ข่าว

จารชนหมีขาวคืนชีพ (2)

จารชนหมีขาวคืนชีพ (2)

21 ก.ค. 2553

หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ "นิวไทมส์" ซึ่งตีพิมพ์ที่กรุงมอสโกและกรุงปราก โดยมีนโยบายมุ่งวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำทำเนียบเครมลินเป็นหลักให้ความเห็น เมื่อเร็วๆ นี้ว่าการที่รัสเซียใฝ่ฝันอยากจะก้าวกระโดดในแผนพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย ถึงขั้นจะสร้าง "สโกลโกโว วัลเลย์" ห

 การวิพากษ์วิจารณ์นี้เท่ากับเปิดแผลที่ฝังลึกอยู่ในใจของผู้นำตะวันตกหลายคนที่ยังหวาดระแวงรัสเซียว่าจะแอบจารกรรมความลับสุดยอดของประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง

 รัฐมนตรีมหาดไทยเยอรมนีถึงรีบสนองรับด้วยการเตือนให้ทุกฝ่ายระวังตัวเป็นพิเศษจากการถูกแดนหมีขาวจารกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

 แต่แดนหมีขาวรัสเซียก็ศอกกลับทันทีตามประสาเสือไม่สิ้นลาย หมีไม่สิ้นเขี้ยวเล็บ โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศโต้ว่าความหวาดระแวงนี้เป็น "ทัศนะขยะเหลือทิ้งจากสมัยสงครามเย็น"

 อย่างไรก็ดี การตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรงจากวังเครมลินก็ไม่ช่วยคลายปมความหวาดระแวงของมะกันชนและผู้นำยุโรปที่ปักใจเชื่อว่ารัสเซียพร้อมจะลงทุนระยะยาวในการสร้างจารชนขึ้นมาอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย จากนั้นก็คอยเก็บเกี่ยวผลที่ได้จากการลงทุนระยะสั้นในรูปของข้อมูลลับสุดยอดทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี เป็นต้น

 ความระแวงนี้เห็นชัดกรณีสื่อแดนน้ำหอมฝรั่งเศสกับหนังสือพิมพ์โนวายา คาเซตา หนังสือพิมพ์ที่ชอบวิพากษ์รัฐบาลเครมลินได้ร่วมกันใส่ไฟขยายความหวาดระแวงนี้ด้วยการตั้งข้อสงสัยกรณีที่คริสตจักรกรีกออธอด็อกซ์ของรัสเซียได้ไปซื้อที่ดินผืนงามในกรุงปารีสเพื่อจะสร้างมหาวิหารแห่งใหม่

 ทั้งๆ ที่คนที่เปิดเผยเรื่องนี้ก็คือประธานาธิบดีนิโกลาร์ ซาร์โกซีแห่งฝรั่งเศสและประธานาธิบดีดมิทรี เมดเดเวฟแห่งแดนหมีขาวก็ตาม

 หนังสือพิมพ์โนวายา กาเซตา ถึงกับเรียกวิหารนี้ว่า "วิหารแห่งการจารกรรม" ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝรั่างเศสก็ร่วมผสมโรงด้วยการกล่าวหาว่าวิหารแห่งนี้จะเป็นกองบัญชาการใหญ่สุดของสายลับรัสเซียในต่างประเทศเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์

 อย่างไรก็ดี นิโคไล โควาลยอฟ ที่ขึ้นมานั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการเคจีบีแทนปูตินและได้รางวัลตอบแทนเป็นตำแหน่ง ส.ส.ก็โต้ทำเนียบขาวและสื่อตะวันตกที่ประโคมข่าวสายลับจนใหญ่โตว่า "เป็นข่าวขยะทั้งนั้น โดยอาศัยพลอตจากนิยายสายลับราคาถูกๆ อย่างของอกาธา คริสตี้"