ข่าว

ตำรวจไทยกับการปฏิรูปประเทศตอน แผนปรองดอง 3ซ จันทบุรี

ตำรวจไทยกับการปฏิรูปประเทศตอน แผนปรองดอง 3ซ จันทบุรี

21 ก.ค. 2553

“ลูกของแม่ตาย แม่เสียใจ แต่แม่ก็ให้อภัย และขอให้ทุกคนนำมาเป็นบทเรียน จะได้ไม่เกิดเรื่องอย่างนี้กับคนอื่นๆ อีก” ส่วนหนึ่งของคำพูดของหญิงวัยกลางคนผู้สูญเสียลูกชายจากการใช้ความรุนแรงระหว่างกันของวัยรุ่น กล่าวต่อที่ประชุมใหญ่ที่จัดขึ้น

 เรื่องเล่าสะท้อนความรู้สึกของแม่เรียกความประทับใจจากกลุ่มผู้ฟังที่เป็นเยาวชนในวันนั้น “เราท้าพิสูจน์ ใครก็ได้ เรายินดีให้มาประเมินผล เชิญมาได้เลย” นายตำรวจใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงแสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในผลสำเร็จของกระบวนการทำงาน “ทำจริง ไม่มีผักชี” นายตำรวจใหญ่กล่าวย้ำ

 ดิฉันติดตามโครงการ 3ซ :จันทบุรี มาตั้งแต่เริ่มแรก โครงการเริ่มต้นจากความตระหนักของผู้นำระดับจังหวัด พ่อเมืองจันทบุรี แสดงความเป็นผู้นำเมื่อพบปัญหาและมุ่งมั่นที่จะแก้ไขให้ได้อย่างจริงจังและยั่งยืน พร้อมกับปรึกษากับผู้ปฏิบัติงานมืออาชีพ “ผมไปรายงานตัวกับท่าน วันแรก ท่านบอกเลยว่าผมไม่ขออะไร ผมขอเรื่องแรกเลย ผมขอให้ช่วยทำให้เยาวชนที่ยิงปืน ชอบใช้ความรุนแรงในจังหวัดหมดไปจากจังหวัด” ผู้บังคับการเล่าถึงความตอนหนึ่งระหว่างการสนทนากันระหว่างตำรวจมืออาชีพกับผู้นำระดับจังหวัด  

 ทันทีที่รับนโยบายมา ผู้บังคับการทำการปรึกษาหารือสร้างการมีส่วนร่วมกับทีมงาน ผู้บังคับร่วมกับรองผู้บังคับการร่วมกันคิด วิเคราะห์และวางแผน ผลที่เกิดขึ้นจากการระดมความคิดจากประสบการณ์ ผนวกกับความเข้าใจอย่างแจ่มชัดในสภาพพื้นที่ สภาพสังคมและวัฒนธรรมของประชาชนในจังหวัด ทำให้ร่างโครงการในชื่อ 3ซ จันทบุรี เกิดขึ้น “ต้องยกความดีให้รองผู้บังคับการ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนคิดแต่รองวีระชัยสานต่อและช่วยผมอย่างเต็มที่” พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ กล่าวให้เกียรติและชื่นชมผู้ร่วมงาน ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนายตำรวจท่านนี้มีความชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง

 ตัวอย่างของคำกล่าวถึงภาคีที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างยกย่อง เช่น “โครงการนี้สำเร็จได้เพราะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเอาจริง ท่านไม่ได้สั่ง แล้วไม่ติดตาม ท่านร่วมลงมือ ปฏิบัติกับเราด้วย”  “ท่านนายก อบจ.ท่านก็มีส่วนร่วมตลอด ท่านสนับสนุนในทุกเรื่องให้งบประมาณเราด้วยความเต็มใจเลย ท่านเห็นถึงประโยชน์ที่จะตกกับประชาชนในจังหวัด” “ผมคิดเสมอว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอก ผมก็ไม่ได้หวังว่าทำโครงการนี้แล้วจะได้รางวัลอะไร แต่ทำแล้วมันมีความสุข มันเห็นผล พวกเขาดีขึ้น เรารู้ได้เลยว่าเรามาถูกทาง และทุกคนทุกหน่วยงานเขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของ” ความภาคภูมิใจเพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไปจากกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เยาวชนที่กระทำผิด เริ่มขยายสู่เยาวชนกลุ่มเสี่ยง และเยาวชนกลุ่มที่มีวิถีการดำเนินชีวิตปกติ

 นายตำรวจใหญ่เล่าถึงกิจกรรมชื่อว่า “เพื่อนช่วยเพื่อน” ด้วยหวังว่านอกเหนือจากจะเป็นการป้องกันมิให้เยาวชนกลุ่มนี้เดินเข้าสู่เส้นทางอาชญากรรมแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้าใจ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนทั้ง 3 กลุ่มเข้าด้วยกัน ลดการรังเกียจ แบ่งแยก ลดช่องว่างระหว่างเด็กทั้ง 3 กลุ่ม เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูล ให้อภัย เรียกได้ว่าเป็นแผนปรองดองอย่างแท้จริง

 ในวันนั้นเด็กแรงขึ้นเสวนาบนเวที “ถ้าหาก มี 3ซ เร็วกว่านี้พวกพี่ก็ไม่ต้องมีคดีติดตัวอย่างนี้” นายตำรวจเล่าเรื่องราวบางตอนที่เยาวชนที่เคยใช้ชีวิตเป็นเด็กแรงมาก่อนพูดสอนน้องไม่ให้เดินตามเยี่ยงอย่างเส้นทางอาชญากรรมที่พวกตนเคยเดินและได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มเยาวชน “ไม่มีการบอกบท ไม่มีการซักซ้อมกันล่วงหน้า พวกเขาพูดจากความรู้สึกที่พวกเขาเข้าร่วมโครงการ และพูดได้อย่างน่าประทับใจ” นายตำรวจเล่าสำทับด้วยว่า “พวกเขาเตรียมนำอาวุธมามอบคืนตำรวจ” การกระทำในลักษณะที่ขาแจ๋ว หรือขาใหญ่มอบอาวุธให้คือพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงภาวะการยอมรับ หรือยอมสวามิภักดิ์แก่ผู้ที่พวกเขามอบอาวุธแล้ว

 เรียกว่างานนี้ตำรวจได้ใจ โครงการ 3ซ จันทบุรี คือตัวอย่างหนึ่งของศักยภาพของตำรวจไทยที่สามารถลดความรุนแรงของผู้คนในสังคม ลดคติระหว่างกันของผู้คนในสังคม ตัวอย่างของแผนปรองดอง ตัวอย่างของการสร้างความสมานฉันท์ ผ่านการให้เกียรติบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคน ทุกองค์กร ทุกภาคส่วน สิ่งที่สำคัญคือเป็นการทำสิ่งดีๆ ด้วยใจจริง มิใช่ฉาบฉวย เสแสร้ง เพื่อสร้างภาพลวงตาเป็นวันๆ

ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข