ข่าว

"ดีเอสไอ"ช้าไปหรือเปล่า

"ดีเอสไอ"ช้าไปหรือเปล่า

22 ก.ค. 2553

รู้สึกแปลกใจกับข้อเสนอของ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่จะยื่นเงื่อนไขจะดูแลลูกสาววัย 1 เดือน และกันตัวแม่ และนางเดือน จาไธสงฆ์ ภรรยาของ "สุรชัย เทวรัตน์ หรือหรั่ง" มือขวาของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกอ

 เนื่องจากถูกสายลับของดีเอสไอล่อซื้ออาวุธสงคราม ที่ จ.ชลบุรี โดยภรรยาของ "หรั่ง" ทำหน้าที่เป็นคนรับเงินจำนวน 6 หมื่นบาท ซึ่งเป็นค่าอาวุธจากสายลับของดีเอสไอ

 ข้อเสนอของ "ดีเอสไอ" ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก "หรั่ง" มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเมื่อได้พบปะพูดคุยกับ "คนของพรรคเพื่อไทย" ไม่ยอมให้การต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอถึงผู้สั่งการที่เกี่ยวข้องในการก่อเหตุคดีก่อการร้ายหลักๆ 8 คดี

 ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า "หรั่ง" ขอทาง "ดีเอสไอ" ให้กันตัวเขาเป็นพยานในคดีที่เกี่ยวข้อง แต่ทางดีเอสไอไม่รับปาก

 เนื่องจาก "หรั่ง" เกี่ยวข้อง 8 คดีใหญ่ เช่น คดียิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์, คดีปะทะแยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน, คดีร่วมกับพวกยิงถล่มคลังน้ำมันแทบไลน์ ที่ปทุมธานี, คดียิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง, คดียิงระเบิดอาร์พีจีถล่มโรงแรมดุสิต, คดียิงถล่มแฟลตตำรวจ สน.ลุมพินี, คดียิงปืนเอ็ม 16 ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หน้าธนาคารกรุงไทย, คดียิงใส่อาคารอื้อจื่อเหลียงจนมีตำรวจตายและเจ็บ

 หากคดีที่กล่าวมาทั้งหมด "หรั่ง" ทำผิดจริงตามข้อกล่าวหามีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต!

 แต่การที่ "ธาริต" มายื่นเงื่อนไขใหม่จะดูแลลูก กันตัวแม่-ภรรยาเป็นพยานย่อมมีคำถามตามมาว่า "ช้าไปหรือไม่" ทั้งที่ "หรั่ง" เป็นกุญแจสำคัญที่จะโยงไปถึงผู้เกี่ยวข้องในคดีก่อการร้ายได้เป็นอย่างดี

 และการเสนอเงื่อนไขใหม่อาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หลักฐานที่ "ดีเอสไอ" มีอยู่สามารถเอาผิดกับ "หรั่ง" ได้มากน้อยแค่ไหนเพียงใด เพราะการเสนอเงื่อนไขคล้ายยังต้องการความร่วมมือจาก "หรั่ง" อีกมาก

 โดยเฉพาะอยากให้ "หรั่ง" บอกถึงขั้นตอนการฝึกอาวุธการวางแผนเกี่ยวกับคดีต่างๆ ซึ่ง "หรั่ง" ยังไม่ยอมเอ่ยปากว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง

 ในส่วนของ "พรรคเพื่อไทย" แม้ว่าสมาชิกจะเรียงหน้าออกมาปฏิเสธไม่รู้จัก "หรั่ง" แต่การที่ "แม่และภรรยา" ของหรั่ง ไปปรากฏตัวและให้สัมภาษณ์สื่อที่พรรคเพื่อไทยโดยมี "พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์" โฆษกพรรค ยืนประกบ พร้อมทั้งตั้งคำถามแทนสื่อมวลชน ก็เกิดคำถามตามมาว่า ไม่รู้จักจริงหรือ?

 ลำพัง "แม่และภรรยา" ของหรั่งคงไม่น่าจะเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทยเพื่อให้สื่อสัมภาษณ์โดยตรง

 จนเป็นที่มาของกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยยื่นข้อเสนอจะดูแลแม่ ภรรยาและลูกของหรั่ง

 "พร้อมพงศ์" อ้างว่าไม่มีคนของพรรคไปเสนออะไร แต่พวกเขา (เมีย-แม่ของหรั่ง) มาขอความช่วยเหลือจากพรรค ทางพรรคเพียงแต่ช่วยเหลือในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ความจริง นายสุรชัยมีทนายความอยู่แล้ว และไม่ได้ประสานขออะไรมายังพรรคเพื่อไทย เพียงแต่เราเห็นว่าเป็นคดีสำคัญอยากให้ทุกอย่างตรงไปตรงมา ไม่อยากให้มีการจับแพะเกิดขึ้น

 การที่  "พรรคเพื่อไทย" มีความเชื่อมโยงกับแกนนำคนเสื้อแดงที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้ายย่อมถูกจับตาเป็นพิเศษ การที่ครอบครัวของหรั่งมาปรากฏตัวที่พรรคในยามที่หรั่งมือขวาของ เสธ.แดง ถูกจับกุมในฐานะผู้ก่อการร้ายหลายคดี การบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกันสังคมอาจจะเชื่อยาก

 ข่าวการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ "ครอบครัวหรั่ง" ในยามนี้ช่างเป็นเวลาที่เหมาะเจาะกับสถานการณ์

 เพราะการที่ "หรั่ง" ขอให้ "ดีเอสไอ" กันตัวเขาเป็นพยานแต่ไม่ได้รับการตอบรับ...ในยามไร้ที่พึ่งเมื่อมีคนยื่นมือมาช่วยเหลือ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเขาจะตอบรับ

 หากนำข้อเสนอของ "พรรคเพื่อไทย" และ "ดีเอสไอ" เป็นเงื่อนไขที่เหมือนกันมาเปรียบเทียบ "หรั่ง" จะตัดสินใจเลือกฝ่ายไหน

 ถ้าเลือกรับข้อเสนอของ "ดีเอสไอ" ทั้งแม่และภรรยา จะเข้าโครงการคุ้มครองพยาน โดยรัฐจะจัดหาที่ปลอดภัย และจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ตามสมควร แต่ในประเทศไทยการคุ้มครองพยานส่วนใหญ่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ถ้าพยานไม่ตาย ก็ขอเลิกการคุ้มครองเอง เพราะทนอึดอันไม่ไหว เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น สหรัฐ เป็นประเทศใหญ่สามารถพาพยานไปซุกซ่อนที่ไหนก็ได้ และไม่มีระบบเครือญาติสนิทเหมือนเมืองไทย การคุ้มครองพยานส่วนใหญ่จึงสำเร็จ

 แต่สำหรับ "หรั่ง" ในฐานะผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายต่อให้การเป็นประโยชน์โทษก็หนักอยู่ดี เพราะคดีที่เกี่ยวข้องเป็นคดีสำคัญ ลดโทษอย่างมากก็อาจได้แค่จำคุกตลอดชีวิต!

 แต่ถ้า "หรั่ง" เลือกที่จะรับข้อเสนอของ "เพื่อไทย" แม้ในวันนี้โดนเข้าเต็มๆ แต่ก็พอมีลุ้นว่า เมื่อใดที่การเมืองพลิกขั้ว และมีการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ "หรั่ง " ก็อาจจะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์

 ความเป็นไปได้ที่คดีนี้จะถูกรื้อฟื้นก็เป็นไปได้สูง เพราะคนที่เกี่ยวข้องมีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองจำนวนมาก

 โทษของ "หรั่ง" จากหนักประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตอาจลดโทษเหลือติดคุกเพียงไม่กี่ปี ก็สามารถพ้นโทษกลับมาอยู่กับครอบครัวได้

 ดีไม่ดีอาจมี "ของแถม" ติดมือมาใช้ในบั้นปลายของชีวิต!

 จากนี้ไปจับตาดูว่า "หรั่ง" กุญแจสำคัญของ 8 คดีใหญ่ จะเลือกแบบไหน หยิบเบี้ยใกล้มือ หรือหวังน้ำบ่อหน้า !

 แต่ที่แน่ๆ วันนี้มีคำถามถึงดีเอสไอ ว่าคดีนี้ช้าไปหรือไม่ ?

ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย