ข่าว

จัดระเบียบผังเมืองปาย   ....หนีซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่

จัดระเบียบผังเมืองปาย ....หนีซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่

20 ก.ค. 2553

เหตุการณ์น้ำป่าไหลทะลักจากเทือกเขาลงสู่แม่น้ำปาย และลำน้ำห้วยแม่ก๋อน เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2548 ก่อนที่ท่อนซุงนับหมื่นท่อน และดินโคลนมหาศาลจะถาโถมเข้าสู่ตัวเมืองปาย สร้างความเสียหายอย่างหนักหนาสาหัสให้เมืองท่องเที่ยวแห่งนี้คิดเป็นมูลค่ากว่า 318 ล้านบาท

  สาเหตุของอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ที่เกิดขึ้นใน อ.ปาย เป็นที่รู้กันดีว่าเกิดจากการทำลายป่าไม้ในพื้นที่สูงเหนือเมืองปาย และฤดูฝนในปีนี้ อ.ปายถูก กำหนดให้เป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากอีกครั้ง ทำให้เทศบาลตำบลปาย ออกมาตรการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือและป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นต่ออุทกภัยให้ได้มากที่สุด

 นายสมพร ชวฤทธิ์ นายกเทศมนตรีตำบลปาย กล่าวว่า ได้ใช้งบประมาณ 1.5 ล้านบาท ขุดลอกแม่น้ำปาย ลำห้วยแม่ก๋อน รวมทั้งลำห้วยสาขาอื่นๆ เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลสะดวกยามน้ำหลากจากเทือกเขา พร้อมเร่งขุดลอกท่อและทางระบายน้ำทั่วเขตเทศบาล ขณะที่ชุมชนได้อบรมจัดตั้งอาสาสมัคร 35 คน กระจายทุกจุดในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวัง และสังเกตการณ์ปริมาณน้ำฝน และแจ้งเตือนภัยตามสถานการณ์ พร้อมจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยรองรับแผนอพยพราษฎร

 นอกจากนี้ยังรออกเทศบัญญัติ "ผังเมืองรวมเมืองปาย" ที่กำหนดให้สิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยเฉพาะเกสต์เฮ้าส์ ต้องห่างจากลำน้ำปายไม่น้อยกว่า 20 เมตร รวมทั้งการผลักดันสร้างเขื่อนดินเก็บกักและชะลอน้ำเหนือลำห้วยแม่ก๋อน เหนือเมืองปายขึ้นไปประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งกรมชลประทานกำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ในเรื่องนี้

 นางวลัยพร เรืองนิติกุล ประธานชมรมท่องเที่ยวอำเภอปาย สะท้อนถึงต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นว่า การบุกรุกพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปายเพื่อสร้างเกสต์เฮ้าส์ยังเป็นปัญหาสำคัญ รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ในเขตเมืองปายที่ผุดขึ้นอย่างไร้ทิศทางและไร้การควบคุมมาเป็นเวลานาน ส่งผลโดยตรงให้ทางน้ำเกิดเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จนเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมเมืองปาย

 "อปท.จะต้องให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพื้นที่หากยังมีการก่อสร้างหรือทำธุรกิจอย่างเห็นแก่ตัว ขณะเดียวกันต้องเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องเมืองปายให้ได้มากที่สุด"

 นางพวงสร้อย อุ่นเมือง ชาวอำเภอปาย กล่าวว่า การรุกล้ำที่ดินริมแม้น้ำปาย เพราะมีใบสั่งจากผู้ใหญ่มาถึง อปท.ให้อำนวยความสะดวกในการก่อสร้างเกสต์เฮ้าส์ริมแม่น้ำปาย ทั้งที่เป็นการบุกรุกฝ่าฝืนข้อบัญญัติแต่องค์กรท้องถิ่นก็ปล่อยปละละเลย

 "เมื่อข้อบังคับไร้ผล ชาวอำเภอปายจึงร่วมมือกันสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังน้ำท่วม โดยมีการประสานงานแจ้งสถานการณ์จากสมาชิกเครือข่ายที่อยู่เหนือน้ำแก่ประชาชนที่อยู่ที่ลุ่มน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมซักซ้อมการเก็บรักษาทรัพย์สินให้ปลอดภัยและเสียหายให้น้อยที่สุด"

 วันนี้ปัญหาน้ำท่วมในอำเภอปายกลายเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วน ด้วยเพราะความเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้ให้ จ.แม่ฮ่องสอน หลายร้อยล้านบาทต่อปี นอกจากมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่จะลุกขึ้นมาเอาจริงเอาจัง ใช้มาตรการทางกฎหมายเอาผิดกับกลุ่มนายทุนรุกล้ำพื้นที่ริมแม่น้ำปาย จัดการกับผู้ที่ทำลายทรัพยากรป่าไม้ และจัดการกับผังเมืองชุมชนอย่างเป็นระบบ ก่อนที่ "ปาย" จะเหลือแต่ซากของเมืองท่องเที่ยว

"เอกพงศ์  ประดิษฐ์พงษ์"