ข่าว

"ผมเป็นเพียงผู้ที่อยากจะทำให้เขา"

"ผมเป็นเพียงผู้ที่อยากจะทำให้เขา"

21 ก.ค. 2553

ดูอาการ ดูแนวโน้มแล้ว รัฐบาลนี้ที่ขับเคลื่อนผ่าน องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่ กำกับดูแล "สื่อของรัฐ" น่ากลัวว่า จะทำให้ไขว้เขว หรือเกิดการเข้าใจผิดได้ง่าย ว่าใจจริงไม่อยากคุมแค่ "สื่อของรัฐ"

 เพราะ องอาจ พูดถึงกฎหมายปฏิรูปสื่อ ที่บรรดาสื่อทั้งหลาย ก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ รวมทั้งไม่เชื่อใจว่า ที่รัฐอ้างว่าจะปฏิรูปสื่อ โดยมีกฎหมายกำกับด้วยนั้น มันจะหมายถึงอะไรกันแน่

 แต่ที่อ้างว่า ได้ขอต้นร่างกฎหมายที่สื่อกำลังทำกันอยู่เพื่อไปดูนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกี่ยวกับการปฏิรูปสื่อ ในแง่มุมของรัฐ หรือในแง่มุมที่บรรดาสื่อที่ไม่ได้อยู่ร่วมวงในเข้าอกเข้าใจกัน

 นั่นเป็นเพราะเจตนาของรัฐ ตามที่ได้เดินสายไปพบสื่อนั้นสื่อนี้ พูดถึงแค่ว่า จะควบคุมสื่อที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการ
เมืองอย่างไร จะมีวิธีการไหนที่จะต่อต้านการเผยแพร่ภาพ-ข่าวที่บิดเบือนความจริง

 ซึ่งหลายสื่อก็คงจะพยายามตอบ พยายามจะชี้แจง ในขณะที่บางสื่อก็อาจจะรู้สึกเหมือนไปสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ หรือเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน เพราะเชื่อว่า เรื่องข้อกฎหมายเท่าที่มีอยู่ในเวลานี้ ก็มีอยู่ล้นเหลือ และรัฐบาลเองก็กระจ่างในทุกมาตราอยู่แล้ว

 เลยไม่เข้าใจว่ารัฐบาลกำลังพยายามจะทำอะไร...ในจังหวะที่งงๆ รัฐบาลก็ส่งตัวแทนไปขอ "ร่างฯ" ที่ไม่รู้ว่าเป็นข้อบังคับ หรือข้อกฎหมาย ที่จะต้องมีการผลักดันผ่านรัฐสภา หรืออะไรที่สื่อกำลังถกเถียงกันอยู่มาดู

 แล้วก็บอกว่า "ผมเป็นเพียงผู้ที่อยากจะทำให้เขา"

 ฟังดูเท่...แต่ไม่รู้ว่า ถ้าเป็นแนวทางที่ออกเป็นกฎหมาย ต้องผ่านรัฐสภา ผ่านการแปรญัตติ สุดท้ายแล้วมันจะออกมาเป็นอย่างไร เป็นอย่างที่สื่ออยากให้เป็น หรือจะเป็นคณะกรรมการเหมือนกับแพทยสภา หรืออาจออกมาเป็นอย่างที่นักการเมืองอยากเห็น

 ความจริง ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์นั้น ออกมาตั้งแต่ปี 2551 เนื้อหาครอบคลุมทุกตารางนิ้วอยู่แล้ว

 สื่อที่สุจริต สื่อที่นำเสนอความจริง ไม่เคยเดือดร้อนกับข้อบังคับที่ว่า

 จะมีก็แต่การขุดคุ้ยความจริงแล้วมีคนเลวเดือดร้อนเท่านั้น

 แต่หากมีสื่อไหนที่ออกนอกลู่นอกทาง ทำผิดกฎหมาย ก็มีแนวทางจัดการตามกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนจะอ้างว่า ล่าช้าไม่ทันความเสียหายที่เกิดขึ้น นั่นก็ต้องไปว่ากันตรงที่กระบวนการไหนที่ทำให้เกิดเหตุเช่นนั้น

 รัฐมนตรีองอาจ อาจมีเจตนาดี แต่ถ้ามองในอีกแง่ ยิ่งเพิ่มกฎหมาย ก็เท่ากับเพิ่มเครื่องมือปิดปาก ปิดความจริงที่สาธารณะควรจะรับรู้

 รู้กันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ กฎเมื่อเพิ่มมาหนึ่ง ก็ต้องลิดรอนสิทธิอย่างหนึ่งออกไป !

ศรายุทธ สายคำมี [email protected]