ข่าว

จัดอึ่ง-สัตว์นานาชนิด109คู่กระตุ้นอนุรักษ์ป่าภูกระแต

จัดอึ่ง-สัตว์นานาชนิด109คู่กระตุ้นอนุรักษ์ป่าภูกระแต

19 ก.ค. 2553

อบต.หนองข่า ดึงมวลชนร่วมอนุรักษ์ฟื้นป่าชุมชนภูกระแตเขตห้ามล่าแห่งเดียวในโลก จัดวิวาห์อึ่งอ่าง พร้อมสัตว์นานาชนิด 109 คู่คืนสู่ธรรมชาติป่าภูกระแต-เขาภูเขียว ต้นกำเนิดแม่น้ำชี

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 19 ก.ค.53 นายซีกวน ฦาชา นายก อบต.หนองข่า อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ร่วมกับ ดร.กาญจนา วิริยะ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว (ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ จัดโครงการแบ่งปันความรักคืนสู่ธรรมชาติ ปี 2553 ณ บริเวณป่าชุมชนภูกระแต บ้านนาสมบูรณ์ ต.หนองข่า จัดวิวาห์ไถ่ชีวิตสัตว์คืนสู่ป่าธรรมชาติ ช่วงหน้าฝน จัดใหญ่แต่งงานอึ่ง กบ เต่า และสัตว์นานาชนิดกว่า 109 คู่ คืนสู่ธรรมชาติป่าภูกระแต และเขาภูเขียวต้นกำเนิดแม่น้ำชีกว่า 36,537 ไร่ ฟื้นวิถีชีวิตคนอยู่กับป่าชุมชน ร่วมประกาศเจตนารมณ์เขตอนุรักษ์สัตว์เขตห้ามล่าแห่งเดียวในโลก และจังหวัดชัยภูมิ

 ท่ามกลางบรรยากาศประชาชน โรงเรียน นักเรียน นักศึกษา ภาคเอกชน ชุมชนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านกว่า 1,000 คน เข้าร่วมกว่า 12 หมู่บ้าน ร่วมขบวนแห่สินสอด ผ้าป่า ร่วมไถชีวิตสัตว์คืนสู่ธรรมชาติป่าภูกระแต ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแต่งงานอึ่ง,กบ,เต่า  ตั้งกองทุนร่วมอนุรักษ์ป่าชุมชนภูกระแต กันอย่างคึกคัก รับสินสอดแห่ผ้าป่าร่วมกว่า 17,298 บาท

 โดยนายซีกวน เปิดเผยว่า การจัดงานแต่งงาน หรือวิวาห์อึ่ง ณ ป่าชุมชนภูกระแต บ้านนาสมบูรณ์ ต.หนองข่า เริ่มต้นจัดขึ้นมาครั้งแรกเมื่อปี 2548 ซึ่งช่วงนั้นมีการได้รับความร่วมมือและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกิดขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากคนไทยในประเทศลาว ได้ส่งเจ้าสาวอึ่ง ต้นพันธุ์ที่มีลูกดก ซึ่งเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่ชาวไทยและชาวลาวนิยมนำมาทำอาหารกินกันมาร่วมงานวิวาห์กับเจ้าบ่าวซึ่งเป็นอึ่งไทย เพื่อที่จะช่วยกันปลุกกระแสความร่วมมือกันอนุรักษ์สัตว์คืนสู่ธรรมชาติ ณ ป่าชุมชนภูกระแต แห่งนี้ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากจุดเริ่มต้น ทำให้ชาวบ้านวัด โรงเรียน ในชุมชน ต.หนองข่า เริ่มเห็นความสำคัญเป็นต้นมา

 "ในช่วงเข้าสู่ฤดูฝนของทุกปีจากเดิมในอดีตที่เคยมีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ประเภท ครึ่งบกครึ่งน้ำ อย่าง อึ่งอ่าง กบ จะมีให้พบเห็นในพื้นที่จำนวนมากแต่ ปัจจุบันกลับมีปริมาณลดลงลง ขณะนี้เมื่อถึงช่วงฝนตกแทบจะไม่มีเสียงกบ อึ่ง ร้องให้ฟัง เพราะถูกจับกินจนหมด โดยไม่มีมาตรการที่จะเข้ามาช่วยขยายพันธุ์ ร่วมทั้งถูกพิษจากสารเคมี ตามท้องไร่นาจนเริ่มจะสูญพันธุ์ และในอนาคต แทบจะไม่มีปรากฏในหมู่บ้านชุมชน ให้ลูกหลานได้เห็น ชาว ต.หนองข่า จึงให้ความสำคัญร่วมกันมากขึ้น เพราะเรามีผืนป่าที่เคยใช้ร่วมกันในชุมชน บนป่าภูกระแต และมีกฎกติการ่วมกันว่าผืนป่าแห่งนี้คือป่าของชุมชนที่เราจะอนุรักษ์ร่วมกันให้คงอยู่และถือเป็นผืนป่าผืนสุดท้ายของชุมชน ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำชีของชาวชัยภูมิ ของอ.เกษตรสมบูรณ์"

  โดยชาวบ้านจะร่วมประชาคมกันตั้งกติกาช่วยกันดูแล ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าการเก็บของป่า เก็บเห็ด เก็บพืชยาสมุนไพร ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาช้านานกว่า 20 ปี และโดยเฉพาะการมีกติการ่วมกันว่าในเขตป่าภูกระแต ใครห้ามเข้ามาล่าสัตว์เด็ดขาด และหากสัตว์ป่าที่เราร่วมกันนำมาปล่อย อย่างอึ่ง กบ และเต่า จะห้ามหรือนำไปบริโภคฆ่าเด็ดขาด หากพบเห็นใครเข้ามาจับ หรือล่า หรือแม้กระทั่งเข้ามาขี่รถเหยียบอึ่งตายจะต้องถูกปรับเงินเข้ากองทุนช่วยกันดูแลป่าภูกระแต อย่างน้อยรายละ 500 บาท

 ด้านนายฮอง  รองเมือง วัย 73 ปี ชาวบ้านนาสมบูรณ์ หมู่ 6 ต.หนองข่า เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่นี่จะมีกฎกติกาที่ตั้งร่วมกันใช้มา ในการช่วยกันดูแลป่าชุมชนภูกระแตมากว่า 10 ปี และดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2548 เมื่อเข้าช่วงสู่ฤดูฝนก็จะมีการจัดวิวาห์อึ่งขึ้น และขยายผลไปสู่กบ เต่า พันธุ์ปลา สัตว์นานาชนิดที่เริ่มหายากในท้องถิ่นให้มากขึ้น และอยากให้ท้องถิ่นจัดเป็นประเพณีของท้องถิ่นที่นี่ตลอดไปในทุกปี

 "ถ้าเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์จากนี้ไปมีแต่จับกินหมด ลูกหลานต่อไปในอนาคตคงไม่มี อึ่งอ่าง กบ ให้เห็นอีกแน่ แล้วเราจะเหลืออะไรไว้ให้ลูกหลาน ถ้าเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์ และร่วมกันก่อเกิดป่าชุมชนภูกระแตให้ยั่งยืน ซึ่งเราในชุมชนกว่า 12 หมู่บ้าน ต.หนองข่า คือเรายังมีป่าผืนสุดท้ายของชุมชนและป่าต้นน้ำชีของเขาภูเขียว แห่งนี้คือสิ่งสุดท้ายที่เรายังมีธรรมชาติได้ใช้ร่วมกันอย่างยั่งยืนและมีมติร่วมกันว่าห้ามให้ใครเข้ามาทำลาย เพื่อลูกหลานและเป็นสมบัติของชาวไทยทุกคนตลอดไป"