ข่าว

ปลัดกห.รับ“สีเขียว-กากี”เอี่ยวโยงก่อการร้าย

ปลัดกห.รับ“สีเขียว-กากี”เอี่ยวโยงก่อการร้าย

19 ก.ค. 2553

“ปลัดกลาโหม” รับ “สีเขียว-กากี” เอี่ยวโยงก่อการร้าย หนุนเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินหาก จว.ใดสงบ ชี้แดงยังแอบคุย-เคลื่อนไหวในงานบุญ เล็งปฏิรูปนักการเมือง ฟื้นจริยธรรม-คุณธรรมแก้วิกฤต เชื่อแก้รธน.ไม่ใช่ทางแก้ แค่ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ชี้ทำโผทหารเป็นธรรม ช่วยกองทัพกล

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 19 ก.ค.ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า เตรียมประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในบางจังหวัดว่า การประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) จะประชุมในทุกวันอังคาร และวันศุกร์ ดังนั้นทาง ศอฉ.คงเสนอข้อพิจารณาให้นายกรัฐมนตรีไม่ทันในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารนี้ ซึ่งที่ผ่านมาในการพูดคุยของศอฉ.ส่วนใหญ่ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดอยากให้มีการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ ส่วนเราเองได้มีการตรวจสอบและดูความคิดเห็นของผู้ว่าฯและตำรวจว่า มีความพร้อมแค่ไหน แต่กรณีความคิดเห็นของนายกฯที่อยากให้ยกเลิกพ.ร.ก.นั้น ส่วนตัวคิดว่า หากจังหวัดใดไม่มีปัญหาหรือประเด็นอะไรที่จะนำไปสู่ความวุ่นวายได้ หากยกเลิกได้ก็ควรยกเลิก
 
 เมื่อถามว่า หากยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะส่งผลกระทบต่อการจับกุมตัวผู้ก่อการร้ายที่หลบหนีอยู่หรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า จะต้องดูความเชื่อมโยงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นประเด็นหนึ่งที่เราจะต้องนำมาพิจารณาว่า จะยกเลิกได้หรือไม่ ส่วนกลุ่มใต้ดิน ทางฝ่ายได้ติดตามอยู่ รวมถึงการติดตามดำเนินการที่ไม่ได้มีการเปิดเผย ซึ่งที่ผ่านมายังมีความเคลื่อนไหวในบางพื้นที่ทำให้เราจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ แต่ช่วงหลังไม่ได้มีการรายงานความเคลื่อนไหวในลักษณะที่ปลุกระดม ส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะงานบุญ และใช้พื้นที่อื่นๆในการพูดคุยกัน

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุรชัยหรือ หรั่ง เทวรัตน์ อดีตมือขวาพล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้การว่า มีนายทหาร ตท.16 เข้าไปสนับสนุนการก่อการร้าย พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่หากเข้าไปเกี่ยวข้องทางเจ้าหน้าที่คงจะพิจารณาดำเนินการ เมื่อถามว่า แสดงว่า การก่อเหตุที่ผ่านมามีทั้งกลุ่มสีเขียวและสีกากีเข้าไปเกี่ยวข้องกับ พล.อ.อภิชาต กล่าว่า ความจริงตามหลักฐานที่ปรากฏตั้งแต่ต้นมีเครือข่ายโยงใยกันอยู่ แต่ต้องติดตามกันต่อไป

 เมื่อถามว่า กองทัพมีนโยบายปฏิรูป เพื่อทำให้กลุ่มทหารสีต่างๆกลับมารักกันเหมือนเดิมหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า คงเป็นความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ซึ่งความคิดเห็นสามารถแตกต่างได้ แต่ส่วนตัวตนไม่เคยคิดผลักดันใครออกไปเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะบุคลากรของกองทัพจำเป็นต้องเป็นหนึ่งเดียว มีเอกภาพ และร่วมกันทำงาน เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติเป็นหลัก ดังนั้นคิดว่า ในสิ่งที่ต้องทำ และต้องชี้ให้เห็นคือ การแต่งตั้งโยกย้ายในทุกโอกาสที่จะเกิดขึ้นต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 “ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันนั้น คงเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะคนที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งหลักมีเพียง 5 % ที่เหลือ 95 % ต้องผิดหวัง ซึ่งตรงนี้ถือเป็นประเด็นแน่นอน ตนพูดเสมอว่า การแต่งตั้งโยกย้ายจะต้องตอบคำถามได้ว่า เพราะอะไร อย่างไร ซึ่งจะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะให้เกิดความเป็นธรรมและความเข้าใจกันของบุคลากรในกองทัพ ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารในครั้งนี้ รมว.กลาโหม ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว ท่านให้อำนาจการตัดสินกับผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นผู้พิจารณา ส่วนการประชุมคณะกรรมการพิจารณาโยกย้ายนายทหาร คงจะมีการประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง” พล.อ.อภิชาต กล่าว

 เมื่อถามว่า ขณะนี้กองทัพมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ทุกคนเข้าใจในสถานะของตัวเองว่า เป็นอย่างไร อยากชี้แจงว่า ตำแหน่งหลักมีจำกัด ดังนั้นโอกาสคนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งหลักมีค่อนข้างน้อย แต่หากทำความเข้าใจด้วยเหตุผลอาจทำให้กองทัพมีความเข้าใจและเป็นปึกแผ่นได้

 เมื่อถามว่า แนวคิดการปฏิรูปนักการเมืองจะมีการเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ตนได้นำเสนอต่อในวงสัมมนาสื่อสารมวลชนกับความมั่นคงของระดับผู้นำ เพราะคิดว่า เป็นเรื่องที่นักการเมืองจะต้องดูแลคนทั้งประเทศเพื่อให้ความรู้และให้ความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องที่มีการพูดถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถามว่า ประชาธิปไตย คือ อะไร ประชาชนยังไม่ทราบ คิดว่า แต่ไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง เลือกใครพรรคใด พรรคหนึ่งมาเป็นส.ส. นั่นคือ ประชาธิปไตย แต่ความจริงมีองค์ประกอบอีกมากมาย ดังนั้นเราต้องทำความเข้าใจ

 “หากเราให้ความรู้กับคนของเรา นั่นคือส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเมือง หากนักการเมืองคนใดยังซื้อเสียง ใช้เงินในการให้ประชาชนมาเลือกตัวเขาอยู่ หากเราเข้าใจ การดำเนินการอย่างนี้ไม่ถูกตรง ไม่มีจริยธรรม และคุณธรรมในการเป็นนักการเมืองที่ดี และเราไม่เลือกเขาก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเมือง เรื่องนี้เป็นเรื่องของจริยธรรมที่ต้องดูแลตัวเขาเอง ผมไม่ได้หมายความว่า ผมจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูปนักการเมือง เพียงแต่อยากเห็นนักการเมืองปฏิรูปตัวเอง” ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว

 เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่คำตอบที่จะสามารถแก้ไขปัญหานักการเมืองที่ขาดสามัญสำนึกได้ใช่หรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ถูกต้อง เป็นเรื่องที่นักการเมืองต้องมีจริยธรรม คุณธรรม ทั้งนี้ตนไม่ได้ตำหนิติติงใคร ทุกคนอาจมองเหตุเฉพาะหน้า เพื่อประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก จึงมองไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองจะได้ประโยชน์ แต่หากมองประโยชน์ส่วนรวม รัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร ถ้าท่านมีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณสมบัตินักการเมืองที่ดี คิดว่า ไม่ว่า จะมีรัฐธรรมนูญอย่างไร ท่านก็อยู่ได้ ไม่เห็นจะต้องไปแก้ไขอะไร

 “อยากฝากไปยังนักการเมืองทุกคนที่จะเป็นนักการเมืองที่ดี ขอให้ช่วยดูแลทุกข์สุขประชาชนเป็นหลัก และดูแลประโยชน์ส่วนรวม มากกว่า ดูแลประโยชน์ของตัวท่านเองหรือดูแลในสิ่งที่จะทำให้ท่าน ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ทั้งนี้ผมยืนยันว่า หลังเกษียณอายุราชการ ผมไม่เข้าไปเล่นการเมืองแน่นอน ถ้าผมพูดแบบนี้แล้วยังเข้าไปเล่นการเมือง ผมถูกเขาเหยียบแน่นอน” ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว