ข่าว

ส่งออกเดือนมิ.ย.ทุบสถิติยอดโต46% พณ.เพิ่มเป้าเป็น19%-"ปรีดิยาธร"เตือนศก.นอกยังเสี่ยง

ส่งออกเดือนมิ.ย.ทุบสถิติยอดโต46% พณ.เพิ่มเป้าเป็น19%-"ปรีดิยาธร"เตือนศก.นอกยังเสี่ยง

21 ก.ค. 2553

พาณิชย์ตีปีกส่งออกเดือนมิ.ย.53 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่ากว่า 1.8 ล้านดอลล์ เติบโต 46% ปรับเป้าส่งออกทั้งปีใหม่ขยายตัว 19% ทุบสถิติส่งออกของไทย เชื่อได้รับปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจโลกขยายตัว ด้าน "หม่อมอุ๋ย" เตือนสหรัฐ-ยุโรปยังเป็นปัจจัยเสี่ยง อย่าคิดพึ่งต

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงตัวเลขการส่งออกเดือนมิถุนายน 2553 ว่า มีการส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยมูลค่า 18,039 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวจากเดือนมิถุนายน 2552 ที่อัตรา 46.3% ซึ่งการส่งออกสินค้าสำคัญเพิ่มขึ้นในทุกหมวด โดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเพิ่มขึ้น 33.3% ขณะที่การส่งออกข้าวลดลง เนื่องจากการแข่งขันด้านราคากับเวียดนาม ปากีสถาน และอินเดีย ส่วนการนำเข้าเดือนมิถุนายน 2553 มีมูลค่า 15,716 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 37.9% ส่งผลให้เดือนมิถุนายน 2553 โดยไทยเกินดุลการค้า 2,322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 ทั้งนี้ ตัวเลขการค้าในช่วงครึ่งปีแรก ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2553 ไทยส่งออกคิดเป็นมูลค่า 93,066 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 36.6% การนำเข้ามูลค่า 86,689 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 51.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งปีแรก ไทยเกินดุลการค้ารวม 6,378 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 นางพรทิวากล่าวอีกว่า จากการประเมินสถานการณ์ภาพรวมการค้าของโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซ ไม่ได้ลุกลามไปมากนัก อีกทั้งการที่จีนปรับค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้น ซึ่งไม่มีผลกระทบกับการเจาะตลาดส่งออกของไทย ทำให้กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับเป้าหมายการส่งออกในปีนี้ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 14% จากปีก่อน เป็นขยายตัวเพิ่มขึ้น 19% ด้วยมูลค่าการส่งออก 183,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์การส่งออกของไทย

 "คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังไทยจะส่งออกได้มูลค่า 93,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นไตรมาส 3 จะส่งออกได้เป็นมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และไตรมาส 4 ส่งออกได้ลดลงเล็กน้อยที่ราว 4 หมื่นกว่าล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลให้ไทยจะเกินดุลการค้าในปีนี้ได้กว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แน่นอน" นางพรทิวากล่าว

 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภายหลังเปิดสำนักงานสาขาบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) ซีคอนสแควร์ ว่า ขณะนี้ทิศทางเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนอัตราดอกเบี้ย แม้จะมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น แต่ไม่กระทบกำลังซื้อของประชาชน เพราะยังอยู่ในระดับต่ำ โดยปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ในครึ่งปีหลังคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปที่อาจชะลอตัว ประเทศไทยจึงไม่ควรเน้นพึ่งพาเศรษฐกิจด้วยการหารายได้จากการส่งออกมากเกินไป