
จารชนหมีขาวคืนชีพ (1)
ศึกสายลับระหว่างอดีต 2 ศัตรูเก่าในยุคสงครามเย็นสหรัฐ-รัสเซียยกล่าสุดที่เพิ่งเกิดสดๆ ร้อนๆ เมื่อเดือนที่แล้ว บ่งชี้ว่าอาชีพจารชนยังเป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝันและพร้อมจะกระโจนเข้าสู่อาชีพนี้ทันทีแม้จะรู้ดีว่าเสี่ยงต่ออันตรายมากแค่ไหน
ยิ่งเดี๋ยวนี้งานของสายลับสุดแสนจะสุขสบายว่าสมัยก่อนมาก ไม่ต้องแอบไปตามมุมมืด หรือเสี่ยงต่อการถูกตามล่าสุดขอบฟ้าเหมือนในอดีต สมัยนี้บรรดาจารชนมักจะกระทบไหล่กันตามงานสังคมหรูๆ มากกว่า ขึ้นอยู่กับฝีมือว่าใครจะล้วงความลับของใครได้มากกว่ากัน แถมเวลาพลาดถูกจับได้อย่างเก่งก็ถูกเนรเทศ ไม่ถูกขังลืมหรือถูกสั่งเก็บเหมือนก่อน หรือดีไม่ดีอาจจับพลัดจับผลูได้เป็นดารากับเขาบ้าง
ดังกรณีของแอนนา แชฟแมน สายลับสาวสวยชาวรัสเซียวัย 28 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสายลับหมีขาว 10 คน ที่ถูกทางการสหรัฐจับกุมได้เมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากฝังตัวอยู่ในประเทศนี้มานานกว่าสิบปีและถูกเนรเทศกลับประเทศตามข้อตกลงแลกตัวสายลับกัน ไม่ทันไร บริษัท "วิวิด เอนเทอร์เทนเมนต์" บริษัทผลิตภาพยนตร์ประเภทวับๆ แวมๆ ก็รีบเสนองานใหม่ให้ทำทันที
ด้วยความประทับใจว่าเธอเป็นสายลับผู้ร้อนแรงที่สุดที่ใครๆ เคยได้เห็นในรอบหลายปี จึงเหมาะที่จะหันมาเอาดีด้านการแสดงแม้จะเป็นหนังโป๊ก็ตาม เชื่อว่าอนาคตของเธอคงรุ่งกว่าการเป็นสายลับไม่รู้กี่เท่า
ถึงแม้จะตกเป็นข่าวใหญ่ แต่หน่วยสืบราชการลับในต่างประเทศอย่างซีไอเอของแดนดินถิ่นอินทรีอเมริกา หรือเอสดับเบิลยูอาร์ ซึ่งเทียบเท่าอดีตเคจีบีของแดนดินถิ่นหมีขาวรัสเซียต่างก็เดินหน้าพัฒนาการรับคนนอกมาเป็นสายลับด้วยวิธีสุดแสนทันสมัยและแสนโปร่งใสนั่นก็คือโฆษณารับจารชนรุ่นใหม่ผ่านทางเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
เมื่อไม่นานมานี้ เอสดับเบิลยูอาร์ได้ลงโฆษณาโจ่งแจ้งในอินเทอร์เน็ตชักชวนคนหนุ่มสาวผู้มีความทะเยอทะยานมาเป็นสายลับหน้าใหม่ โดยชี้ชวนว่าเป็น "งานผจญภัยที่สุดแสนโรแมนติกในอาชีพของจารกรรม"
ในคำเชิญชวนนี้ได้บรรยายลักษณะงานว่า "ช่วยประเทศของเราในการพัฒนาเศรษฐกิจและไล่ล่าความก้าวหน้าทันสมัยทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคต่างๆ"
บรรดาเซียนวิจารณ์ทำเนียบเครมลินหลายคนมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นฝีมือของอดีตเจ้าสำนักเคจีบีนามว่า วลาดิมีร์ ปูติน
โดยปูตินเคยเผยเป็นนัยเมื่อ 3 ปีที่แล้วสมัยที่ยังเป็นผู้นำทำเนียบเครมลินตัวจริงว่า จำเป็นต้องรื้อฟื้นบทบาทของจารชนในต่างแดนให้มากขึ้น
"ประสิทธิภาพในการกำหนดนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศของเราล้วนแต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลข่าวสารทุกชิ้นที่เราได้รับทั้งนั้น"
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



