
ศึกชิงบัลลังก์ 'สีกากี'
นานเกือบจะเป็นปีแล้วที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไร้ผู้นำที่แท้จริง นับตั้งแต่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ โดนมรสุมการใช้กำลังสลายการชุมนุม 7 ตุลา 51 และเกษียณอายุราชการไปเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว ?!!
ช่วงนั้นแคนดิเดตที่ถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งมีอยู่ 3 คน คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา สบ 10 พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร.
โดยเฉพาะ พล.ต.อ.วิเชียรนั้นถือว่าชื่อชั้นเทียบขั้นได้เลย ช่วงที่ พล.ต.อ.พัชรวาทถูกขย่มบัลลังก์จนต้องลาไปราชการที่เมืองจีน 10 วัน เขาได้รับการแต่งตั้งให้นั่งรักษาการ ผบ.ตร.มาแล้ว
ทว่าเอาเข้าจริง พล.ต.อ.วิเชียรก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน คู่ต่อสู้ที่แท้จริงถูกโฟกัสไปที่ พล.ต.อ.ปทีป กับ พล.ต.อ.จุมพล แทน
พล.ต.อ.ปทีปนั้นว่ากันว่าถูกอกถูกใจฝ่ายการเมืองอย่างนายกฯ อภิสิทธิ์ค่อนข้างมาก ในฐานะที่เติบโตมากับฝ่ายบริหารและเป็นคนพูดง่าย ฟังง่าย จึงไม่น่าจะสร้างปัญหาให้ในอนาคต ตรงกันข้ามกับ พล.ต.อ.จุมพลที่ยังมีร่างเงาของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ติดตัวมาตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในยุครัฐบาลทักษิณ
แต่แล้วความไม่เด็ดขาดของนายกฯ อภิสิทธิ์ หรือจะเกิดจากปัญหาอะไรก็ตามแต่ สุดท้ายการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ก็คาราคาซังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อภิสิทธิ์ทำได้ดีที่สุดแค่ตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ขึ้นมานั่งรักษาการ ผบ.ตร.เป็นการขัดตาทัพในช่วงที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้
เรื่องนี้เป็นหนามยอกอกนายกฯ อภิสิทธิ์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาถูกโจมตีถึงภาวะผู้นำที่แสดงออกในการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเวลาผ่านไปเกือบจะครบปี แคนดิเดตคนเก่าตัวกลั่นนับวันจะนั่งรอเวลาเกษียณอายุราชการ
แต่แล้วจู่ๆ นายกรัฐมนตรีก็ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร.เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำนองว่า จะประชุมคัดเลือก ผบ.ตร.ได้เรียบร้อยภายในเดือนหน้า ?!!
แค่คำพูดเพียงไม่กี่คำ แต่เหมือนการส่งสัญญาณไปถึง สตช.ให้เกิดความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก เหมือนยักษ์ที่ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
คนสีกากีเริ่มโฟกัสไปยังบรรดารอง ผบ.ตร.ทั้ง 8 คน และที่ปรึกษา สบ 10 เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.อีก 3 คน ทว่าในจำนวนนี้มีผู้โดดเด่นและมีแนวโน้มก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
อย่างไรก็ดีมีคำถามตามมาว่า นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง "สุเทพ เทือกสุบรรณ" จะแต่งตั้ง ผบ.ตร.โดยเลือกเอาโผเดิมแล้วไปสิ้นสุดปีงบประมาณในเดือนตุลาคม หรือว่าจะพิจารณาเลยไปถึงปีงบประมาณใหม่ไปเลย
ถ้าเลือกกรณีแรกและเลือกจากแคนดิเดตโผเดิม หมายถึง ผบ.ตร.คนใหม่จะมีเวลานั่งอยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 2 เดือน หรือสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2553 ซึ่งในกรณีนี้ก็ไม่น่าจะมีเหตุอะไรให้พลิกผันไปจาก พล.ต.อ.ปทีป ตามที่นายกรัฐมนตรีมุ่งมั่นมาตั้งแต่แรก และคนอย่างอภิสิทธิ์คงไม่คิดเปลี่ยนแปลงในวาระสุดท้าย
แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วัน แต่ในทำเนียบชั้น ผบ.ตร.ก็จะปรากฏชื่อ พล.ต.อ.ปทีป อยู่ในลำดับที่ 7
แต่ถ้าเป็นกรณีที่สอง คือพิจารณาเลยไปถึงปีงบประมาณใหม่ โละกระดานเก่าแล้วเริ่มต้นกันใหม่เลย ปล่อยให้ พล.ต.อ.ปทีปนั่งในตำแหน่งรักษาการ ผบ.ตร.ไปเรื่อยๆ จนเกษียณอายุราชการไปพร้อมๆ กับ พล.ต.อ.จุมพล ที่แม้ระยะหลังจะได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายการเมืองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด คนสีกากีส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักไปที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ดูเหมือนจะมีภาษีดีกว่าคนอื่นๆ
พล.ต.อ.วิเชียรจะเกษียณในปี 2556 ถ้าไม่นับเรื่องผลงานและการเข้าได้กับทุกฝ่ายแล้ว นายตำรวจผู้นี้ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นอย่างดี
แม้ว่า พล.ต.อ.วิเชียรจะมีอาวุโสรอง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร.ที่อาวุโสสูงสุดและมีอายุราชการไปจนถึงปี 2555 ทว่าฐานะคู่เขยของเขากับอดีตนายกฯ ทักษิณ ทำให้โอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในอาชีพในรัฐบาลประชาธิปัตย์แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รอง ผบ.ตร.ที่จะเกษียณในปีนี้ แม้ชื่อชั้นการทำงานสืบสวนสอบสวนจะไม่เป็นรองใคร ทว่าภาพในอดีตสมัยภรรยาเป็น รมช.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลทักษิณ ก็ทำให้ตกอยู่ในฐานะเดียวกันกับ พล.ต.อ.จุมพล และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ อย่างเลี่ยงไม่พ้น
คู่แข่งที่น่ากลัวของ พล.ต.อ.วิเชียร จึงไปอยู่ที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร.ที่มีอายุราชการยาวนานถึงปี 2557 ว่ากันว่าได้รับแรงผลักดันจากฝ่ายการเมืองอยู่พอสมควร
อย่างไรก็ตาม มีอยู่ประเด็นหนึ่งซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากในหมู่แวดวงสีกากี นั่นก็คือตำแหน่งที่ปรึกษา สบ 10 เปิดใหม่ ที่ฝ่ายการเมืองพยายามผลักดันให้ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ผู้มีผลงานอันโดดเด่นในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ขึ้นนั่งเก้าอี้
ความพยายามอย่างออกนอกหน้าครั้งนี้ดูเหมือนจะทำให้ตำรวจหลายคนไม่ค่อยแน่ใจว่า ถ้าระหว่างนี้มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) แล้วนำวาระแต่งตั้งที่ปรึกษา สบ 10 เข้าที่ประชุมและผ่านมติเป็นไปตามคาด วันข้างหน้าโอกาสที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน
พล.ต.ท.อัศวินจะเกษียณอายุในปี 2554 แม้จะมีอาวุโสน้อยสุด แต่การเมืองได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีอำนาจเหนือ สตช. และสามารถยื่นมือที่มองไม่เห็นเข้ามาแทรกแซงได้ทุกโอกาส
ถ้าเกิดความไม่ลงตัวในตำแหน่งอีก ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ในเมื่อนายกฯ อภิสิทธิ์ยังคงเป็นอภิสิทธิ์คนเดิม พล.ต.ท.อัศวินในวันที่เป็นที่ปรึกษา สบ 10 ติดยศ พล.ต.อ. ก็อาจจะได้โบนัสก้อนโตเป็นรักษาการ ผบ.ตร.ก็ได้ แต่โอกาสจะเกิดขึ้นมีน้อยถึงน้อยมาก ทว่าก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย
สำหรับรอง ผบ.ตร.คนอื่นๆ เช่น พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ก็จะเกษียณในปีนี้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.ฝ่ายกฎหมายและสอบสวน ไม่มีผลงานโดดเด่น เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ 10 ที่จะเกษียณในปี 2556
ส่วน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา สบ 10 อีกคนที่โดดเด่นในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายการเมือง แต่เนื่องจากอายุราชการยาวนานจนถึงปี 2557 ก็อาจจะเป็นตัวเลือกท้ายๆ ให้คนอื่นขึ้นมาดำรงตำแหน่งไปก่อน
คู่แข่งขันวันนี้จึงโฟกัสไปที่ 'วิเชียร' กับ 'วัชรพล' !?!



