ข่าว

"อำนวย"กลับลำปฎิเสธแจ้งข้อหา"พงษ์พัฒน์"

"อำนวย"กลับลำปฎิเสธแจ้งข้อหา"พงษ์พัฒน์"

22 ก.ค. 2553

"อำนวย" กลับลำแถลงโต้ข้อครหา"ตำรวจไร้มาตรฐาน" ยันยังไม่มีการแจ้งข้อหา "หมิ่นเบื้องสูง "ออฟ-พงพัฒน์ แค่"เชิญตัว"พูดคุยสอบถาม หากเจ้าตัว"อธิบายได้"ไร้มลทิน

(22ก.ค.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการสอบสวนและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย แถลงข่าวว่า พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อหาหมิ่นเบื้องสูงกับนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักร้องนักแสดงชื่อดังแต่อย่างใด ส่วนการออกหมายเรียกนั้นเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนเมื่อมีผู้มาแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจก็ต้องทำไปตามหน้าที่หากไม่รับแจ้งความหรือไม่ดำเนินการใดๆ ก็จะถือว่าละเว้นเป็นความผิดได้ เพราะตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นกำหนดไวัชัดเจนอยู่แล้ว

 "ผมขอยืนยันว่าตำรวจทำไปตามหน้าที่ไม่มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งใครหรืออาคาดมาตร้ายกับใคร เป็นมีข้อปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้ว หากไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปกิบัติหน้าที่ คดีนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง หรือไร้มาตรฐาน แต่เมื่อมีคนแจ้งความร้องทุกข์ ทางตำรวจ ก็ต้องดำเนินการเรียก หรือในชั้นนี้เรียกว่า เป็นการเชิญตัวนายพงษ์พัฒน์ มาให้ปากคำก็ได้เขายังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้เสร็จสิ้นตามขบวนความทั้งหมด" พล.ต.ต.อำนวย กล่าว

 พล.ต.ต.อำนวย กล่าวอีกว่า ทางด้านคดีนั้น นายพงษ์พัฒน์ อาจจะไม่ผิดก็ได้ แต่ต้องดำเนินการไปตามระเบียบ เป็นการเชิญตัวมาพูดคุยสอบถามกันก็เท่านั้นว่า เหตุใดจึงเรียกว่า พ่อเฉยๆ และความรู้สึกขณะพูดตอนนั้นพูดเพื่อต้องการสื่อความหมายอย่างไร ทุกอย่างเป็นเรื่องรายละเอียดที่ต้องมาพูดคุยกัน หากนายพงพัฒน์ สามารถอธิบายได้ให้ความกระจ่างได้ในทุกข้อทุกเรื่องที่มีการซักถามทุกอย่างก็จบไม่มีอะไรไม่มีข้อกังขาก็ไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด

 รอง ผบช.น.กล่าวชี้แจงว่า กรณีที่เกิดขึ้นในความเห็นส่วนตัวสมมติว่าตนมองว่านายพงษ์พัฒน์ ไม่ผิดน่าจะเป็นตรงข้ามด้วยซ้ำคือน่าจะเป็นการปกป้องสถาบันด้วยซ้ำ ซึ่งตอนท้ายนายพงษ์พัฒน์ ยังพูดว่า “ศีรษะนี้ก็เสียสละได้” แต่ตนจะเอาความเห็นส่วนตัวของตน หรือของพนักงานสอบสวนมาชี้ทันทีว่าไม่ผิดนั้นทำไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ผู้ร้องทุกข์กล่าวอาจค้านได้ ก็ต้องสอบไประดับหนึ่งก่อนชี้มูล เหมือนกับเวลาไปศาล ศาลก็ต้องฟังข้อมูลระดับหนึ่งก่อนว่าจะรับฟ้องหรือไม่ฟ้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็เช่นกัน

 "เมื่อเถียงเรื่องภาษา คำพูดที่ใช้ อากัปกิริยาประกอบการพูด ซึ่งผมก็บอกว่าจะต้องเรียกนายพงษ์พัฒน์ มาเพราะเจ้าตัวจะต้องรู้ดี แต่เมื่อใช้คำว่าเรียกข่าวก็ออกไปว่าจะเรียกมาในฐานะผู้ต้องหาซึ่งไม่ใช่ จึงขอเปลี่ยนใหม่ว่าเชิญมาชี้แจงจุดที่เขากล่าวหา ที่สงสัย สมมติเป็นประเด็นเกี่ยวกับภาษาพูดก็สอบนักภาษาศาสตร์ หากมีปัญหาข้อกฎหมายก็สอบนักกฎหมายเท่านั้นเอง ซึ่งคดีหมิ่นประมาท หรือหมิ่นพระบรมราชานุภาพก็เป็นอย่างนั้น ซึ่งประเด็นนี้หากสอบแล้วชัดเจนว่าชี้ได้แล้ว นายพงษ์พัฒน์ อาจไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ หรืออยากจะมาก็ได้ หรือจะชี้แจงเป็นหนังสือก็ได้ " รอง ผบช.น.กล่าว

 พล.ต.ต. อำนวย กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ตนคิดไว้แล้วว่าเป็นอย่างไร แต่ยังชี้ไปไม่ได้ เพราะเป็นการสอบสวน โดยมีคดี 2 ประเภท ที่เกี่ยวโดยตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยต้องพิจารณาด้วยบอร์ด คือ คดีคดีเกี่ยวกับสถาบันและคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง เพราะฉะนั้นข่าวที่ออกไปว่าจะออกหมายจับ ออกหมายเรียก หรือดำเนินการจับกุม นั้นผิดทั้งนั้น โดยเป็นการเชิญมาเพื่อชี้แจงเท่านั้น ไม่ได้ออกหมายเรียก หรือเชิญมาแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งหากสอบชัดเลยอาจไม่จำเป็นก็ได้ แต่หากนายพงษ์พัฒน์ มาเองก็จะสอบให้ชัดเจนสมบูรณ์ คนที่ฟังในวันนั้นก็จะทราบว่าพูดเพื่ออะไร อย่างไร ตนก็เคยออกมาพูดในช่วงที่มีการเผาบ้านเผาเมือง ว่าคนที่ทำเป็นคนไทยหรือไม่ ถ้าเป็นแล้วเป็นทั้งตัวและหัวใจหรือเปล่า ถ้าใช่แล้วเผาบ้านตัวเองทำไม ปรากฏว่าหลังจากแถลงที่ ศอฉ. ไม่เกิน 10 นาที วันนั้นที่บ้านตน ภรรยาของตนรับสายโทรศัพท์บอกว่า “กูไปเผาที่อื่นไม่ได้ ก็จะไปเผาบ้านมึง”

 รองผบช.น. กล่าวต่อว่า การสอบถามพูดคุยครั้งนี้พนักงานสบอสวนจะเชิญนักภาษาศาสตร์นักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องมาร่วมตีความถึงข้อกล่าวหาด้วย และในคดีทุกคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายรวมถึง ตนก็ไม่สามารถที่จะใช้ความเห็นส่วนตัวมาตัดสินได้ และหากไม่ดำเนินการตามที่มีคนแจ้งความ ก็จะถูกกล่าวหาว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นายพงษ์พัฒน์ สามารถที่จะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร หรือส่งตัวแทน หรือ จะเดินทางมาเองก็ได้เช่นกัน

 ต่อข้อถามว่า นายพงษ์พัฒน์ มีการติดต่อมายังพนักงานสอบสวนหรือยัง พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ยังไม่มีการติดต่อมา ซึ่งตอนนี้เขารู้แล้วก็มาได้เลย มาก่อนได้ เพราะประเด็นนิดเดียวเท่านั้น ใช้เวลาสอบไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็จะเอาคำถามที่ผู้กล่าวหาคาใจมาตอบ ความจริงตนยังตอบแทนได้เลย แต่ทำไม่ได้ จะเอาความรู้สึกว่าที่พูดอย่างนั้น น่าจะเป็นแบบนี้มันทำไม่ได้ เพราะตนมีหน้าที่รวบรวมหลักฐาน ซึ่งเรื่องนี้หากมาเองก็จะได้คำตอบที่ต่อเนื่อง หากเป็นหนังสือก็ตอบยากหน่อย แต่ที่ต้องเรียกมาเพราะมีคนร้องทุกข์ก็ต้องสอบปากคำ ซึ่งกลายเป็นว่ามีการออกข่าวว่าเรียกมาเพื่อแจ้งข้อหา ซึ่งไม่ใช่ โดยขอให้ช่วยกระจายข่าวถึงคนที่เป็นกังวลว่านายพงษ์พัฒน์พูดในแง่บวก ทำไมเป็นลบ

 เมื่อถามว่าหากมีบุคคลอื่นพูดถึงสถาบันในที่สาธารณะอีกจะมีการเชิญมาสอบถามเช่นคดีนี้ หรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย ตอบว่า ไม่ควรจะมีเลย อย่าไปตั้งว่าต่อไปเลย แนวทางการสอบสวนจะเป็นแบบนี้ตลอด ส่วนเรื่องนี้หากชัดเจนสืบสวนได้ ก็จะมีผู้สอบสวน แต่หากมีคนร้องทุกข์ทางระเบียบ ตร.ก็จะต้องดำเนินการสอบสวน หากไม่มีผู้เสียหายให้สอบสวนระดับหนึ่งก็จะเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณา โดยคดีนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ซึ่งก็ต้องสอบทั้งภาพูด ภาษาใช้ ซึ่งตนเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว ตนก็ปรบมือให้ในวันที่พูดบอกกันตรงๆเลย แต่ความรู้สึกตนสั่งสำนวนไม่ได้