
ชี้ขาดบ้านล้อมรั้ว
ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 6 เดินมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว บรรดาผู้สมัครจาก 2 พรรคใหญ่ ระหว่างพรรคการเมืองเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ต่างโหมลงพื้นที่กันอย่างหนัก โดยฟากฝั่งของ ปชป. "พนิช วิกิตเศรษฐ์" ผู้สมัครหมายเลข 1
ได้เหล่าผู้บริหารของพรรค รวมถึงนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาช่วยเดินหาเสียงแบบทำเซอร์ไพรส์โดยไม่บอกล่วงหน้า แม้จะมาช่วยในช่วงโค้งสุดท้ายแล้วก็ตาม ขณะที่คู่แข่งอย่าง พท. ที่จับเอาผู้ต้องหาอย่าง "ก่อแก้ว พิกุลทอง" ผู้สมัครหมายเลข 4 มาเรียกคะแนนสงสาร แม้จะออกมาหาเสียงด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ทางพรรคได้งัดกลยุทธ์อัดคลิปเสียงของเจ้าตัวเอง มาใช้โกยคะแนน
หากจะวัดกระแสของผู้สมัครทั้ง 2 รายนี้ ในพื้นที่ 4 เขตการเลือกตั้ง ที่ประกอบด้วย คลองสามวา คันนายาว บึงกุ่ม และหนองจอก จะพบว่าแต่ไหนแต่ไร พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานเสียงเดิมของ "พรรค พท." โดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กุมบังเหียนอยู่ แต่หลังจากยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกยึดอำนาจและมีคดีติดตัว จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ "เผาเมือง" ก็ทำให้กระแสของ พท.ตกต่ำลง ที่ชัดเจนคือ ปรากฏการณ์เลือกตั้ง ส.ข. 14 เขต เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่พรรค ปชป.สามารถช่วงชิงที่นั่งแบบยกทีมได้ถึง 10 เขต ทั้งที่แต่เดิมเมื่อการเลือกตั้ง 4 ปีที่แล้ว ปชป.ชนะยกทีมเพียง 4 เขตเท่านั้น
โดยในเขตบึงกุ่ม และคลองสามวา ปชป.ชนะแบบคะแนนห่างกว่า 6,000 คะแนน ขณะที่เขตคันนายาว มี ส.ก.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เด็กในคาถาของคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นเจ้าของพื้นที่ และทีมงาน ส.ข.ครองพื้นที่มายาวนาว โดยผลเลือกตั้ง ส.ข.เดิมก่อนหน้านี้ มีคะแนนนำผู้สมัครจาก ปชป. 1 หมื่นกว่าคะแนน แต่ปรากฏว่าเลือกตั้ง ส.ข.ที่ผ่านมาล่าสุด พท.ยังคงครองพื้นที่ได้อยู่แต่ผลคะแนนที่ออกมาชนะทีม ปชป.เพียง 3,000 คะแนนเท่านั้น ส่วนเขตหนองจอก จะมีการเลือกตั้งพร้อมกับ ส.ก. ในวันที่ 29 สิงหาคมที่จะถึงนี้
จากการวิเคราะห์ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะอดีต ผอ.การเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ มองว่า จุดชี้ขาดที่ทำให้ผลการเลือกตั้ง ส.ข.ออกมาแบบ ปชป.ชนะถล่มทลายนั้น มาจากกลุ่มคนจากบ้านจัดสรรที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตคองสามวา และคันนายาว ที่ในพื้นที่เองมีโครงการบ้านจัดสรรผุดขึ้นเหมือนกับดอกเห็ด ทั้งนี้ข้อมูลจากสำนักงานเขตคลองสามวา พบว่า หลังจากที่มีการแบ่งเขตออกมาเมื่อปี 2541 จนถึงปัจจุบันมีการขยายตัวของโครงการบ้านจัดสรรเข้ามาในพื้นที่ จนกระทั่งในปีนี้ มีหมู่บ้านจัดสรรขึ้นใหม่กว่า 5,000 ยูนิต มียอดผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรรเพิ่มเป็น 1.5 แสนคน จากเดิมที่มีเพียง 8 หมื่นคนเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้งของเขตนี้มี 1.11 แสนคน
ส่วนเขตคันนายาว ก็เป็นอีกเขตหนึ่งมีประชากรจากหมู่บ้านจัดสรรเพิ่มมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้มีข้อมูลว่า เฉลี่ยแล้วในแต่ละปีพื้นที่เขตคันนายาวมีประชากรจากหมู่บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 คน โดยปัจจุบันมีบ้านเรือนอยู่ 31,119 หลังคาเรือน ซึ่งรวมทั้งหมู่บ้านจัดสรรทั้งเก่าและใหม่ มียอดประชากรทั้งสิ้น 85,844 คน ขณะที่ยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 61,950 คน ส่วนอีก 2 เขต บึงกุ่มและหนองจอก แม้ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาวบ้านดั้งเดิมที่มีอาชีพทำเกษตรกรรม แต่พื้นที่ดังกล่าวก็เป็นพื้นที่ของคนมุสลิมที่ ปชป.สามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว
ทั้งนี้ทั้งนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มองว่า กลุ่มคนที่อาศัยบ้านจัดสรร ล้วนเป็นชนชั้นกลาง หรือกลุ่มคนทำงาน ซึ่งจุดนี้เองทำให้พรรคประชาธิปัตย์ จะชนะเลือกตั้งให้ได้ต้องเจาะให้ถึงกลุ่มคนเหล่านี้เพราะผลคะแนนจะมาจากกลุ่มคนบ้านจัดสรรนั่นเอง ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทย ก็ทราบดีว่าที่แพ้เลือกตั้ง ส.ข. 14 เขต มาจากคะแนนของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิจากกลุ่มคนบ้านจัดสรรนั่นเอง
เหตุผลอีกประการที่ทำให้พรรคเพื่อไทยเอง ไม่สามารถปักธงในพื้นที่เก่าของพรรคตัวเองได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ถูก ศอฉ.ไล่ล่าตัดท่อน้ำเลี้ยงบรรดาบุคคลที่ใกล้ชิดพรรคเพื่อไทย จนทำให้กระสุนดินดำที่เคยหว่านลงในพื้นที่เหมือนการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมาไปไม่ถึงพื้นที่ ทำให้คะแนนจัดตั้งของพรรคก็หายลงไปด้วย สิ่งนี้เองส่งผลให้การเลือกตั้ง ส.ข. 14 เขตที่ผ่านมาเกิดการพลิกล็อกขึ้นอย่างที่เห็น
หากสมมติฐานที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตั้งไว้ว่า คนบ้านจัดสรรสามารถชี้ชะตาการเลือกตั้งสนามท้องถิ่น ส.ข. ส.ก.ใน กทม. ได้ ก็สามารถนำมาชี้วัดฐานเสียงของพรรคการเมืองในสนามเลือกตั้ง ส.ส.ได้เช่นกัน ดังนั้นจึงเชื่อว่าโอกาสคว้าเก้าอี้ ส.ส.เขต 6 นี้ น่าจะเป็นของพรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง
จีรวรรณ ประสมทรัพย์



