
กทม.นำร่องส่งสาวไทยดูแลผู้สูงอายุ"สวีเดน"
กทม.นำร่องส่ง "ผู้ดูแลผู้สูงอายุ"ไปสวีเดน เงินเดือน 68,000 บาท คาดต้นปี 54 เริ่มส่ง 60 คนแรก ก่อนขยายโอกาสไปยังเทศบาลอื่นต่อไป
กรุงเทพมหานคร ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการจัดส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปทำงาน ณ ราชอาณาจักรสวีเดน เนื่องจากสวีเดนมีผู้สูงอายุมากกว่า 2 หมื่นคน ขณะที่มีประชากรทั้งสิ้นเพียง 9 ล้านคนเศษ มีสภาพเป็นครอบครัวเดี่ยว และขาดคนดูแลผู้สูงอายุ จึงต้องการแรงงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในมณฑลแจมท์แลนด์มีผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี ถึง 25%
ด้วยชื่อเสียงและอัธยาศัยไมตรี การดูแลเอาใจใส่ของคนไทยเป็นที่ยอมรับในหมู่ชาวสแกนดิเนเวีย จึงมีความต้องการคนไทยไปทำงานดูแลผู้สูงอายุชาวสวีเดนจำนวนมาก โดยกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้จัดฝึกอบรมแรงงานไทยประมาณ 3 เดือนก่อนไปทำงานที่เทศบาลเมืองรากุนดา ประเทศสวีเดน โดยอบรมเกี่ยวกับหลักการด้านพยาบาล การดูแลผู้สูงอายุ ความรู้ด้านวัฒนธรรม ด้านภาษา และการฝึกงานในต่างประเทศ
เบื้องต้นเทศบาลรากุนดาระบุคุณสมบัติ วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมปลาย สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี และมีความรู้ด้านการดูแลผู้สูงอายุ ทดลองงาน 6 เดือน รายได้ประมาณเดือนละ 17,000 โครน หรือ ประมาณ 6.8 หมื่นบาท อย่างไรก็ดี หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันพิจารณากำหนดรายละเอียด และคุณสมบัติที่เหมาะสม ทั้งในส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการเดินทางไป
ซึ่งโครงการนี้ จะเริ่มต้นนำร่องที่เทศบาลรากุนดา โดยส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปก่อน 60 คน จากนั้น จะขยายความร่วมมือไปยังเทศบาลอื่น เช่น ออสเตอร์ซุนด์ โซเลฟทีโอ ต่อไป
โครงการนำร่องความร่วมมือนี้ ริเริ่มโดยสภากรุงเทพมหานครและสภาเทศบาลรากุนดา ราชอาณาจักรสวีเดน เพื่อสนับสนุนให้แรงงานไทยมีโอกาสเดินทางไปทำงานในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเป็นการนำรายได้เข้าประเทศ
สำหรับการทำบันทึกข้อตกลงกับ กทม.ในครั้งนี้ ถือได้ว่ารัฐเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนให้คนหางานมีทางเลือกในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยคนหางานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบริการจัดหางาน และจะได้รับการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมด้านทักษะฝีมือและภาษาก่อนเดินทางไปทำงาน โดยลักษณะพื้นฐานของคนไทยนั้น มีลักษณะเด่นในเรื่องความอ่อนโยน เอื้ออารี นอกจากนั้นยังเป็นคนขยัน อดทนต่อการทำงานหนัก
ดังนั้นการส่งเสริมให้คนไทยมีโอกาสไปดูแลผู้สูงอายุที่ประเทศสวีเดนนั้น นับเป็นประโยชน์ต่อทั้งนายจ้างที่จะได้ผู้ช่วยงานที่มีคุณลักษณะตามที่ต้องการทั้งด้านอุปนิสัยซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของแรงงานแล้วยังด้านทักษะที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี และในส่วนคนหางานจะได้งานที่ได้รับค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรม ได้รับสวัสดิการที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป ทั้งนี้กระทรวงแรงงานได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ และให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานไทยในต่างประเทศ รวมทั้งหาแนวทางในการทำให้คนหางานเสียค่าใช้จ่ายในการไปทำงานต่างประเทศน้อยที่สุด



