเมินสถานการณ์และฟันธงว่ารัฐบาลจะยุบสภาในเดือนสิงหาคมนั้น ต้องบอกว่าถ้าเป็นสไตล์ของตนตัวจริงต้องชัดเจน ฟันธงว่าเป็นไปได้ยาก เพราะรัฐบาลจะเปิดสมัยประชุมสภาในเดือนสิงหาคม ซึ่งรัฐบาลจะต้องผ่านพ.ร.บ.งบประมาณปี 54 จะต้องมีการโยกย้ายข้าราชการทหาร ตำรวจ อธิบดี ปลัดกระทรวง รวมทั้งตำแหน่งอื่นๆอีก ซึ่งรัฐบาลจะต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้เสร็จภายในเดือนกันยายน และรัฐบาลต้องดูบรรยากาศทางการเมืองเป็นอย่างไร คิดว่าคงไม่ใช่เดือนสิงหาคมอย่างที่เป็นข่าว ซึ่งอาจเป็นข่าวที่ถ่ายทอดมาหลายขั้นตอน คงเข้าใจผิด อย่างไรก็ตามอาจมีคำถามว่าเป็นไปได้ไหม หากงบประมาณไม่ผ่านฯ นายกฯ อาจต้องลาออกหรือไม่ก็ยุบสภาฯ ส่วนเรื่องการดำเนินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์เป็นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ แต่เงื่อนไขทางการเมือง สภาพแวดล้อมทางสังคมต่างๆ ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
นายมิ่งขวัญ กล่าวีอกว่า นอกจากนี้ยังมีข่าวอีกว่าตนฟันธงว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส. 270 เสียงนั้น ตามการสัมมนาส.ส.ทุกภาค ตัวเลขที่นำเสนอกับคำถามว่าถ้ามีการเลือกตั้งคิดว่าพรรคเพื่อไทยได้กี่เสียง ก็ทำเป็นโมเดลกัน 150 170 200 250 ไปถึง 270 ซึ่งทุกคนก็อยากได้คะแนนเยอะที่สุดเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นทุกพรรคงมีความใฝ่ฝัน อยากได้คะแนนเยอะเป็นธรรมดา เพราะจะเป็นรัฐบาลที่แข็งแรง เป็นรัฐบาลพรรคเดียว หรือมีพรรคร่วมน้อย ก็สามารถบริหารงานได้คล่อง บริหารประเทศได้ดี ซึ่งสิ่งที่ผมได้ประเมินไว้สำหรับพรรคเพื่อไทยคือ 250 เสียงขึ้นไป โดยถ้าอยากให้ได้ตามนั้นส.ส.ทุกคนต้องทำงานหนัก ถึงเวลาแล้วที่ส.ส.ทุกคนต้องลงพื้นที่ พบปะพี่น้องประชาชน เพราะอย่างที่ตนบอกว่ายังมีอุบัติเหตที่อาจจะเกิดขึ้นกับรัฐบาล
เมื่อถามว่าพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่มีสิทธิที่จะเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ถ้าเสียงส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรค บอกว่าจะเลือกตนเป็นแคนดิเดทและชูเป็นนายกฯในการเลือกตั้ง ตนก็พร้อมและยินดี
เมื่อถามว่าคิดว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองตอนนี้ต้องทำอย่างไร นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ใครมีหน้าที่ทำอะไรก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป ร่วมกันทำให้เกิดความสามัคคี ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าที่ผ่านมาตัวทำเป็นนักรบห้องแอร์ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้าสู่การเมือง ทำงานหลายอย่าง หลายคนบอกเป็นนักประชาสัมพันธ์ การตลาด โฆษณา แต่ผมเป็นนักยุทธศาสตร์ ก็ต้องเก็บข้อมูล นั่งในห้องแอร์เฉยๆ คงไม่ได้ราคาข้าวเปลือก 1.4 หมื่นต่อตัน ซึ่งคุยมาก่อนสมัครเป็นส.ส.พลังประชาชน ว่าราคาผลิตผลทางการเกษตรเป็นอย่างไร แต่ที่ไม่ออกมาพูดเพราะอยากให้รัฐบาลทำงานให้เต็มที่ก่อน และยังไม่ถึงเวลาที่จะพูด
เมื่อถามว่าความสัมพันธ์กับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.เป็นอย่างไร นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ก็เป็นคนดี เป็นส.ส.ที่ดี ไม่มีอะไรกันไม่ได้ทะเลาะกัน วันก่อนยังไล่กอดตนอยู่เลย
เมื่อถามว่ามีส.ส.อยากให้มีบทบาทต่อสาธารณชนให้มากกว่านี้ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า เมื่อสถานภาพเปลี่ยน รัฐบาลเปลี่ยน เมื่อเป็นพรรคฝ่ายค้าน ก็อยากให้รัฐบาลโดยนายกฯทำงานได้เต็มที่ก่อน เมื่อทำงานไปสักพัก ค่อยว่ากัน ก็อยากให้รัฐบาลทำงานก่อน ส่วนสำเร็จหรือไม่ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ส่วนตนนั้นคงยังไม่ใช่เวลาที่จะออกมาพูดอะไร
เมื่อถามว่าประเมินว่ารัฐบาลจะยุบสภาเมื่อไหร่ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า อย่างที่ตนได้บอกไปแล้วว่าคงเป็นหลังเดือนกันยายนค่อยมาว่าเรื่องนี้กันอีกครั้ง แต่อย่างที่ตนบอกคือรัฐบาลอาจเจออุบัติเหตุทางการเมืองก็ได้



