
ความจริงที่ต้องฟัง
ประเด็นการแบนโฆษณา 'ขอโทษประเทศไทย' ขยายออกไปในวงกว้าง
ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยอมรับความจริงเสียหน่อยบ้านเมืองเราอาจจะไม่ต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้
ไม่ต้องไปคิดเผื่อคนอื่น คิดว่าคนอื่นจะรับไม่ได้กับสิ่งที่ปรากฏในโฆษณา ถ้าพิจารณาด้วยใจเป็นธรรมแล้ว มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมเราทุกวันนี้จริงๆ
คำถามที่ครีเอทีฟและผู้กำกับโยนเข้าใส่โดนใจและกระทบจิตใต้สำนึกใครหลายคน
เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า, รุนแรงไปหรือเปล่า, ฟังความข้างเดียวหรือเปล่า, ทำหน้าที่ของตัวเองหรือเปล่า, คิดถึงประชาชนหรือเปล่า ฯลฯ
หนึ่งในองค์กรที่ถูกพาดพิง คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กับก๊อบปี้ประโยคเด็ด 'ทำหน้าที่ของตัวเองหรือเปล่า' ตอกย้ำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาขัดแย้งได้ดี
หรือจะเป็น 'คิดถึงประชาชนหรือเปล่า' และ 'โกงหรือเปล่า' กับภาพอภิมหาโครงการก่อสร้าง สุสานเสาคอนกรีตประจานนักการเมือง
คณะกรรมการเซ็นเซอร์ของแต่ละช่องอย่าทำเป็นผู้ใหญ่ที่ห่วงเด็กเกินไปนัก เพราะท้ายที่สุดแล้วโฆษณาก็กล่าวถึงคนไทยทุกคนที่ต้องหันมาคิดถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้วเสียใหม่
คิดแล้วก็แก้ไขเสียให้ถูกต้อง !?!
ลองดูช่วงนี้ก็ได้ คนของกองทัพมีชื่อเข้าไปพัวพันกับการกระทำผิดกฎหมายมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่วนตำรวจก็ถูกมองว่าไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง หรือหน่วยงานยุติธรรมถูกกล่าวหาว่าช่วยเหลือฝ่ายการเมือง
มีคดีอาชญากรรมที่เกิดกับเสื้อแดงแล้วตำรวจเพิกเฉย ไม่ให้ความสำคัญ เพียงเพราะมีพฤติกรรมส่อไปในทางมิชอบ ต่อต้านรัฐบาล
ส่วนคดีที่เอื้อต่อความก้าวหน้าและมีผลทางการเมืองก็เร่งรีบทำจนเกิดข้อครหาว่าสองมาตรฐาน
คดีเล็กๆ น้อยๆ ของตาสียายสารากหญ้าถูกทิ้งให้รกโรงพัก ส่วนเรื่องของผู้หลักผู้ใหญ่กลับเร่งรัดทำให้อย่างประจบสอพลอ
บางทีโฆษณานี้อาจจะกระตุ้นจิตสำนึกได้บ้าง หรืออย่างน้อยก็ช่วยกระตุ้นเตือนถึงหน้าที่ของแต่ละคน
เป็นความจริงที่ต้องฟังและยอมรับความเป็นจริง
ไม่เฉพาะตำรวจ ทหาร นักการเมือง แต่เป็นประชาชนคนไทยทุกคน
ลองหันมาถามตัวเองดูก็ได้ครับว่า เราได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้วหรือยัง ?!!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



