
จับ"ดอลลาร์ปลอม"รปภ.เมาเกือบทำหลุด...ซีน
"ผู้กองครับ ช่วยเลื่อนรถที่จอดหน้าโรงแรมหน่อยครับ" เสียงอ้อแอ้คล้ายคนเมาสุรา ที่เปล่งออกมาจากปากของพนักงานรักษาความปลอดภัยโรงแรมเดอะเซนทริก ย่านห้วยขวาง กทม. ทำให้ ส.ต.อ.ชิษณุพงศ์ คำดี ผบ.หมู่งานกลุ่มงานสืบสวน ศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งปลอมตั
เพราะในเวลานั้นตำรวจสายสืบผู้นี้อยู่ระหว่างการล่อซื้อธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมจากนายพวน แสงฮาด และ นายกีรติพงศ์ จุ้นศิรแก้ว แก๊งปลอมแปลงธนบัตรรายใหญ่
"ผู้กองผู้เกิงอะไรกัน เข้าใจผิดแล้วผมไม่มีรถไม่ใช่ของผม" ส.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ตะโกนบอกพนักงานรักษาความปลอดภัยรายนั้นไปด้วยใจระทึก ในใจแอบหวังเล็กๆ ว่า นายพวน และนายกีรติพงศ์ จะไม่ไหวตัวหลบหนีการจับกุมไปเสียก่อน
โชคยังเข้าข้างแม้นายกีรติพงศ์จะมีสีหน้าเลิกลักสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้เอเย่นต์ค้าธนบัตรปลอมรายนี้ลุกหนีไปเสียก่อน ยังคงตรวจนับธนบัตรจริงจำนวน 6 แสนบาท เงินล่อซื้อที่ ส.ต.อ.ชิษณุพงศ์ยื่นให้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ปลอมที่ตกลงซื้อขายกันไว้
ด้วยความเป็นคนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการค้าธนบัตรปลอม นายกีรติพงศ์ ไม่แน่ใจว่าธนบัตรจำนวนนั้นเป็นของจริงหรือของปลอม จึงโทรศัพท์เรียกนางศันสนีย์ แสงโชติ เพื่อนร่วมแก๊งนำเครื่องตรวจสอบธนบัตรมาตรวจสอบอีกครั้ง โดยนัดหมายกันตรงล็อบบี้โรงแรม
เวลาผ่านไปประมาณเกือบ 10 นาที นางศันสนีย์ก็เดินทางมาถึงและยืนยันกับนายกีรติพงศ์ว่า เงินที่ได้มาเป็นของจริง ทั้งหมดจึงชวนกันไปที่ห้องหมายเลข 506 เพื่อส่งมอบธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมให้ส.ต.อ.ชิษณุพงศ์
หลังจากเห็นปลากินเหยื่อ ตำรวจที่แฝงตัวอยู่ในโรงแรมก็แสดงตัวจู่โจมเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 506 ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นสถานที่กบดานก่อนจะส่งมอบธนบัตรปลอมให้ ส.ต.อ.ชิษณุพงษ์ ซึ่งแฝงตัวเป็นพ่อค้าเงินปลอมในครั้งนี้
การจู่โจมในครั้งนี้ตำรวจสามารถจับกุมแก๊งค้าเงินปลอมได้ทั้งสิ้น 5 คน คือ 1.นางศันสนีย์ แสงโชติ อายุ 58 ปี ชาว จ.ปทุมธานี 2.นางศรัญญา จุ้ยประเสริฐ อายุ 51 ปี ชาว กทม. 3.นายบุญชัย วงศ์เขียนทอง อายุ 59 ปี ชาวจ.ราชบุรี 4.นายกีรติพงศ์ จุ้นศิรแก้ว อาย 59 ปี ชาวกทม. และ 5.นายพวน แสงฮาด อายุ 71 ปี ชาว จ.หนองคาย พร้อมกันนั้นยังสามารถยึดธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอม จำนวน 147,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,998,000 บาท จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีฐานร่วมกันปลอมเงินตราต่างประเทศ และร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเงินตราต่างประเทศโดยรู้ว่าเป็นของปลอม
ปฏิบัติการล่อซื้อธนบัตรปลอมจากแก๊งค้าเงินปลอมกลุ่มนี้เกิดขึ้นหลังจาก พ.ต.ท.ภัทรพล กมล รองผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี รับแจ้งจากสายลับว่าแก๊งค้าเงินดอลลาร์ปลอมกำลังอาละวาด พ.ต.ท.ภัทรพล จึงให้สายลับติดต่อซื้อธนบัตรปลอมจากแก๊งคนร้าย
คนร้ายได้ให้สายลับโอนเงินซื้อขายเข้าบัญชีเงินฝากของนายพวน แสงฮาด ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารามอินทรา เลขที่บัญชี 0762380xxx ซึ่งเมื่อตำรวจโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าวแล้ว หลังจากนั้นเพียง 2 วัน ก็มีจดหมายไปรษ ณีย์ด่วนพิเศษภายในบรรจุธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมส่งมาให้ถึงที่
จดหมายฉบับนั้นระบุชื่อที่อยู่ผู้ส่งคือนายเนตร แสงธรรมชาติ ระบุที่อยู่ 37/50 หมู่ 4 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร กลับไม่พบว่ามีชื่อดังกล่าวปรากฏอยู่ พ.ต.ท.ภัทรพล จึงมอบหมายให้ พ.ต.ต.สุชัย นันแก้ว สว.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี ประสาน พ.ต.ท.สุคนธ์ ศรีอรุณ รองผกก.ศส.บช.น. เพื่อร่วมวางแผนทลายแก๊งค้าเงินปลอมกลุ่มนี้
สายลับติดต่อขอซื้อธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมจากแก๊งค้าเงินกลุ่มนี้ ในราคา 6 แสนบาท พ.ต.ท.สุคนธ์ มอบหมายให้ ส.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ปลอมตัวเป็นพ่อค้าเงินเดินทางไปซื้อขายเงินปลอมกับคนร้ายกลุ่มนี้ โดยติดต่อกับคนร้ายผ่านโทรศัพท์หมายเลข 08-0661-2xxx
ในครั้งแรกคนร้ายให้ ส.ต.อ.ชิษณุพงศ์ เดินทางไปรับเงินปลอมที่ จ.ปทุมธานี แต่เกิดการเจรจาต่อรองเปลี่ยนสถานที่มาเป็นที่โรงแรมฟอร์จูน ย่านห้วยขวาง เมื่อถึงเวลานัดนายพวนได้เดินทางมารับ ส.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไปพบเพื่อนร่วมแก๊งที่
โรงแรมเดอะเซนทริก ไม่ห่างจากโรงแรมฟอร์จูนมากนัก ปฏิบัติการจู่โจมจับกุมคนร้ายจึงเริ่มขึ้น
หลังการจับกุมคนร้ายตำรวจได้ควบคุมตัวนางศันสนีย์ไปตรวจค้นห้องพักที่เช่าไว้ ที่อาคารอะคาเดีย อพาร์ตเม้นท์ ย่าน จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่พักธนบัตรปลอมของคนร้ายกลุ่มนี้ ซึ่งจากการตรวจค้นพบแค็ตตาล็อกธนบัตร เงินสกุลต่างๆ ในหลายประเทศ และธนบัตรสกุลริงกิตของมาเลเซียอีกจำนวนหนึ่ง



