ข่าว

ไขปมบึ้มฆ่าชาวสวนยาง+เจ้าหน้าที่!สร้างปมศาสนา..ห้วงเดือนรอมฎอน

ไขปมบึ้มฆ่าชาวสวนยาง+เจ้าหน้าที่!สร้างปมศาสนา..ห้วงเดือนรอมฎอน

22 ก.ค. 2553

เหตุการณ์วาง "กับระเบิด" ภายในสวนยางพาราในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ถึง 6 ครั้งซ้อนในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียให้แก่ชีวิตของชาวสวนยางพารา และทหารตำรวจที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

 ชาวสวนยางที่ตกเป็นเป้าทำร้ายหมายชีวิตก็ต้องออกไปทำงานอย่างหวาดผวา เพราะไม่รู้ว่า สวนยางของตนจะมีคนร้ายลอบเอาระเบิดไปฝังไว้หรือเปล่า ขณะที่บางรายถึงขนาดไม่กล้าไปทำงาน เพราะกลัวว่าต้องเอาชีวิตไปทิ้งกลางสวนยาง !!

 แหล่งข่าวระดับสูงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ กล่าวถึงวิกฤติที่เกิดขึ้นกับชาวสวนยางว่า ขณะนี้กำลังดูอยู่ว่า สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากเรื่องใดกันแน่ ระหว่างการลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปช่วยกรีดยาง หรือการขู่ขวัญชาวสวนยางไม่ให้ออกไปทำมาหากินได้ตามปกติ

 ขณะที่ปมการ "สร้างความแตกแยก" ในหมู่ประชาชนทั้ง 2 ศาสนาก็มองข้ามไปไม่ได้เช่นกัน เพราะ อ.ธารโต ถือเป็นอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งประชาชนชาวไทยพุทธรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง

 แหล่งข่าวคนเดิมวิเคราะห์ว่า พื้นที่ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าเขาห่างไกล ซึ่งปกติไม่ค่อยมีเหตุความไม่สงบเกิดขึ้น ดังนั้น คนร้ายจึงไม่น่าจะแอบเอาไปฝังเล่นๆ เพื่อสร้างความปั่นป่วนเท่านั้น

 แต่น่าจะมีจุดประสงค์ชัดเจนในการขับไล่เจ้าหน้าที่รัฐ หรือชาวไทยพุทธที่เป็นเจ้าของสวนยางออกนอกพื้นที่

 นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่า การก่อเหตุที่มีความถี่ และรุนแรงขึ้นในช่วงนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเทศกาลถือศีลอด หรือ "เดือนรอมฎอน" ที่กำลังจะมีขึ้นในต้นเดือนสิงหาคมนี้ด้วย เพราะช่วงก่อนเทศกาลรอมฎอนของทุกปีมักจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นมากกว่าปกติอยู่แล้ว

 "การก่อเหตุช่วงเดือนรอมฎอนเกิดจากการบิดเบือนหลักการทางศาสนาของผู้นำศาสนาบางคนที่ปลูกฝังว่า หากก่อเหตุในช่วงนี้จะได้บุญมากกว่าปกติหลายเท่า ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่มีคนเดินทางกลับบ้านมาก และมีคนร้ายแฝงเข้ามาก่อเหตุด้วย"

 สำหรับมาตรการป้องกันการก่อเหตุ "ฝังกับระเบิด" นั้น เขายอมรับว่า ในพื้นที่ป่าเขาห่างไกล และมีขนาดเนื้อที่กว้างใหญ่ การป้องกันทำได้ยากมาก ไม่เหมือนพื้นที่ริมถนน หรือเขตชุมชนที่สามารถจำกัดพื้นที่การค้นหาได้

 อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่า เจ้าของสวนยางมักจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า พื้นที่ของตนตกเป็นเป้าหมายของคนร้าย หรือมีเรื่องขัดแย้งกับใคร ฉะนั้น หากไม่มั่นใจในความปลอดภัยก็สามารถประสานขอกำลังทหารไปตรวจสอบพื้นที่ได้

 พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพชรภูมิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา(รองผบก.ภ.จว.ยะลา) มองตรงกันว่า พื้นที่ อ.ธารโต เป็นป่าเขาแทบทั้งหมด และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ต้องเข้าออกผ่านสวนยางด้วย

 คนร้ายจึงเลือกก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสกัดการรุกไล่ตามมาตรการปิดล้อม-ตรวจค้นเป้าหมาย

 พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร ระบุว่า อีกเหตุผลที่คนร้ายเลือกก่อเหตุในสวนยางพารา คือการหวังผลประโยชน์ในการเก็บเกี่ยวน้ำยางพารา เพราะเมื่อเกิดเหตุระเบิด เจ้าของสวนยางก็จะไม่กล้าเข้าพื้นที่ทำให้มีคนแปลกหน้าลักลอบเข้าไปกรีดยางแทน

 อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การลอบวางระเบิดในพื้นที่สวนยางของ อ.ธารโต หลายครั้งพบว่า มีการใช้รูปแบบระเบิดแบบย้อนยุค ซึ่งเป็นการดัดแปลงวิธีการของ "โจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา" ในอดีต โดยเฉพาะ "เชื้อปะทุ" ที่ใช้เป็นชนิดเดียวกันกับโจรจีนมาลายา

 ส่วนกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็น นายอับดุลเลาะ สตา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหลายครั้ง และเจ้าหน้าที่กำลังไล่ล่าอยู่ สำหรับมาตรการป้องกันได้ส่งกำลังลงไปเดินเท้าลาดตระเวนในสวนยางพารา รวมทั้งเส้นทางสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวบ้านแล้ว

 นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาว่า ได้ประสานทุกหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงให้เร่งหาแผนมาตรการเพื่อรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน

 ทั้งนี้ เหตุลอบวางระเบิดในสวนยางพาราส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งในแง่ของความรู้สึกที่ต้องตกอยู่ในภาวะที่หวาดผวา และกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ต้องขาดรายได้จากการกรีดยาง

 สำหรับแนวทางที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมลาดตระเวนพื้นที่ รวมถึงการร่วมกันกำหนดมาตรการทางสังคมในการกรีดยางแต่ละวัน

 ยกตัวอย่างเช่น การรวมกลุ่มของชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่เพื่อสลับพื้นที่การเข้าไปกรีดยางตามสวนต่างๆ เพื่อจะได้ช่วยดูแลพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง

 ขณะที่พื้นที่ อ.ธารโต ซึ่งเกิดเหตุบ่อยครั้งได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองเข้าไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และชาวสวนในพื้นที่เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างชาวบ้านที่เป็นชาวไทยพุทธ กับมุสลิม

 "เราเป็นห่วงผลกระทบที่จะตามมาจากการวิพากษ์วิจารณ์การก่อเหตุว่า เป็นฝีมือของกลุ่มแนวร่วมที่พยายามนำประเด็นความขัดแย้งเรื่องศาสนาเข้ามาเป็นปัญหาสร้างความแตกแยกระดับพื้นที่ จึงต้องป้องกันเอาไว้ก่อน" ผู้ว่าฯยะลา กล่าวทิ้งท้าย


ทีมข่าวความมั่นคง/สุพิชฌาย์ รัตนะ