ข่าว

มาร์คจี้แก้ปัญหาบ่อขยะสระบุรีเบตเตอร์ยันไม่กระทบ

มาร์คจี้แก้ปัญหาบ่อขยะสระบุรีเบตเตอร์ยันไม่กระทบ

23 ก.ค. 2553

"นายกฯ" สั่งก.อุต-สธ. ช่วยแก้ปัญหาบ่อขยะสระบุรี ย้ำที่ผ่านมาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลแล้ว “ซีอีโอเบตเตอร์” งัดคำสั่งศาล – ผลสอบของหน่วยงานรัฐ ยืนยันบ่อกำจัดขยะ สระบุรี ยัน ไม่ก่อมลพิษให้ชาวบ้าน ระบุที่ผ่านมาเปิดศูนย์ให้ภาครัฐและสื่อม

ตามที่ชาวบ้าน ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี   เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  เพื่อขอให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นจากการฝังกลบกากขยะอุตสาหกรรมของบริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน)  ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่หลายด้านเมื่อวันที่ 22 ก.ค. โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวกับผู้มาร้องเรียนว่า ในเรื่องปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ตนได้สั่งการไปแล้ว

 นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ทั้งได้ย้ำในที่ประชุมครม.และเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนการรายงานของแต่ละกระทรวงนั้น ก็มีการรายงานว่าโครงการดังกล่าวมีปัญหา ซึ่งตนได้สั่งการไปว่าทุกอย่างต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้กำชับว่า ถ้ามีรายงานที่สามารถจะใช้อำนาจทางกฎหมาย เพื่อแก้ไขได้ก็ให้ดำเนินการ และที่ผ่านมา 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีกระทรวงไหนที่จะสามารถยืนยันว่าจะสามารรถใช้อำนาจตรงนั้นได้ ตนก็ให้ไปดูตลอดเวลา ล่าสุดก็คิดว่าจะให้รวมปัญหาทั้งหมดส่งไปที่กระทรวงอุตสาหกรรมที่มีรมว.คนใหม่ และอยากจะให้พบ เพราะเพื่อที่จะรายงานรายละเอียดอีกครั้ง ที่ผ่านมาตนติดตามเรื่องนี้มาตลอด และพยายามแก้ไขอยู่

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าจากนั้นทั้งนายกรัฐมนตรีและนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้เชิญตัวแทนชาวบ้านจำนวน 3 คนให้ไปรอ เพื่อพบกับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม และนายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฐ์ รมว.สาธารณสุข ภายในที่ทำการพรรค เพื่อเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว

 เมื่อวันที่  23  ก.ค.  นายสุวัฒน์ เหลืองวิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีนฯ  ออกมายืนยันถึงการดำเนินการของบริษัทว่า  ไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับชาวบ้านตามที่มีการเรียกร้อง  เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐกว่า 20 หน่วยงาน ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง  ตามมีกลุ่มบุคคลเข้าร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง  จนนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กระทรวงสาธารณสุข  และกระทรวงอุตสากรรม  ลงพื้นที่ตรวจสอบ  ซึ่งผลสรุปของทั้ง 3 กระทรวง ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ และไม่พบกลิ่นกระจายออกนอกบริเวณพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยด้วย

 “ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า  ปัจจุบันบ่อกำจัดขยะในจังหวัดสระบุรีไม่ได้ก่อผลกระทบต่อสุขภาพของราษฎรตามที่มีการร้องเรียน และไม่ได้รับคำสั่งให้ปรับปรุงหรือแก้ไขแต่อย่างใด  ตลอดระยะเวลาบริษัทปฏิบัติตามมาตรการการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามที่ระบุไว้ใน EIA อย่างต่อเนื่อง” นายสุวัฒน์  กล่าว  

 นอกจากนี้  นายสุวัฒน์  ยังนำคำพิพากษาของศาลปกครองกลางมายืนยันด้วยว่า ศาลได้พิพากษายกฟ้องคดีที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันฟ้องขอให้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานรับฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่อันตรายและที่เป็นอันตราย และให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้กับราษฎรที่เดือดร้อน 

 นอกจากนี้  ศาลปกครองกลางยังมีคำสั่ง ยกคำขอกําหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดี  ที่ขอให้ยุติการดำเนินการบ่อฝังกลบไว้เป็นการชั่วคราว  เนื่องจากยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่แน่ชัดว่าผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม  ตลอดจนการระบุถึงคำสั่งศาลจังหวัดสระบุรี  ที่พิพากษายกฟ้องในคดีที่ผู้ฟ้องกล่าวหาบริษัทและกรรมการ ร่วมกันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่  เนื่องจากเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทประกอบกิจการ โดยได้ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 อย่างเคร่งครัด มีการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทเป็นประจำและสม่ำเสมอ       

        “ที่ผ่านมา  นอกจากบริษัทจะเปิดศูนย์ให้หน่วยงานภาครัฐ ได้เข้ามาตรวจสอบ และพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังได้เปิดศูนย์ฯ ให้กับทั้งสื่อมวลชน และผู้ถือหุ้นได้เข้าพิสูจน์ข้อเท็จจริง ในลักษณะเดียวกันกันด้วย ซึ่งที่ผ่านมาทุกฝ่ายก็เข้าใจ และเห็นถึงความโปร่งใส และความตั้งใจจริงในการประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามเกณฑ์ของกรมโรงงานอย่างเคร่งครัด  และพยายามปรับปรุงและพัฒนาการประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล" นายสุวัฒน์ กล่าว