
แขวะธ.ก.ส.เตะถ่วงแก้หนี้ชาวนาหวั่นยิ่งนานถูกยึดที่ดินเพิ่ม5แสน
"กนก" แขวะธ.ก.ส.อ้างรอกฤษฎีกาตีความลดหนี้ 50% เป็นการเตะถ่วงแก้หนี้สินเกษตรกร 5 แสนราย หวั่นยิ่งนานหนี้พุ่ง 1 ล้านคน ด้านธ.ก.ส.โต้เสียหายใครรับผิดชอบ
นายกนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างบูรณาการ เปิดเผยความคืบหน้าการปรับโครงสร้างหนี้สินเกษตรกร 5.1 แสนรายที่เป็นหนี้เอ็นพีแอล ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำตอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความว่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สามารถลดเงินต้น 50% ยกเว้นดอกเบี้ย และให้เกษตรกรผ่อนชำระหนี้ที่เหลืออีก 50% ภายใน 15 ปีได้หรือไม่ กรณีที่มูลค่าทรัพย์สินของเกษตรกรสูงกว่ามูลค่าหนี้ ซึ่งหากกฤษฎีกาตีความว่าธ.ก.ส.ทำไม่ได้ จะทำให้โครงการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรต้องเลื่อนออกไปอีกนาน
ทั้งนี้ ปัจจุบันธ.ก.ส.ไม่เคยให้ข้อมูลเลยว่า ขณะนี้มีเกษตรกรที่มีมูลค่าหลักทรัพย์มากกว่ามูลค่าหนี้เท่าไหร่ แต่คิดว่าน่าจะมีมากพอสมควร จึงอยากถามว่าเหตุใดต้องเตะถ่วง ไม่ยอมให้นำหนี้สินเกษตรกรเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้หรือต้องการให้ดอกเบี้ยพอกพูนขึ้น จนเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินแล้วค่อยนำเข้าโครงการ หรือธ.ก.ส.ต้องการให้ที่ดินตกอยู่ในมือเพื่อนำที่ดินสวยๆ ไปขายทอดตลาดให้นายทุน
“ช่วงแรกของโครงการนี้คณะกรรมการได้ประสานงานกับธ.ก.ส. ซึ่งผู้บริหารธ.ก.ส.ก็ให้การสนับสนุนอย่างดี แต่มาถึงขณะนี้เห็นว่าท่าทีเปลี่ยนไป การทำงานของธ.ก.ส.ไม่ได้ทำหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจริงและทราบมาว่าโบนัสที่พนักงานได้ 3-4 เดือนนั้นเป็นเงินมาจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของเกษตรกรที่เป็นหนี้เอ็นพีแอลและถูกบังคับขายทอดตลาด” นายกนกกล่าว และว่าหากโครงการนี้ไม่สามารถเดินต่อได้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรจะยิ่งหนักขึ้น ขณะนี้มีเกษตรกรอีกไม่น้อยกว่า 5 แสนราย กำลังอยู่ในภาวะที่ชำระหนี้สินไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีเกษตรกรเป็นหนี้เอ็นพีแอลเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1 ล้านรายในเร็วๆ นี้
นายลักษณ์ วจนานวัช กรรมการผู้จัดการธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส.พร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล เพียงแต่รอความชัดเจนใน 2 ประเด็น คือ 1.การตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา 2.ทางกองทุนเพื่อการฟื้นฟูเกษตรกรฯ ได้ดำเนินการคัดกรองเกษตรกรที่มีปัญหาอย่างแท้จริง
“การคัดกรองเกษตรกรที่มีปัญหา ถ้าไม่ดำเนินการจริงจัง ในอนาคตก็จะเกิดปัญหากับสถาบันการเงิน และวินัยในการชำระหนี้ของเกษตรกร เพราะน่าจะมีสมาชิกกองทุนฟื้นฟูเพียง 80-90% ที่มีความเดือดร้อนจริง ที่เหลือจะเป็นลูกหนี้ที่แฝงตัวมา และกรณีที่กองทุนฟื้นฟูเกษตรกรเสนอตัดหนี้ 50% ถามว่าความรับผิดชอบอยู่ที่ไหน" นายลักษณ์ กล่าว



