ข่าว

 'ใช้กรรมแล้วผมจะบวช'สำนึกที่มาสายเกินไป !

'ใช้กรรมแล้วผมจะบวช'สำนึกที่มาสายเกินไป !

21 ก.ค. 2553

สำนึกที่มักจะมาสายเกินไป แม้จะไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมา แต่อย่างน้อยก็ทำให้คนคนหนึ่งหวนคิดถึงสิ่งที่ทำผิดพลาดลงไป !?!

 "ผมเสียใจ" วิสูตร งามสะอาด หรือยุ้ย วัย 29 ปี หนุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างละแวกพระราม 2 สำนึกผิดที่ลงมือจี้ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ จนเป็นเหตุให้ "กิตติภพ พวงสมบัติ" หรือน้องคอร์ส วัย 13 ปี เสียชีวิต

 น้องคอร์สถูกจ้วงแทงหลายแผลจนดับดิ้นอยู่ปากซอยสุขสวัสดิ์ 1 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2553 ระหว่างเดินกลับบ้านพักที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ตำรวจ สน.บุคคโล ร่วมกับ กก.สส.น.8 ติดตามจับกุมวิสูตรได้อีก 16 วันถัดมา

 ยุ้ยเป็นชายหนุ่มรูปร่างใหญ่โต สูงกว่า 170 เซนติเมตร หนัก 130 กิโลกรัม มีเมียและลูก 3 คน เป็นลูกสาว 2 คน และลูกชายอีก 1 คน และตากับยายรวม 6 คนที่ต้องดูแล วันที่เขาถูกจับและนำตัวมาแถลงผลต่อสื่อมวลชน ยุ้ยเงียบขรึมจนถึงขั้นซึมเซา ยิ่งเมื่อได้เห็นหัวอกของพ่อแม่ที่สูญเสียลูก เขาร่ำไห้ฟูมฟายถึงสิ่งที่ทำผิดพลาดลงไป

 "ผมไม่มีเจตนาทำให้น้องเขาตาย" ยุ้ยยืนยันพร้อมกับเท้าความคืนวันเกิดเหตุ

 คืนนั้นยุ้ยขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวแดง ไปเดินดูของและหาซื้อข้าวของแถวสะพานพุทธ ย่านซื้อขายของเก่าขึ้นชื่อ ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาปรอยปราย ยุ้ยมุ่งหน้ากลับบ้าน บังเอิญผ่านจุดเกิดเหตุเห็นน้องคอร์สเดินคุยโทรศัพท์อยู่ ด้วยความที่ไม่มีเงินจึงอยากได้โทรศัพท์ ในใจพลางก็คิดว่าน่าจะเป็นเด็กหนุ่มวัย 18-19 ปี แม้น้องคอร์สจะรูปร่างสูงใหญ่เกินวัย แต่เมื่อเทียบกับตัวเขาแล้วไม่น่าจะขัดขืนต่อสู้ ยุ้ยขี่รถผ่านไปดักรออยู่ข้างหน้ารอจังหวะน้องคอร์สเดินผ่านมา

 "เขาน่าจะกลัวผม เพราะผมตัวใหญ่กว่าเขาเยอะ"

 ยุ้ยขู่ให้น้องคอร์สส่งโทรศัพท์มา แต่ถูกปฏิเสธและพยายามปัดป้อง เกิดการต่อสู้กัน ยุ้ยชักมีดออกมาแทงไป 1 ครั้ง น้องคอร์สพยายามปัดมีดและต่อสู้อยู่นานพอสมควร ระหว่างนั้นยุ้ยจำไม่ได้ว่าจ้วงแทงไปอีกกี่ครั้ง หลังจากน้องคอร์สทรุดลงก็ยื่นมือถือส่งให้เหมือนกับยอมแล้ว ยุ้ยจึงขี่มอเตอร์ไซค์ออกมา มองจากกระจกหลังเห็นน้องคอร์สยังเดินได้อยู่ คิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก เลยขี่รถไปตามปกติ ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้ติดตามข่าวสารเลย มารู้อีกทีตอนถูกตำรวจจับว่า เด็กคนที่ชิงทรัพย์รายล่าสุดเสียชีวิตแล้ว

 "ผมรู้สึกเสียใจ ไม่คิดว่าน้องเขาต้องมาเสียชีวิตเพราะผม ผมขอรับสารภาพ ขึ้นศาลผมก็จะรับสารภาพ หลังจากชดใช้กรรมหมดแล้ว ผมอยากจะบวชให้น้องเขา และฝากกราบขอโทษพ่อแม่ของน้องคนนี้ด้วย" ยุ้ยพูดพลางสะอึกสะอื้น

 มือถือโนเกีย 6500 สไลด์ที่ยุ้ยได้จากน้องคอร์สนำไปขายได้เงินมา 1,800 บาท หัก 1,200 บาทส่งดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบ ที่เหลือซื้อข้าวของเครื่องใช้เข้าบ้าน รวมถึงดินสอกับสีให้ลูกๆ ?!!

 ยุ้ยเรียนจบ ปวช.ออกมาเป็นพนักงานส่งเอกสาร รายได้ไม่ดีเลยออกมาทำงานบริษัทสกรีนเสื้อ เมื่อได้เสื้อวินมอเตอร์ไซค์เลยออกมาขับวินแถวพระราม 2 แต่รายได้ก็ยังไม่พอกับรายจ่าย เขาไปกู้เงินนอกระบบมาเกือบ 5 หมื่นบาท เสียดอกร้อยละ 30 ต้องจ่ายดอกวันละ 600 บาท รวมกับหนี้ในส่วนของตากับยายอีก 500 กว่าบาท เบ็ดเสร็จต้องมีเงินต่อวัน 1,500-2,000 บาท ถึงจะพอกับค่าใช้จ่ายภายในบ้าน

 ชายหนุ่มยอมรับว่ารายได้จากการขับวินก็ดีอยู่ แต่ไม่พอกับรายจ่าย วันไหนมีงานนอกว่าจ้างไปส่งเอกสารก็ดีหน่อย หากวันไหนไม่มีเขาจะออกไปตระเวนหาเหยื่อก่อเหตุชิงทรัพย์ เพื่อให้ได้ซึ่งทรัพย์สินนำมาแปรรูปเป็นเงินใช้จ่าย

 พื้นที่ล่าเหยื่อของเขาจะอยู่บนถนนพระราม 2 สุขสวัสดิ์ กาญจนาภิเษกตัดเอกชัย ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนราษฎร์บูรณะ และถนนเพชรเกษม เพราะละแวกนี้ค่อนข้างเปลี่ยว เท่าที่จำได้เขาลงมือไปแล้ว 12 ครั้งใน 2 เดือน เหยื่อมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่จะเน้นคนที่ตัวเล็กกว่า ส่วนเหยื่อผู้ชายส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนหรือวัยรุ่นที่ตัวเล็ก ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครต่อสู้ ได้ทรัพย์สินมาง่ายๆ เลยย่ามใจ

 "มันได้มาง่ายเลยทำครับ" ยุ้ยกล่าวพร้อมกับยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกจับในความผิดลักหมวกกันน็อกและศาลให้รอลงอาญาไว้ก่อน

 สำหรับเบื้องหลังการจับกุมนั้น หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.จีระศักดิ์ ขำคง รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี ผกก.สน.บุคคโล พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผกก.สส.น.8 พ.ต.ท.อิทธิพล พงษ์ธร รอง ผกก.สส.น.8 พ.ต.ท.ธีร์นิติ เสียงลอย สว.สส.สน.บุคคโล พร้อมทีมสืบสวนร่วมกันแกะรอยตามการเดินทางของน้องคอร์ส จนได้ภาพวงจรปิดแห่งหนึ่งที่เดินผ่าน มีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวแดง ขี่ผ่านไป ผู้ขี่สวมหมวกกันน็อกสีดำ เสื้อคลุมดำ รูปร่างท้วมใหญ่ เมื่อนำมาประมวลกับคำให้การของพยานแวดล้อมแล้วจึงขออนุมัติจับกุมตามตำหนิรูปพรรณ

 เมื่อศาลอนุมัติหมายจับ ชุดสืบสวนกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ ที่เป็นแหล่งรับซื้อมือถือ เช่น เซียร์รังสิต ห้างมาบุญครอง ห้างพันทิพ ฯลฯ ระหว่างนี้มีสายตำรวจย่านคลองถมแจ้งกลับมาว่า มีคนนำโทรศัพท์โนเกีย 6500 สไลด์ ที่ตำรวจให้เฝ้าสังเกตมาขายให้ สอบถามรูปพรรณก็ตรงกับข้อมูลที่มีอยู่ และคนรับซื้อก็แจ้งว่าสังเกตเห็นใส่เสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่แถวพระราม 2 จึงออกตระเวนหาจนจับกุมตัวได้ในที่สุด