
อภิชาตน้อยใจปลัดกห.ไทยสำคัญแค่ปลายแถว
อภิชาตน้อยใจ ปลัดกลาโหมไทย แค่ปลายแถว พ้อไม่ให้เกียรติเหมือนชาติสากล ด้าน รองปลัดกลาโหม เผยโยกย้ายทหาร การเมืองแทรกเรื่องธรรมชาติ วอนสื่อให้ข้อมูลแฟร์สองด้าน สร้างสมดุลโผทหาร ชี้บทบาทกองทัพเป็นแค่กรรมการห้ามมวยแก้วิกฤติการเมือง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ พล.อ.อ.พุฑฒิ มังคละพฤกษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวระหว่างการสัมมนาเชิงปฏิบัติการสื่อสารมวลชนเพื่อความมั่นคงของชาติระดับผู้นำ ในหัวข้อบทบาทของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมตอนหนึ่งว่า หน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะเน้นการจัดระบบในการนำยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมาใช้ การเฝ้าระวัง การทำให้งานสัมฤทธิ์ผล คุณภาพกำลังพล เรื่องเทคโนโลยี ยุทธวิธีในการรบ กลยุทธ์ในการบริหารจัดการ หลักๆ เป็นเรื่องการกำหนดนโยบาย เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สวัสดิการ งบประมาณ และ งานด้านกรมพระธรรมนูญ
พล.อ.อ.พุฑฒิ กล่าวว่า ส่วนการคัดเลือกผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงาน หรือ การโยกย้ายทหาร ที่มองกันว่าการเมืองเข้ามาแทรกแซงนั้น การคัดเลือกผู้บริหารระดับสูงนั้น มันเป็น militic ซึ่งมาจาก military บวกกับ politic ในส่วนของตนเอง สื่อก็คงทราบดีเมื่อสองปีก่อนที่ตนจะถูกโยกย้ายมาที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แต่เราอย่าไปตั้งอุดมคติว่าจะต้องมีเส้นแบ่งถ้าล้ำหน้าต้องเป่านกหวีดทันที พวกสื่อต้องช่วยสะท้อนข้อมูลทั้งสองด้าน และช่วยดูแลให้สมดุล อย่าไปห้าม เพราะห้ามไม่ได้ คนนั้นก็อยากได้ คนนี้ก็อยากไป แต่ขอให้ความเห็นที่ขัดแย้งกันเป็นเรื่องทีเป็นไปตามธรรมชาติ ให้แฟร์ๆกัน
“อย่างไรก็ตามหน้าที่ของทหารในปัจจุบันไม่ได้มีแค่การปราบปรามอริราชศัตรู แต่ยังมี Threat อื่นที่เป็น Non- combat เช่นเรื่องบรรเทาสาธารณภัย อย่างสถานการณ์ที่ผ่านมาที่เกิดความวุ่นวายกัน เราควรทำหน้าที่เป็นกรรมการห้าม ผมเท้าความว่า ประมาณ 4-5 ปีในฝรั่งเศส มีเรื่องสีผิว หรือ ศาสนา กันนิดหน่อยและลุกลามไปเป็นการเผารถ 3.5 พันคัน ผมบอกกับผู้ช่วยฑูตทหารฝรั่งเศสซึ่งเป็นเพื่อนของผมว่า จะปล่อยให้เขาเผาพิพิธภัณฑ์รูฟท์ ไปก่อนเหรอ ซึ่งเขาบอกว่าช่วยไม่ได้ เพราะน้ำกำลังเดือด แต่เขาบอกว่ามีกติกาว่าอย่าเผาตึกอาคารซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสังหาริมทรัพย์ห้ามยาก ” พล.อ.อ.พุฑฒิ กล่าว
เมื่อถามว่า บทบาทกองทัพในการแก้ไขวิกฤตการเมืองที่ผ่านมามีความเหมาะสมหรือไม่ รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า แนวทางที่เหมาะสม มันมีที่เหมาะสมมากกว่านี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าที่ทำไม่เหมาะสม เพราะทหารควรเป็นแค่กรรมการห้ามมวย ไม่ต้องลงไป เพื่อให้ระบบที่มีอยู่มันจัดการตัวมันเอง และ ให้ระบอบพัฒนาไปตามที่มันเดินมา
พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงบทบาทของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักบทบาทที่แท้จริง แม้แต่สื่อมวลชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสัมผัสกับกระทรวงกลาโหมโดยตรง สื่อสายทหารเองก็อาจยังไม่เข้าใจบทบาทของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมโดยรวมเท่าไหร่ บางทีก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกัน ข่าวที่ออกมาผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ เมื่อตนเป็นหัวหน้าคณะเข้าชี้แจงงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ในฐานะเป็นข้าราชการสูงสุดของกระทรวงกลาโหม แต่สื่อไปเขียนลงข่าว กลับไปเขียนชื่อไว้ต่อท้ายชื่อ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ก็เข้าใจในความรู้สึกส่วนตัวว่า เราคงไม่ค่อยได้ทำงานที่มีประสิทธิภาพ หรือ เป็นหน่วยงานที่ไม่มีคุณค่าเท่าไหร่ จึงทำให้สื่อมองภาพสำนักงานปลัดฯ ที่ต้องไปต่อท้ายแถว
“ส่วนตัวผมเองรู้สึกโชคดีที่ได้มีโอกาสได้รับราชการในกองทัพบก กองทัพภาคที่ 1 เป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี และมีโอกาสเข้าไปรับราชการในกองบัญชาการกองทัพไทยอีกกว่า 10 สิบปี จนใกล้ๆ จะเกษียณหาที่ลงไม่ได้ เขาก็เอามาอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งหลายคนก็ไม่อยากมาอยู่เท่าไหร่ แต่เมื่อมาแล้วผมก็มีความภาคภูมิใจในหน่วยงานนี้ เพราะสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยงานสำคัญในฐานะที่กำหนดนโยบายด้านความมั่นคงในภาพรวมของกระทรวงกลาโหม เป็นฝ่ายอำนวยการ หรือ ฝ่ายเสธ. ให้กับ รมว.กลาโหม ถ้าเป็นต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศด้อยพัฒนา ซึ่งผมไม่รู้ว่าประเทศไทยด้อยพัฒนาหรือไม่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในประเทศสากล ใหญ่มากๆ เท่าที่สัมผัส ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ จะฟังปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ผมไม่แน่ใจประเทศไทยเป็นประเด็นปัญหาเรื่องพัฒนา หรือ ด้อยพัฒนาหรือไม่ แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพียงแต่อยากเล่าให้เข้าใจถึงสิ่งที่เราทำ ที่ทำในภาพรวมของกระทรวงกลาโหม ที่มีทั้งสามเหล่าทัพรวมอยู่ ” พล.อ.อภิชาต กล่าว
พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ในต่างประเทศให้ความสำคัญกับปลัดกระทรวงค่อนข้างมาก ซึงอยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างนั้นเปรียบเหมือนผู้เล่นอยากเป็นใหญ่ เชื่อว่า ประเทศไทยสามารถทำได้ หากเราพัฒนากองทัพให้เป็นสากล ความจริง ผบ.เหล่าทัพทุกท่านพร้อม แต่เราไปมองว่า คนที่คุมกำลังมากที่สุดคือ ผู้ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเรากันไปอย่างนั้นเอง แต่สถานการณ์การบังคับบัญชามีความชัดเจนอยู่ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาไม่มีปัญหาการทำงานของผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะผบ.ทบ. ทุกท่านให้เกียรติ และมีความร่วมมือกันอย่างดี



