
ทำงานเอาหน้าราคาไม่มี
ท่ามกลางข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการกับกลุ่มบุคคลที่ถูกหมายหัวว่าเป็นแนวร่วมของผู้ก่อการร้าย กรณีการชุมนุมของคนเสื้อแดงบริเวณแยกราชประสงค์ ทั้งในด้านกำลังคน กำลังทรัพย์ และผู้ประสานงาน ซึ่งมีรายชื่อกว่าร้อยคน โดยอธิบดีดีเอสไอให้ข่าวแก่สื่อมวลชนอย่างสม่ำเสมอ
การให้ข่าวการทำงานของหน่วยงานและผลการสอบสวนเบื้องต้นจากตัวผู้ต้องหา มีการสารภาพการกระทำผิดในคดีต่างๆ เกี่ยวเนื่องกับความผิดในข้อหาก่อการร้าย เกือบทั้งหมดเป็นการพูดฝ่ายเดียว ไม่ปรากฏตัวผู้ต้องหาต่อหน้าสื่อมวลชน ดังเช่นการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อให้เกิดความสงสัยแก่คนทั่วไปว่า เป็นเรื่องจริงหรือว่าปากพาไปจากการนั่งเทียน
นี่ก็เกิดข้อเท็จจริงจากการจับกุมผู้ต้องหามีอาวุธสงครามจากการล่อซื้อของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษอ้างว่า เป็นมือขวาของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง และก่อคดีในขณะมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงร่วม 10 คดีอุกฉกรรจ์
พ้นมาเพียงวันเดียวแหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงสวนกลับมาว่า เป็นเพียงพวกขี้ยาที่ร่วมฝึกกองกำลังนักรบพระเจ้าตากที่สนามหลวงชั้นปลายแถว มีผลให้ผู้นำดีเอสไอตกไปเทียบชั้นกับโฆษกประจำตัวของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในทันที
การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความคืบหน้าคดีที่ประชาชนสนใจโดยไม่มีข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐานในมือ ไม่มีวัตถุพยานอันได้มาจากคำรับสารภาพของผู้ต้องหา แต่ใช้วิธีนั่งเทียนเพื่อเอาหน้ากับผู้บังคับบัญชากับฝ่ายการเมืองที่เฝ้าดูอยู่ ในสายตาของผู้ร่วมงานและในสายตาของหน่วยงานความมั่นคง หรือหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมไม่ให้ราคาหรือยึดถือเป็นตัวตลก
มีพฤติกรรมของผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่ถือปฏิบัติมาช้านานแล้ว เวลาอยู่ต่อหน้ากล้องและไมโครโฟนของสื่อมวลชน เมื่อถามถึงคดีที่เกิดขึ้นและเป็นที่สนใจของประชาชน จะให้สัมภาษณ์เป็นสูตรสำเร็จ คือ
"รู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว คาดว่าจะจับได้เร็วๆ นี้ แปลว่า ยังไม่รู้เลยว่าใครทำ ?"
"กำลังสอบสวนหาสาเหตุอยู่ แปลว่า ตำรวจไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุ ฟังจากรายงานป่อเต็กตึ๊ง"
"ได้สั่งการไปแล้วให้เร่งรัดหาผู้กระทำผิด แปลว่า กูไม่รู้ว่าจะสั่งยังไง พวกมึงไปทำกันเองแล้วกัน"
ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชามักดูแคลน เพราะทำงานเอาหน้าราคาไม่มี
คมพิทักษ์ราษฎร์



