ข่าว

ห่วงครึ่งปีหลังส่งออกชะลอตัวชี้ศก.โลกยังเสี่ยง-จีนเบรกเศรษฐกิจร้อนแรง

ห่วงครึ่งปีหลังส่งออกชะลอตัวชี้ศก.โลกยังเสี่ยง-จีนเบรกเศรษฐกิจร้อนแรง

22 ก.ค. 2553

แบงก์ชาติห่วงครึ่งปีหลังการส่งออกชะลอตัว ชี้เศรษฐกิจโลกยังเสี่ยง ขณะที่จีนงัดมาตรการเบรกความร้อนแรงของเศรษฐกิจ อาจกระทบการส่งออกไทย วิจัยแบงก์ไทยพาณิชย์ระบุครึ่งปีแรกหากหักส่งออกทองคำโตแค่ 35% ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ฟื้นไต่ระดับเกิน 100

 นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า โดยภาพรวมแล้ว เชื่อว่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังยังเติบโตได้อยู่ แต่การฟื้นตัวคงไม่สูงเท่าครึ่งปีแรก โดยประเด็นที่ต้องจับตาดูคือ เรื่องเศรษฐกิจยุโรปที่อาจจะยังชะลอตัว เนื่องจากปัญหาด้านการคลัง รวมถึงเศรษฐกิจจีน ซึ่งทางการจีนออกมาตรการมาชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจจีน และเรื่องนี้อาจกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยได้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการส่งออกในเดือนมิถุนายนที่เติบโต 46.3% และตัวเลขนำเข้าเติบโต 37.8% ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ และสะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

 "ในครึ่งปีหลังยังมีประเด็นที่น่าห่วงและควรต้องติดตาม คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งเรื่องนี้อาจกระทบต่อตัวเลขการส่งออกของไทยให้ชะลอตัวลงได้ โดยล่าสุด นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ก็ออกมาพูดว่า ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังมีอยู่” นายบัณฑิตกล่าวและว่า ธปท. จะนำตัวเลขเศรษฐกิจไปทบทวนการประมาณการเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ในการประชุมครั้งถัดไป

 ด้านนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ตัวเลขการส่งออกของไทยช่วงไตรมาสสองจะเติบโตได้ถึง 42% แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการส่งออกสินค้าประเภททองคำ ซึ่งถ้าหักสินค้าประเภทนี้ออกจะพบว่า การเติบโตดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 35% โดยถือเป็นการเติบโตในระดับที่ค่อนข้างทรงตัว แต่โดยภาพรวมของการส่งออกในครึ่งปีหลังนั้น เชื่อว่ายังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง เพียงแต่เป็นการเติบโตที่คาดว่าจะชะลอลง

 “ตัวเลขที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศออกมา 42% นั้นดูผิวเผินแล้วก็ถือว่าดี แต่ถ้าลงไปดูลึกๆ จะเห็นว่าหลักๆ มาจากการส่งออกทองคำ ซึ่งไม่ได้มีผลเชิงมูลค่าต่อภาคเศรษฐกิจนัก เนื่องจากทองคำไม่ได้เป็นสินค้าที่เราผลิตเอง แต่นำเข้ามา เมื่อมีเหลือจำนวนมากก็มีการส่งออกไปขาย” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

 ขณะที่นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมได้ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 94.7 ในเดือนพฤษภาคม มาอยู่ที่ 103.3 ในเดือนมิถุนายน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน โดยได้รับปัจจัยบวกจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิตและผลประกอบการที่ดีขึ้น รวมทั้งสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองคลี่คลายลง