
ธุรกิจ ต้องคิดแบบ...ปาย
ปาย เป็นอำเภอเล็กๆ ใน จ.แม่ฮ่องสอน แต่ได้รับอิทธิพลทางเศรษฐกิจและสังคมจากเชียงใหม่มากกว่าจังหวัดแม่ แม้กระทั่งการเดินทางติดต่อไปมาหาสู่กับโลกภายนอก เส้นทางที่สะดวกที่สุดก็ยังต้องผ่านออกมาทางบ้านแม่มาลัย ในเขต อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
ปาย เริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศไทยและไกลไปถึงต่างชาติ ในช่วงเวลาไม่เกินยี่สิบปีที่ผ่านมา เมื่อคนต่างถิ่นอพยพเข้าไปทำมาหากิน สร้างบ้านแปงเมือง เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจกันมากขึ้น
ห้าหกปีที่ผ่านมาเมื่อถึงฤดูหนาวมาเยือน หนุ่มสาวชาวหน้าจออินเทอร์เน็ตและคนเมืองกรุงนุ่งกระโปรงสั้นในออฟฟิศตึกสูงทั้งหลาย หากไม่ได้ไปเยือนเมืองปายสักครั้งก็จะเกิดความรู้สึกเอาท์ จนอายแทบไม่กล้าสู้หน้าตาเพื่อนฝูงไปเลยทีเดียว เศรษฐกิจเมืองปายในยุคนี้จึงพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นสายเลือดหลัก
เมื่อ ปาย เป็นเมืองที่พึ่งพิงกับเชียงใหม่และการท่องเที่ยว ย่อมแน่นอนว่าเมื่อถึงเวลาที่เกิดความแตกแยกทางความคิดระหว่างขั้ว เอาและไม่เอาทักษิณ กลุ่มคนส่วนใหญ่ในเมืองปาย ย่อมยืนอยู่ฝ่ายแนวคิดที่จะให้ทักษิณเป็นพระเอก และการต่อสู้ทั้งทางความคิดและในเชิงสัญลักษณ์จึงระบาดออกไปทั่วเมืองปาย
สถานที่สาธารณะหลายต่อหลายแห่งรวมทั้งที่ส่วนตัวตามบ้านเรือน ย่อมมีการตั้งป้ายคำขวัญเรียกร้องเชิดชูกลุ่มหรือคนตามที่เจ้าของชื่นชอบ รวมไปถึงสถานที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวด้วย ทำให้บรรยากาศของเมืองท่องเที่ยวกลายเป็นสถานที่อึมครึม สร้างความอึดอัดให้แก่คนท่องเที่ยว ที่หวังไปหาความสุขจากการพักผ่อนสมอง
และยิ่งเมื่อมีความรุนแรงเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก ผลกระทบย่อมส่งไปถึงเมืองปายอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะเส้นทางไปสู่ปาย ย่อมผ่านเชียงใหม่ไปด้วย เม็ดเงินที่หมุนเวียนในปายจึงขาดหายไป ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและที่เกี่ยวข้อง ซึ่งน่าจะเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละแปดเก้าสิบของเม็ดเงินหมุนเวียนในปาย จึงอยู่ในสภาวะของคนไข้ที่มีลมหายใจรวยริน
แกนนำของกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มคนเสื้อเหลืองในเมืองปาย ภายใต้การประสานงานของกลุ่มข้าราชการ โดยมีตำรวจท่องเที่ยวเป็นหัวเรือหลัก จึงได้ลงมือหาทางแก้ลำพลิกฟื้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้ตื่นกลับขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการปลดป้ายข้อความและสัญลักษณ์เชิงการเมืองลงให้หมด แต่กลุ่มคนที่ยังยึดมั่นกับแนวคิดการเมืองใด ก็ยังสามารถดำรงความคิดนั้นเอาไว้ต่อไปได้ ส่วนกิจกรรมการเคลื่อนไหวในการต่อต้านหรือสนับสนุน ต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวอย่างปายเป็นอันดับแรก ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ทั้งประเทศควรเรียนรู้และเอาแบบอย่างเป็นยิ่งนัก
แกนนำเสื้อเหลืองเป็นใครผมไม่รู้จัก ได้ข่าวแต่เพียงว่าเป็นคนต่างถิ่นที่ไปประกอบธุรกิจที่นั่น แต่ "สำเริง ปานแร่" แกนนำเสื้อแดงนั้น ถ้าความทรงจำของผมไม่ผิดเพี้ยน น่าจะเป็น สำเริง ปานแร่ ที่มีพี่ชายชื่อ มานพ ปานแร่ บ้านเกิดอยู่ที่ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท น่าจะเป็น สำเริง ปานแร่ ที่เป็นนักศึกษาวิทยาลัยครูเชียงใหม่ ผู้ชอบเล่นกีฬาฟุตบอลและเดินยิ้มหน้าบานทั้งวัน
เป็นนักกิจกรรมสายกลางที่มีความประนีประนอมสูงยิ่ง ต่างไปจากนักกิจกรรมอีกคนหนึ่งที่มาจากชัยนาทด้วยกัน ซึ่งเดินสายแตกหักรุนแรงแบ่งฝ่ายชัดเจน สี่สิบกว่าปีที่สำเริงเรียนและใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่และย่านละแวกนั้น ทำให้ถึงจะไม่ใช่คนเมืองโดยกำเนิด แต่ก็คงพูดได้ว่าเป็นลูกหลานคนเมืองเช่นกัน และถ้าเป็น สำเริง ปานแร่ คนที่ผมพูดถึง ผมก็เชื่อว่าด้วยความที่เป็นคนประนีประนอมยอมคิดถึงงานใหญ่มากกว่าชัยชนะชั่วคราว คงทำให้เศรษฐกิจของ เมืองปาย ฟื้นตัวขึ้นได้ไม่ช้านัก ยกเว้นแต่เขาจะ ไม่ใช่ สำเริง ปานแร่ คนที่ผมพูดถึงเท่านั้นเองครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



