ข่าว

ทนายนปช.ยื่นปปง.สอบท่อน้ำเลี้ยงม็อบพธม.

ทนายนปช.ยื่นปปง.สอบท่อน้ำเลี้ยงม็อบพธม.

19 ก.ค. 2553

ทนายนปช.ฉุนดีเอสไอตั้งท่าฟ้องคดีก่อการร้ายก่อนสิ้นก.ค.ถอนบัญชีรายชื่อพยาน 50 ปากส่งอัยการสอบแทน พร้อมเข้ายื่นหนังสือถึงปปง.จี้สอบท่อน้ำเลี้ยงม็อบพันธมิตรฯ

(19ก.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายคารม พลทะกลาง ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผ่านพ.ตท.ถวัลย์ มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งรับผิดชอบคดีก่อการร้าย เพื่อยื่นความจำนงว่าลูกความฝ่ายผู้ต้องหาทั้งที่ถูกคุมขังในเรือนจำและส.ส.ของพรรคเพื่อไทยจะไม่ยื่นบัญชีพยานบุคคลรวม 50 ปาก ให้ดีเอสไอสอบปากคำในชั้นสอบสวน

 นายคารม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อธิบดีดีเอสไอ แถลงจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องคดีก่อการร้ายให้พนักงานอัยการภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทั้งที่พยานบุคคลในคดีนี้ยังเหลืออีกกว่า 50 ปากที่จะต้องสอบสวน จึงไม่อาจทำการสอบสวนพยานได้เสร็จสิ้น โดยเฉพาะในส่วนของผู้ถูกกล่าวหา ดังนั้น การเร่งรัดฟ้องคดีทั้งที่ยังฟังพยานไม่ครบถ้วน รวมทั้งคดีมีโทษสูงถึงประหารชีวิต กลุ่มทนายนปช.จึงมีความเห็นแจ้งต่ออธิบดีดีเอสไอ ว่าจะไม่นำพยานของผู้ถูกกล่าวหามาให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวน และเมื่อสำนวนคดีส่งถึงชั้นการพิจารณาของอัยการตนจะนำบัญชีพยานในส่วนของผู้ต้องหามอบให้อัยการสอบสวน

 นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา และกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของอธิบดีดีเอสไอ รวมทั้ง ในนามของทนายความนปช. จะไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ให้สอบธุรกรรมต้องสงสัยหรือท่อน้ำเลี้ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้ปปง.ตรวจสอบเช่นเดียวกับกลุ่มที่ถูกตรวจสอบฐานเป็นท่อน้ำเลี้ยงนปช.

 “การทำงานของอธิบดีดีเอสไอไม่ใช่การอำนวยความยุติธรรม อยากตั้งคำถามว่าการเร่งรัดสั่งฟ้องคดีเป็นการทำงานตามกฎหมายหรือมีใครสั่งมา หากอธิบดีมั่นใจในพยานหลักฐานก็ส่งฟ้องไป แต่ผมจะนำพยานไปให้อัยการสอบแทน นายธาริตเคยเป็นอัยการแต่คงลืมไปแล้วว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจฟ้อง การจะฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีเป็นอำนาจของอัยการ” ทนายความนปช. กล่าว

 นายคารม กล่าวด้วยว่า กรณีของนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช.ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 กทม.นั้น ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่านายก่อแก้วจะไม่ได้ประกันตัวออกมาหาเสียง รวมทั้งจะไม่ได้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนน เนื่องจากกฎหมายห้ามไม่ให้ผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัวในเรือนจำออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง