
กิเลนซัดครึ่งโหลศึกไทยลีก
"กิเลนผยอง เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด คืนฟอร์มเฉียบเล่นอำลา ซูมาโฮโร ยายา ไล่ถล่ม กูปรีอันตราย ศรีสะเกษเมืองไทย 6-0 นำเดี่ยวจ่าฝูง ขณะที่ ฉลามชล ชลบุรี บุกไปพ่าย กงจักรพิฆาต ทหารบก 0-1
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นเกมนัดแรกของเลกสอง โดยคู่เอกอยู่ที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยม “กิเลนผยอง” เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด แชมป์ครึ่งทางของไทยพรีเมียร์ลีก เปิดรังเล่นเกมอำลา ซูมาโฮโร ยายา ปีกตัวเก่งที่จะย้ายไปเล่นทีมในลีกเบลเยียม พบ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษเมืองไทย ที่ไม่แพ้ใคร 4 นัดหลังสุดจนหลุดจากบ๊วยขึ้นมาอยู่ที่ 14 ของตาราง
เริ่มเกมเจ้าถิ่นเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด และเป็นฝ่ายออกนำ 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกจาก ยายา นาที 15 ก่อนที่ โคเน โมฮาเหม็ด ตอกส้นแค่ 3 หลา ให้เมืองทองนำ 2-0 และอีกลูกได้จาก ธีรศิลป์ แดงดา นาที 24
ครึ่งหลัง แม้ศรีสะเกษเมืองไทยจะฮึดสู้ แต่ความเฉียบขาดยังสู้ไม่ได้ แถมยังต้องมาเสียอีก 3 ประตูจาก ดัสกร ทองเหลา ที่ยิงนอกกรอบแบบเหนือชั้นชนเสาเข้าประตู 4-0 สกอร์ยังไหล จักรพันธ์ จะตามเก็บตกลูกที่ ซาเมน นายทวารออกมาสกัดชนกันเอง 5-0 ในนาทีที่ 82 และเป็น อมร ธรรมนาม รับลูกใส่พานทองจาก โนบูยูกิ ไซเซน แปในช่วงทดเวลานาทีที่ 92 ปิดเกม 6-0 พร้อมขึ้นนำจ่าฝูงเดี่ยว
ที่สนามกีฬากองทัพบก “กงจักรพิฆาต” ทหารบก ทีมบ๊วยต้อนรับการมาเยือนของ “ฉลามชล” ชลบุรี ทีมรองจ่าฝูง เปิดเกมเล่นมาแค่ 3 นาทีเจ้าถิ่นทักทายก่อนจาก ธาตรี สีหา ที่โขกบอลไปชนคาน หลังจากนั้นเป็นทหารบกที่บุกใส่ได้มากกว่า กระทั่งนาที 36 ธาตรี สีหา แทงบอลทะลุช่องให้ ดาวิด บายีฮา ศูนย์หน้าตัวใหม่ชาวแคเมอรูนวิ่งสอดเข้าไปซัดด้วยซ้ายส่งบอลพุ่งเข้าเสียบก้นตาข่ายเป็นประตูให้ “กงจักรพิฆาต” ออกนำในครึ่งแรก 1-0
แก้เกมลงมาสู้กันใหม่ครึ่งหลังชลบุรีเดินหน้าบุกทันที กระทั่งนาที 78 เอกพันธ์ อินทเสน ไปโดน ตระกูลฉัตร ทองใบ สกัดล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้ชลบุรีได้จุดโทษ แต่ อาทิตย์ สุนทรพิธ ดันซัดไปชนคานทำให้ทหารบกรอดการเสียประตู ช่วงท้ายเกมนาที 88 ทหารบกเกือบได้ประตูที่สองแต่ลูกยิงของ ธาตรี สีหา ไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย แต่เวลาที่เหลือก็ไม่มีสกอร์เพิ่ม หมดเวลาทหารบกพลิกล็อกชนะ 1-0 ขยับขึ้นไปเป็นรองบ๊วยทันที
ที่สนาม มธ.รังสิต “สุภาพบุรุษโล่เงิน” อินทรีเพื่อนตำรวจ อันดับ 13 พบ “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส อันดับ 6 เป็นเจ้าบ้านที่ยังคิดไม่ตกนับแต่ชนะจ่าฝูงเมื่อนัดส่งท้ายเลกแรก ได้ประตูจาก อัสมิง แม นาทีที่ 10 และอานิสงค์ เจริญธรรม นาทีที่ 16 ขยับนำเร็ว 2-0 และเกมของทีมเยือนยังไม่ดีขึ้น นาทีที่ 40 อัสมิง มาบวกลูกที่ 2 ให้ตัวเอง อินทรีเพื่อนตำรวจ นำห่าง 3-0 ในครึ่งแรก แต่บางกอก กล๊าส ไม่ยอม ชาตรี ฉิมทะเล ตีไข่แตกนาทีที่ 49 ฉุดความหวังกลับมาสู่เกม 1-3 เกมของเจ้าบ้านรวนอย่างเห็นได้ชัด นาทีที่ 76 อำนาจ แก้วเขียว ขึ้นมายิงไล่มารดต้นคอ 2-3 แต่ไล่ไม่ทัน อินทรีเพื่อนตำรวจ เก็บ 3 แต้มเต็มเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน
ที่สนามเทพหัสดิน "มังกรไฟ 3 เค" บีอีซี เทโรศาสน อันดับ 11 รับการมาเยือน “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด รองบ๊วย มี 11 คะแนน เกมนี้ทั้งคู่ต่างได้กุนซือคนใหม่มาคุมทัพ เจ้าบ้านได้ ฆอร์เก เอ็นริเก อมายา ชาวชิลี ทำหน้าที่แทน "สุภาพบุรุษลูกหนัง" ธชตวัน ศรีปาน ขณะที่ผู้มาเยือนได้ “ไข่มุกดำ”นาย ทองสุข สัมปหังสิต แทน วรกร วิจารณรงค์ แต่เกมมาออกรสเอาในครึ่งหลัง นาทีที่ 56 บีอีซี เทโรศาสน ได้ประตูนำก่อนจาก วุฒิชัย ทาทอง โฉบเกี่ยวบอลไปยิง 1-0 เกมตกเป็นของมังกรไฟทันที นาทีที่ 63 ณธฤษภ์ ธรรมรสโสภณ ยิงเสียบเสาสองอย่างสวยงาม 2-0 ทีมเยือนมีโอกาสตีไข่แตกนาทีที่ 84 ทัศนา แช่มสะอาด กองหลังของบีอีซี เทโรศาสน ไปเกี่ยวขา แมกซิม โอมากอน ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกที่จุดโทษ แต่ทว่า ชีค โฟฟานา ยิงไปติดเซฟชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย และช่วงทดเวลานาทีที่ 93 วุฒิชัย ทาทอง ลากหลุดเดี่ยวยิงปิดท้ายให้ บีอีซี เทโรศาสน สะกดคำว่าชัยชนะได้แล้ว หลังรอคอยมาถึง 7 เกม 3-0



