
ปลัดกห.ยันกองทัพจำเป็นต้องซื้อกริพเพน-รถเกราะ
ปลัดกห.ยันกองทัพจำเป็นต้องซื้อกริพเพน-รถเกราะถ่วงดุลอำนาจทหาร ชี้ซื้อรถเกราะยูเครนล็อตสองไม่ต้องเปิดประมูลใหม่ เผยต้องการซื้อให้ครบ 1 กรม โยนทบ.แจงล็อคเปคเลือกรถยูเครน เชื่อไร้ทุจริต ตรวจสอบได้
(21ก.ค.) พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางจากประเทศยูเครนว่า กองทัพบกกำลังดูแลอยู่ และกำลังชี้แจ้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ในเรื่องปัญหาข้อขัดข้อง ส่วนการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล็อตที่สอง ทราบว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการและอยุ่ในระหว่างการเตรียมขออนุมัติหลักการจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งเชื่อว่า โครงการดังกล่าวไม่น่าจะมีการทุจริต เพราะมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน ไม่ใช่เรื่องง่าย
เมื่อถามว่า การจัดซื้อมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์และเกียร์จากสเปคเดิมจะถือว่า ผิดระเบียบการจัดซื้อทที่ต้องมีการประมูลใหม่หรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลใหม่ แต่ในสาระสำคัญต้องนำเข้าเสนอ ครม. อีกครั้ง ซึ่งกองทัพบกกำลังดำเนินการในขั้นตอนนี้อยุ่ และกำลังพิจารณาว่า ขีดความสามารถของเครื่องยนต์ที่จะเปลี่ยนดีกว่าเครื่องที่เราเสสนอแต่แรกหรือไม่ หากดีกว่าหรือเท่าเทียมก็จะมีการเสนอ ครม.ให้เห็นชอบ ซึ่งไม่ถือว่า เป็นการผิดสัญญา แต่ต้องแก้ไขสัญญาให้สอดคล้อง และขออนุมัติจาก ครม.
เมื่อถามว่า การจัดซื้อล็อตแรกยังมีปัญหา แต่ยังมีการดำเนินการจัดซื้อล็อตสองถือว่า ผิดปกติหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นความต่อเนื่องของงบประมาณ ซึ่งความจำเป็นต้องมีล็อตแรก 96 คันนั้น เป็นเพียงแค่ 1 กองพัน แต่ความต้องการของกองทัพบกคือ 1 กรม คือ ต้องมี 3 กองพัน ดังนั้นต้องมีการจัดหาเพิ่ม ทั้งนี้จำเป็นต้องมีความต่อเนื่องในระบบ เพราะหากเราจัดซื้อของจากประเทศนี้แล้ว แม้จะมีปัญหาในงบประมาณ แต่หากจัดซื้อจากประเทศอื่นจะมีปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุง ซึ่งถือเป็นระบบในการจัดซื้อ ยกตัวอบ่างเช่น เครื่องบินกริพเพนที่ซื้อเฟสแรก 6 ลำ เพราะมีงบประมาณเพียงแค่นั้นจึงจำเป็นต้องซื้อเฟสสองและเฟสสาม เพื่อให้เต็มศักยภาพ
เมื่อถามว่า จากการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐเปลี่ยนเป็นการจัดซื้อแบบพิเศษที่กองทัพบกกำหนดความต้องการเพื่อให้บริษัทที่มีคุณสมบัติถึงเข้ามาเสนอตัว ถือเป็นล็อคสเปคให้บริษัทจากยูเครนหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ขณะนี้อยุ่ในขั้นตอนการพิจารณา การอนุมัติหลักการในการจัดซื้อ ซึงการเสนอคงยังระบุไม่ได้ว่า ในล็อตสองจะเป็นแบบรัฐต่อรัฐหรือการจัดซื้อแบบพิเศษระหว่างหน่วยงานกับบริษัท ส่วนที่มีการมองว่า จะเป็นการล็อคสเปคหรือไม่ เป็นเงื่อนไขที่กองทัพบกต้องชี้แจง
เมื่อถามว่า เหมาะสมหรือไม่ที่กองทัพจัดซื้ออาวุธในช่วงที่งบประมาณของชาติมีน้อย พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ต้องดูให้ครบถ้วนหลายด้าน เราเห็นความจำเป็นและความขัดข้องงบประมาณของประเทศอยู่ แต่ประเทศรอบบ้านจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ค่อนข้างมาก บางประเทศอาจไม่จัดซื้อเอง แต่ได้รับการสนับสนุนจากมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์กันอยู่ จึงจำเป็นที่เราต้องทำให้เกิดความสมดุลทางอำนาจให้ได้ จำเป็นต้องดูประเทศรอบบ้าน เราต้องพยายามหาซื้อยุทโธปกรณ์ให้เกิดความสมดุลให้ได้ คือ สิ่งที่กระทรวงกลาโหมต้องทำและดูแล



