
ดีเอสไอรวบ"กบ"คู่ซื้"หรั่ง"ยันตัวจริง
ดีเอสไอรวบ"กบ"คู่ซื้"หรั่ง"ได้แล้ว ยันตัวจริงเตรียมรายงาน"ศอฉ."เย็นนี้ ด้านผู้ต้องหาให้การภาคเสธ แต่ยอมรับศรัทธาเสธ.แดง และเคยเข้าร่วมรับฟังการวางแผนของชายชุดดำ ย้ำไม่เคยร่วมขบวนก่อการร้าย
(23ก.ค.) แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ยืนยันว่า จากการประสานงานการสืบสวนร่วมกันระหว่างดีเอสไอกับกองทัพบก ทำให้สามารถจับกุมตัว ส.ต.รชต หรือกบ วงศ์ยอด ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย คู่ซี้นายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ กลุ่มลูกน้องคนสนิทพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดงได้แล้ว โดยผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของดีเอสไอ ภายในห้องควบคุมชั้น 6 ดีเอสไอ เพื่อสอบสวนขยายผลในคดีก่อการร้าย ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นนายกบตัวจริง ไม่ใช่คนที่มีชื่อ-สกุลซ้ำกัน โดยเบื้องต้นจะรายงานข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ในเย็นวันนี้(23 ก.ค.) เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นกำลังพลประจำการที่กองพลทหารราบที่ 15 อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ส.ต.รชต ยังคงให้การภาคเสธ อ้างว่าถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจ3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้าย การยิงเอ็ม 79 แต่ยอมรับเพียงว่าเคยเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง และมีความชื่นชอบศรัทธาในอุดมการณ์ของเสธ.แดง ที่ผ่านมามีส่วนได้รับฟังการวางแผนของชุดกองกำลังชายชุดดำเพื่อตอบโต้ฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่เคยเข้าไปร่วมก่อเหตุในคดีอุกฉกรรจ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอพร้อมเจ้าหน้าที่ศอฉ.ขึ้นฮ.จากกทม.ไปรับ ส.ท.รชต วงค์ยอด ที่ค่ายทหาร จ.เพชรบุรี โดยขณะนี้ ส.ท.รชต ได้รวบรวมเอกสารต่างๆที่ผู้บังคับบัญชาเซ็นรับรอง ในช่วงที่เกิดเหตุก่อความไม่สงบใน กทม.โดย ส.ท รชต ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภาคใต้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำอยู่ในค่ายทหาร โดยมีนายทหารพระธรรมนูญ ร่วมรับฟังการสอบสวน โดยคาดว่าภายในวันนี้น่าจะนำตัวมายังศอฉ.
อย่างไรก็ตาม ส.ท.รชต. เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกกลัวมาก โดยเมื่อวานผู้บังคับบัญชาบอกให้เตรียมตัวขึ้นฮ.ไปกทม.ให้ใส่ชุดพล เรือนไม่ใส่ชุดทหาร เหมือนกับว่าจะไม่มีนายทหารพระธรรมนูญติดตามไปด้วย ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจ แต่ปรากฏว่าทางดีเอสไอ ได้โทรมาแจ้งว่าไม่สามารถนำฮ.ขึ้นได้เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดีจึงเลื่อนมาเป็นวันนี้ โดยเมื่อคืนตนต้องอยู่ในความดูแลของนายทหารตลอด เนื่องจากผู้บังคับบัญกลัวว่าจะเครียดและคิดฆ่าตัวตาย
ส.ท.รชต กล่าวว่า ยอมรับว่าเครียดมาก แต่ไม่กังวลมาก เพราะไม่ใช่ผู้ก่อเหตุและมีหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมเสื้อแดง จึงอยากขอความเป็นธรรมกับทุกคนให้สืบสวนสอบสวนคดีนี้อย่างบริสุทใจซึ่งวันนี้ก็รู้สึกความกังวลใจลดน้อยลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ สอบปากคำดูแลอย่างดี อีกอย่างผู้บังคับบัญชาก็มีการนำนายทหารพระธรรมนูญ พร้อมทนายความมาดูแล
"ที่ผมเป็นที่ห่วงคือแม่ของผมที่อายุกว่า 80 ปีที่อยู่ จ.ฉะเชิงเทรา และพี่ชายที่เป็นโรคทางสมอง(ปัญญาอ่อน )ไม่มีคนดูแลเพราะปกติผมจะเป็นผู้ดูแลส่งเงินเลี้ยงดูตลอด เพราะพ่อผมก็เสียชีวิตไปแล้ว เหลือแต่แม่กับพี่ชาย จึงอยากขอความเป็นธรรมเพราะผมก็ไม่ได้คิดหนีไปไหน ตั้งแต่เกิดเรื่องผมอยู่ในค่ายทหารที่ภาคใต้ตลอด กระทั่งมีหมายจับออกหมา จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และเอกสารต่างๆเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ยังเห็นใจและช่วยเหลือและอยากให้ติดตามข่าว เพราะผมกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นกับผม และขอสบานต่อหน้าสิอ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายว่าทั้งหมดทั้งปวงผมไม่รู้เรื่องจริงๆ " ส.ท.รชตะ กล่าว
ส.ท.รชตะ กล่าวอีกว่า ไม่เข้าใจการออกหมายจับของดีเอสไอที่มีข้อน่าสงสัยตนเป็นทหารอยู่ในค่ายมียศตำแหน่ง แต่หมายจับระบุชื่อเป็นพลเรือน และชื่อเล่นก็ต่างกัน ตนชื่อ"ป๊อด" แต่ในหมายจับเป็นชื่อ"กบ"และหากดีเอสไอ มั่นใจว่าเป็นตนจริงทำไมไม่มีใครมาติดตามที่บ้านหรือที่ค่ายทหารต้นสังกัด โดยครั้งแรกคิดว่าอาจจะเป็นชื่อซ้ำกัน กระทั่งมาเห็นมีรูปออกมาทางสื่อ จึงรู้ว่าเป็นตน และบอกตามตรงว่ารู้สึกกลัวมาก จึงตัดสินใจเปิดเผยความจริงผ่านสื่อมวลชน ซึ่งก็ได้รับความช่วยเหลือจากสื่อเป็นอย่างดี



