ข่าว

เอดีบีชี้ศก.ไทยฟื้นเพิ่มเป้าปีนี้โต5.5%แนะเอเชียตะวันออกหาจังหวะเลิกฉีดยากระตุ้น

เอดีบีชี้ศก.ไทยฟื้นเพิ่มเป้าปีนี้โต5.5%แนะเอเชียตะวันออกหาจังหวะเลิกฉีดยากระตุ้น

20 ก.ค. 2553

เอดีบีปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ คาดเติบโต 5.5% มองเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่เอเชียตะวันออกโตสูงกว่าที่คาดไว้ ส่งสัญญาณเลิกนโยบายกระตุ้นทั้งการเงินและการคลัง ธปท.ชี้ครึ่งปีหลังไทยยังขยายตัวดี ยันไม่ส่อเกิดฟองสบู่

 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวในรายงานการติดตามภาวะเศรษฐกิจเอเชียฉบับเดือนกรกฎาคมว่า เอดีบีได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออก 14 ประเทศ คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 8.1% ในปี 2553 สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 7.7% เมื่อเดือนเมษายน ซึ่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่นี้ เป็นการส่งสัญญาณว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องยกเลิกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจการเงินและการคลังทั่วทั้งภูมิภาค

 "แม้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกจะเป็นรูปตัววี แต่ยังไม่แน่นอนนัก และการที่จะมั่นใจได้ว่าการฟื้นตัวเป็นไปอย่างยั่งยืนต้องอาศัยเวลาที่เหมาะสม การผสมผสานนโยบายและจังหวะในการยกเลิกใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยภาคเอกชนต้องเข้มแข็งพอที่จะเข้าไปดูแลเศรษฐกิจได้เอง" นายศรีนิวาศ มัดดู ผู้อำนวยการอาวุโสประจำสำนักบูรณาการเศรษฐกิจของภูมิภาคกล่าว

 รายงานยังระบุอีกว่า แม้แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกจะสดใส แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การฟื้นตัวไม่ต่อเนื่องของประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า ความไม่มีเสถียรภาพของเงินทุนไหลเข้าออก การดำเนินนโยบายที่ไม่เหมาะสมเมื่อมีการยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

 สำหรับประเทศไทยนั้น เอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโต 5.5% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มจากประมาณการเมื่อเดือนเมษายนที่ 4% เนื่องจากเศรษฐกิจไตรมาสแรกเติบโตดีเกินคาด

 นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังปีนี้ จะชะลอตัวจากครึ่งปีแรก แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจทั้งปี 2553 ยังขยายตัวได้ดี และไทยยังไม่มีสัญญาณการเกิดภาวะฟองสบู่เศรษฐกิจในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม การบริโภคและการลงทุนได้ฟื้นตัวขึ้น ซึ่งได้หนุนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง ส่วนการท่องเที่ยวได้ฟื้นตัวขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ หลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากความไม่สงบทางการเมืองในกรุงเทพฯ ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม

 "ภาคส่งออกในครึ่งปีหลัง จะชะลอตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก แต่ยังขยายตัวได้ดี ขณะที่การบริโภคนั้น เชื่อว่าราคาพืชผลทางการเกษตรยังขยายตัวได้ดี ทำให้ในภาพรวมแล้ว ยังไม่มีอะไรผิดไปจากที่ธปท.คาดการณ์" นางธาริษากล่าวและว่า อนาคต กนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ดูตลอดอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจมีความผันผวน