ข่าว

ดีเอสไอยัน"หรั่ง"โยงแกนนำ-ตัวการก่อคดี

ดีเอสไอยัน"หรั่ง"โยงแกนนำ-ตัวการก่อคดี

19 ก.ค. 2553

อธิบดีดีเอสไอ ยัน "หรั่ง"เป็นตัวการสำคัญคดีก่อการร้าย เชื่อมโยงแกนนำนปช. ก่อเหตุ 8 คดีไม่แปลกเพราะในรอบ 2 เดือนมีเหตุระ เบิด-ยิงเอ็ม 79 กว่า 60 คดี โชว์ของกลางที่ล่อซื้อ

(19ก.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวการล่อซื้ออาวุธสงครามจากนายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายและคนสนิท พล.ต.ขัตติยะ หรือเสธ.แดง สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

 นายธาริต กล่าวว่า นายหรั่งเป็นคนสนิทใกล้ชิดเสธ.แดง จริง โดยดีเอสไอมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายแสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิด โดยนายหรั่งได้เดินทางไปเมืองจีนพร้อมคณะการ์ดชุดดำ มีเที่ยวบินและภาพถ่ายขณะเดินออกจากด่านที่สุวรรณภูมิชัดเจน หากนายหรั่งไม่ใช่ตัวการสำคัญคงไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับหลายเหตุการณ์ ซึ่งดีเอสไอมีหลักฐานค่อนข้างแน่นหนาว่านายหรั่งเกี่ยวข้องกับ 8 คดีสำคัญ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยหลักฐานในชั้นสอบสวน อย่างไรก็ตาม ขอทำความเข้าใจว่าการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้าย 8 คดี ไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากคดีระเบิดและคดียิงเอ็ม 79 ในช่วง 2 เดือนของการชุมนุมเกิดขึ้นมากกว่า 60 คดี การก่อความไม่สงบทั้งหมดเป็นขบวนการและมีตัวละครชุดเดียวและหลังเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ การระบายอาวุธสงครามออกมาขายเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งของนายหรั่งกับพวก

 นายธาริต กล่าวอีกว่า พฤติการณ์ของนายหรั่งเชื่อมโยงกับการก่อความไม่สงบ ขณะที่แกนนำนปช.ก็มีความเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ พฤติการณ์ทั้งหมดจึงเชื่อมโยงกันทั้งหมด ดีเอสไอไม่ได้สอบสวนเพื่อเชื่อมโยงนายหรั่งกับเสธ.แดง แต่ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น ส่วนกรณีที่นายคารม พลทะกลาง ทนายความนปช. เข้ายื่นหนังสือขอถอนบัญชีพยานไม่ให้ดีเอสไอสอบปากคำพยานในส่วนของผู้ถูกกล่าวหานั้น ยืนยันว่าที่ผ่านมาดีเอสไอได้ติดต่อกับฝ่ายนปช.มาโดยตลอด และได้กำหนดที่จะสอบปากคำพยานในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาในช่วง 10 วันสุดท้ายก่อนสรุปสำนวน จึงไม่ทราบว่าเหตุใดนายคารมจึงยื่นหนังสือขอถอนรายชื่อพยาน ดังนั้นดีเอสไอจะประสานโดยตรงไปยังตัวผู้ต้องหาเพื่อยืนยันว่าดีเอสไอพร้อมจะสอบพยานให้

 พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ในช่วงต้นเดือนมิ.ย.ตนได้รับมอบหมายจากนายธาริต ให้จัดชุดสายลับและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอล่อซื้ออาวุธสงครามจากกลุ่มนิยมความรุนแรงที่ปฏิบัติการก่อเหตุช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. ซึ่งนำอาวุธที่ใช้ก่อเหตุออกมาจำหน่ายโดยนัดส่งมอบเงินจำนวน 60,000 บาทให้นายหรั่งกับพวกรวม 4 คน เพื่อแลกเปลี่ยนกับอาวุธสงครามประเภทต่างๆ อาทิ ปืนเล็กยาว(อาก้า) 4 กระบอก , เครื่องยิงเอ็ม 79 จำนวน 2 กระบอก , ลูกระเบิดขนาด 40 มม. (หัวสีทอง) 4 ลูก, ลูกระเบิด 40 มม. (หัวสีดำ) 8 ลูก , ซองกระสุนปืนอาก้า 14 ซอง , ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาดบรรจุ 30 นัด 1 ซอง , ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาดบรรจุ 20 นัด 1 ซอง , ลูกระเบิดขว้าง 57-89 ไอที จำนวน 25 ลูก , กระสุนเอ็ม 60 จำนวน 102 นัด , กระสุน 5.56 มม. จำนวน 614 นัด ,กระสุนปืนอาก้า 47 จำนวน 1,375 นัด , ปลอกลูกระเบิด 1 ปลอก และกระเป๋าใส่ซองกระสุน 4 ใบ โดยดีเอสไอจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายหรั่งฐานจำหน่ายอาวุธสงคราม

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบถึงอาวุธสงครามที่ล่อซื้อว่าผลิตจากที่ใด นำไปใช้ที่ไหนและนำเข้าประเทศไทยผ่านเส้นทางใด เบื้องต้นคาดว่าปืนอาก้าที่ล่อซื้อได้ผลิตจากประเทศจีนเพราะมีภาษาจีนกำกับ และไม่น่าจะใช่อาวุธที่คนร้ายยึดไปจากทหารเนื่องจากปืนอาก้าไม่ใช่อาวุธประจำกายของทหารไทย ส่วนรายละเอียดการล่อซื้อกลุ่มนายหรั่งได้เสนขายอาวุธทั้งหมดในจำนวนเงิน 1 แสนบาท แต่สายลับต่อรองเหลือ 6 หมื่นบาท เมื่อตกลงกันได้จึงมีการส่งมอบเงินและอาวุธกันในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก