
'ชวน'เรียกถกทีมกม.ปชป.คดียุบพรรค
ชวน เรียกถกด่วนทีมกฏหมายพรรคประชาธิปัตย์คดีเงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้าน
(21ก.ค.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ในวันนี้(21ก.ค.) จะมีการประชุมเรื่องคดีเงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาทเป็นหลัก เพราะในวันที่ 28 ก.ค.ได้มีการนัดตรวจพยานหลักฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมาเราได้มีการระบุพยานเพิ่มเติมและได้รับบัญชีรายชื่อพยานเพิ่มเติมของฝ่ายผู้ร้อง ในส่วนของคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทแล้ว อย่างไรก็ตามเราพยายามห้ามคนที่ไม่รู้จริงว่าไม่ควรพูดอะไร เพราะขณะนี้ยังไม่ได้รับคำร้อง หรือคำฟ้อง ซึ่งเมื่อได้รับแล้วจึงค่อยมาหารือกันว่ามีประเด็นอะไรบ้าง
“ขอร้องคนที่ให้สัมภาษณ์และไม่รู้จริงว่าอย่าไปพูดอะไรโดยไม่รู้จริง เพราะจากการติดตามการวิจารณ์จากภายนอกนั้นมองว่า ยังไม่รู้จริง ดังนั้นเมื่อพูดอะไรออกไปอาจมีปัญหาด้วยกันทุกฝ่ายรวมถึงศาลได้ เพราะคดีขณะนี้อยู่ในศาลแล้ว และที่สำคัญเอกสารในคดีนั้นมีมากและยากที่จะอ่านได้หมดจนจำเป็นต้องจ้างให้คนมาอ่าน อย่างไรก็ตามทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาล” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวต่อว่า แนวทางของพรรคนั้นสนับสนุนให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และตนก็ไม่ได้แกล้งพูด หากพรรคผิดก็ต้องยอมรับเหมือนกับที่เรียกร้องบุคคลอื่นให้ทำตามกฎหมาย หากกฎหมายไม่ดีก็ต้องแก้ แต่ขณะนี้กฎหมายเขียนอย่างไรเราต้องเคารพและปฏิบัติตาม จึงจะทำให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นสมาชิกพรรคที่มาทำหน้าที่ทนายต้องยึดเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องวิ่งเต้นหรือรุกล้ำ ต้องทำตรงไปตรงมา เพราะคดี 29 ล้านบาทนั้นอ่านจากเอกสารส่วนใหญ่แล้วคำให้การชัดเจนดีมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องกรณีไซฟ่อนเงินนั้นจะทำให้คดีง่ายขึ้นหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำฟ้องจึงไม่อยากบอกว่าเกี่ยวข้องอย่างไร แต่เป็นประโยชน์กับพรรคหรือไม่นั้นพูดไม่ได้ ต้องไปดูคำฟ้องในข้อกฎหมายว่าเป็นอย่างไร ข้อเท็จจริงที่อ้างนั้น ว่าอย่างไร ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องจะทำให้คดีอ่อนลง นายชวน กล่าวว่า หน่วยงานดังกล่าวตั้งขึ้นสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งสมัยนั้นใช้กลไกดังกล่าวเพื่อกลั่นแกล้งคนอื่น แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันโดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่คนอย่างนั้น และไม่มีประโยชน์อะไรที่รัฐบาลจะไปใช้เครื่องมือดังกล่าวเพื่อกลั่นแกล้งคนอื่นหรือช่วยอะไรที่ไม่ถูกต้องเพราะมันไม่จบ วันหนึ่งอะไรที่ไม่ถูกต้องก็จะโผล่มา เพราะฉะนั้น ยึดความถูกต้อง ตรงไปตรงมาจะดีที่สุด
นายชวน กล่าวอีกว่า การสู้คดีนั้นเราสู้ตามความเป็นจริง ไม่ใช่ไปวิ่งเต้นหรือแบบว่าไปหาเงินอย่างที่เราถูกกล่าวหา ครั้งที่แล้วที่พรรคถูกร้องให้ยุบพรรค ตอนนั้นก็มีการคาดการณ์จากหลายฝ่ายว่าถูกยุบพรรคแน่ แต่ในที่สุดคนที่คาดการณ์เหล่านั้นก็เสียคนไปเลยเพราะไม่รู้จริง เพราะสรุปง่ายๆ ฟังเพียงแค่ผิวเผิน ซึ่งขณะนั้นตุลาการรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้อง และมีมติเอกฉันท์ว่าผู้ที่กล่าวหาเรานั้นคือพรรคไทยรักไทยทำผิดเอง และถูกสั่งยุบ ดังนั้นคนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงอาจวิจารณ์ข้อกฎหมายได้ แต่ข้อเท็จจริงอย่าเพิ่งไปวิจารณ์ เพราะข้อเท็จจริงเป็นเรื่องภายในที่ทั้งสองฝ่ายจะสู้กันต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า สำหรับคดีเงิน 258 ล้านบาทนั้นจะเชิญนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมาเป็นพยานในการต่อสู้คดีหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า คงจะมีการระบุพยานเมื่อเห็นว่าเอกสารหรือข้อมูลนั้นเกี่ยวข้องจำเป็น และเชื่อว่าคงไม่กี่วันจากนี้ไปต้องรอตุลาการรัฐธรรมนูญและศาลส่งคำร้องมาให้ จากนั้นเราก็ต้องมาประชุมกันหนักอีกเพราะต้องยื่นคำให้การภายในเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมา
สำหรับหลักฐานในการต่อสู้คดีเงิน 29 ล้านบาท ในภาพรวมของการต่อสู้คดีนั้นมีอะไรหนักใจบ้าง นายชวน กล่าวว่า เอกสารเอามาหมดรวมถึงโปสเตอร์ในต่างจังหวัดก็มีการขนมาด้วย ที่มีการกล่าวหาว่ามีขนาดเล็กกว่าที่กำหนดนั้นจริงหรือไม่ เพื่อเอามาให้ศาลเห็นว่าความเป็นจริงคืออะไร เราเข้าใจว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งดูหลักฐานไม่หมดจึงรีบสั่ง เพราะคนเสื้อแดงไปกดดันขู่เข็ญ ทั้งนี้เชื่อว่าบางเรื่องยังดูไม่ครบถ้วน ดูเพียงเอกสารบางตัวและไม่ไปดูของจริงว่าคืออะไร ดังนั้นเราจำเป็นต้องแสดงหลักฐานให้เห็นทุกประเด็นต่อศาล
ส่วนกังวลหรือไม่ว่ากรณีที่ดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องกรณีไซฟ่อนเงินนั้น จะเป็นการกดดันให้ศาลตัดสินในอีกทิศทางหนึ่ง นายชวน กล่าวว่า สิ่งที่เราเรียกร้องกันอยู่คือ อย่าให้ใครไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญ เพราะบุคคลในสายกกต.หรือสายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเป็นผู้ใหญ่ น่าเชื่อถือ แต่ทุกคนก็เป็นปุถุชน เมื่อวันหนึ่งความไม่ปลอดภัยเข้ามาคุกคามไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ครอบครัว หรือในรูปแบบต่างๆ จะเป็นปุถุชนที่ไม่หวั่นไหวเลยคงยาก
นายชวน กล่าวด้วยว่า ต้องระวังว่าการกล่าวหาตุลาการบางท่านในสิ่งที่ไม่จริง เช่น การกล่าวหาว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์ไปพบในห้อง อันนี้โกหกทั้งนั้น การกล่าวหาอย่างนี้ถือว่ามีผลทำให้ตุลาการรัฐธรรมนูญบางท่านต้องป้องกันศักดิ์ศรี หากไม่เถียงเลยก็ถือว่าจริง เพราะบ้านเราคิดกันอย่างนั้น เมื่อฟ้องก็เป็นปฏิปักษ์ ซึ่งคนดีๆ เหล่านั้นต้องถอนตัวออกมา เพราะฉะนั้นวิธีการของคนคุกคามก็มีหลายวิธีการ ต้องเข้าใจว่าคนบางคนสามารถโกหกได้ทุกวัน อันนี้เป็นเรื่องที่พยายามขอร้องทุกฝ่ายว่าอย่าไปใช้วิธีการกดดันหรือคุกคามอย่างที่เคยทำกับกกต.มาแล้ว



