
พรรครบ.กัมพูชาถกมาร์คขวางแผนบริหารพระวิหาร
พรรครัฐบาลกัมพูชาหารือ"มาร์ค"ขัดขวางแผนบริหารจัดการปราสาทเขาพระวิหารก่อนเดินทางไปประชุมมรดกโลกที่บราซิล ชาวบ้านเข้าทำกินที่ดินดั้งเดิมถูกทหารเขมรยิงขู่
หนังสือพิมพ์พนมเปญ โพสต์ของกัมพูชา รายงานเมื่อวาน(21ก.ค.) ว่าวันนี้ สมาชิกระดับอาวุโสของพรรคประชาชนกัมพูชา หรือซีพีพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล จะหารือเกี่ยวกับการตั้งใจขัดขวางแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารของฝ่ายไทย ระหว่างการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ที่บราซิล
โดยเมื่อวันอาทิตย์นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทย ออกมาบอกอีกครั้งว่าไทยจะพยายามขัดขวางแผนของกัมพูชาระหว่างการประชุมขององค์การยูเนสโก
นายเจียม เย๊พ ส.ส. กัมพูชา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของพรรค ซีพีพี บอกเมื่อวานว่า คำพูดของนายกรัฐมนตรีไทยเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร จะถูกนำมาพูดถึงระหว่างการประชุมใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคซีพีพีครั้งที่ 35 ซึ่งจะเปิดฉากวันนี้ เขาบอกด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา กัมพูชาประสบความสำเร็จในการปกป้องปราสาทพระวิหาร และการหลีกเลี่ยงการปะทะรุนแรงตามแนวพรมแดนด้านติดกับไทย
ส่วนวันนี้ รองนายกรัฐมนตรีซ๊ก อัน ก็มีกำหนดการณ์นำคณะตัวแทนกัมพูชาออกเดินทางไปบราซิล เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งเจ้าหน้าที่กัมพูชาจะได้พูดถึงความพยายามของพวกเขาในการอนุรักษ์ประสาทพระวิหาร รวมทั้งเสนอแผนสำหรับการจัดการเขาพระวิหารสำหรับอนาคต
นายฮัง โสธ ผู้อำนวยการองค์การพระวิหารแห่งชาติ เปิดเผยว่าองค์การยูเนสโก ได้กำหนด 13 ขั้นตอนของสิ่งที่กัมพูชาต้องทำเพื่อการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหาร ซึ่บางอย่างกัมพูชาก็ทำไปแล้ว แต่บางอย่างก็ไม่สามารถทำได้ เพราะบางเรื่องต้องใช้เวลาราว 2 - 3 ปี กัมพูชาจึงต้องการเวลาสำหรับเรื่องนี้เพิ่มเติม
ในการประชุมที่บราซิล ซึ่งมีขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ไปจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม ตัวแทนที่เข้าร่วมในการประชุม จะตัดสินใจว่าสถานที่แห่งใดจะได้รับการจดขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก้ รวมทั้งยังจะติดตามดูความคืบหน้าเรื่องการอนุรักษ์ของแหล่งมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และหารือเรื่องการถอดถอนออกจากทะเบียนบัญชีรายชื่อหากแผนอนุรักษ์ไม่มีความคืบหน้า
ชาวบ้านเข้าทำกินที่ดินดั้งเดิมถูกทหารเขมรยิงขู่
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ก.คง 53 แหล่งข่าวแจ้งว่า ได้มีชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนพื้นที่ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ประมาณ10กว่าคน เดินทางเข้าไปทำทำกิน โดยชาวบ้านอ้างว่าที่ดินผืนดังกล่าวเป็นที่ดินที่ทำกินสืบทอดมาจากรุ่นพ่อแม่ แต่ถูกทหารและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารห้ามไม่ให้เข้าไปทำกินโดยฝ่ายทหารอ้างถึงสวัสดิภาพของตัวชาวบ้านเอง ในขณะที่ฝ่าย จนท.อุทยานอ้างว่าที่ดินบริเวณนั้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ทำให้เกิดปัญหาคาราคาซังมาจนถึงปัจจุบันแม้จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาระดับ อำเภอและจังหวัดมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไม่มีที่ทำกินมานานหลายปี
ล่าสุด ชาวบ้านกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวกว่า 10 คน ได้เดินทางเข้าไปทำกินในพื้นที่ที่ถูกสั่งห้าม ซึ่งอยู่บริเวณซำหนองหว้า พลานบั้งไฟ ติดกับซำแต ต.ภูผาหมอก แล้วทำการแผ้วถางป่าที่มีต้นไม้ขึ้นมาเนื่องจากไม่ได้เข้าไปทำกินมานาน เป็นเหตุให้ทหารฝ่ายกัมพูชาเดินลาดตระเวนเข้ามาเจอ แล้วอ้างว่าชาวบ้านฝ่ายไทยได้ทำการบุกรุกเขตแดนของกัมพูชาจึงได้ทำการยิงปืนขู่ชาวบ้าน พร้อมกับแจ้งประสานมายังผู้บังคับบัญชาฝ่ายไทยที่รับผิดชอบอยู่บริเวณนั้นว่าที่พวกเขาต้องทำเช่นนั้นเนื่องจากถูกผู้บังคับบัญชาระดับสูงของเขามีคำสั่งเด็ดขาดลงมา จึงต้องปฏิบัติตาม และไม่ต้องการให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นมาอีกแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่าย
ขณะที่แหล่งข่าวระดับผู้บังคับบัญชา เปิดเผยว่า แม้จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์เกิดความตึงเครียดขึ้นมาแต่อย่างใดเนื่องจากมีการประสานพูดคุยกันของทหารทั้งสองฝ่ายตลอด และการเตรียมจัดฝึกซ้อมแผนอพยพ ของชาวบ้านตามแนวชายแดนในวันนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ แต่เป็นการฝึกซ้อมตามแผนงบประมาณประจำปี 2553 ซึ่งจะทำการฝึกซ้อมอพยพชาวบ้านจากบ้านเสาธงชัย เคลื่อนมาจนถึงโรงเรียนบ้านตาแท่น ต.บึงมะลู แล้วก็จะจบพิธีการฝึกซ้อมแผนอพยพเหมือนเช่นที่ได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาทุกปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้สถานการณ์จะไม่ตึงเครียดแต่เพื่อความไม่ประมาท ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้มีคำสั่งให้ทำการเสริมกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวประมาณ1 กองร้อยเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอด



