ข่าว

รัฐบาลต้องช่วยเหลือดีเอสไอ

รัฐบาลต้องช่วยเหลือดีเอสไอ

20 ก.ค. 2553

กรมสอบสวนคดีพิเศษมีคดีสอบสวนผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ในการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการละเมิดกฎหมายโดยแกนนำมวลชนเสื้อแดง กองกำลังติดอาวุธ และกลุ่มสนับสนุน ซึ่งต้องใช้เวลาและกำลังคนมากมายเพื่อทำคดีให้รอบคอบ รวดเร็ว

 มีหลักฐานพร้อมมูลเพื่อเอาตัวผู้กระทำความผิดไปฟ้องร้องในศาลอาญาเพื่อให้ลงโทษแต่การทำงานของดีเอสไอไม่ง่ายนัก เพราะนอกจากเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอแล้ว บุคลากรยังฝักใฝ่ต่อกลุ่มอำนาจเดิม เป็นเครือข่ายที่ปลูกฝังแต่งตั้งโดยรัฐบาลทักษิณ ดังนั้น การจะหวังผลเต็มที่ในการผดุงความยุติธรรมให้ผู้กระทำความผิดให้รับโทษนั้นขึ้นอยู่กับหลักฐาน สำนวน และความรัดกุมในการทำหลักฐาน

 อธิบดีดีเอสไอ คือนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้แสดงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง แต่จะทำงานแต่เพียงผู้เดียว หรือคนไว้วางใจไม่กี่คนย่อมไม่เพียงพอ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีซึ่งหวังผลเต็มที่ต้องให้ความช่วยเหลือ การสนับสนุนทุกด้าน ทั้งกำลังคนและงบประมาณ อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งป้องกันการใช้อิทธิพลจากภายนอกเข้าไปแทรกแซง บิดเบือนผลคดี โดยเฉพาะในคดีการส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาจากกัมพูชาและการจับกุมตัวนายสุรชัย เทวรัตน์ หรือหรั่ง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ซึ่งเป็นมือขวาของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่งรัฐบาลหวังจะขยายผล เพราะก่อนหน้านี้ พล.ต.ขัตติยะอ้างว่ารับคำสั่งจากบุคคลเดียว คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาก่อการร้าย

 แต่ยังคาดหวังให้นายสุรชัยยอมให้การถึงอดีตนายทหารและตำรวจที่มีส่วนร่วมในการฝึกอาวุธให้แก่กองกำลังการ์ดชุดดำ และร่วมวางแผนก่อการร้ายนอกเหนือไปจาก พล.ต.ขัตติยะ และนายธาริตยังเปิดเผยอีกว่า นายสุรชัยถือเป็นลูกน้องใกล้ชิด ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา มีส่วนร่วมในการรับฟังการวางแผนหลายครั้ง หากนายสุรชัยยอมให้การ จะเป็นประโยชน์ในการสาวไปถึงบุคคลที่ยังไม่ถูกออกหมายจับในคดีก่อการร้าย อีกประเด็นก็คือยังมีคดีอีกมากมายภายใต้การรับผิดชอบของดีเอสไอ โดยเฉพาะการสอบสวนเส้นทางการเงินของกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่ใกล้ชิดและเป็นเครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มนี้ล้วนมีอิทธิพลและอำนาจทางการเงินและตำแหน่งหน้าที่ แม้บางส่วนจะเกษียณอายุแล้วก็ตาม แต่ยังมีเครือข่าย ซึ่งสามารถสกัดกั้นความพยายามเอาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ ดังนั้น ย่อมไม่เป็นการง่ายดายที่จะจัดการในการสอบสวนให้ได้ผล หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำรัฐบาลและองค์กรต่างๆ

 คดีต่างๆ เหล่านี้จะเป็นการพิสูจน์ความสามารถ ความตั้งใจของรัฐบาลว่ามีความจริงใจ มีความกล้าหาญในการต่อสู้กับอิทธิพลการเมืองและการเงินหรือไม่ เพราะกลุ่มเหล่านี้ไม่ธรรมดาเพราะมีอิทธิพลมากมาย ทั้งมีการต่อสู้ในระบบใต้ดิน อิทธิพลเถื่อนอีกด้วย นอกเหนือจากการเตรียมจะก่อกวนรัฐบาลเพื่อหวังชิงอำนาจรัฐรอบใหม่ ตามที่คาดการณ์ไว้ ประชาชนจึงหวังว่ารัฐบาลจะไม่เสียท่าต่อขบวนการก่อการร้าย ล้มทุน ล้มปืน และล้มเจ้าตามที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง