ข่าว

ส.ส.อาวุโสอีสาน"ขอคืนพื้นที่"

ส.ส.อาวุโสอีสาน"ขอคืนพื้นที่"

19 ก.ค. 2553

วันก่อน "พายัพ ชินวัตร" ประธานคณะกรรมการประสานงานภาคอีสาน เรียกประชุม ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย และทำบุญวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้าให้แก่ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่ามี ส.ส.มาร่วมประชุมเพียงเล็กน้อย

ทั้งที่ ส.ส.ภาคอีสานของพรรคเพื่อไทยมีหลักร้อยและถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคที่ทำให้ "เพื่อไทย" ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

 ขณะเดียวกันก็มี  "กลุ่มอีสานพัฒนา" เรียกร้องให้ปรับโครงสร้างพรรคโดยขอให้ "หัวหน้าพรรค" มาจาก "ส.ส."  เพื่อให้การบริหารงานภายในพรรคมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

 และล่าสุดมี "ส.ส.อีสานรุ่นอาวุโส" ได้ออกมาขอให้ปรับปรุง "คณะกรรมการภาคอีสาน" เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

 ซึ่งปัจจุบัน "พายัพ" เป็นประธานคุมภาคอีสาน!

 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ "ส.ส.อีสาน" แสดงให้เห็นว่าไม่ยอมรับการนำของ "พายัพ" และเห็นว่าไม่ใช่ตัวจริงในการทำหน้าที่ "คุมอีสาน" จึงไม่ต้องเกรงใจ

 การเลือกตั้งซ่อมในภาคอีสานที่ผ่านมา "ทักษิณ" เป็นผู้กำหนดตัวบุคคลแม้ว่าที่ประชุมพรรคหรือตัวแทนสาขาจะเลือกตั้งผู้สมัคร แต่สุดท้ายอำนาจการตัดสินใจอยู่กับ "ทักษิณ" ทุกอย่างเปลี่ยนหมด

 นั่นแสดงให้เห็นว่า "ทักษิณ" เป็นผู้กำหนดทิศทางของพรรค และเป็นผู้คัดเลือกตัวบุคคลที่มั่นใจว่าจะสามารถสนองตอบความต้องการให้ได้

 นอกจากนี้ "พายัพ" แม้จะมีศักดิ์เป็นถึง "น้องชายทักษิณ" แต่ก็ถูกมองว่าไม่ใช่น้องที่ "ทักษิณ" ปลื้มมากนัก เพราะคนที่ดูจะใกล้ชิดกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยมากกว่า "พายัพ" น่าจะเป็นน้องสาว "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ "เจ๊ปู"  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 เห็นได้จากการชุมนุมของ "แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) หรือ "คนเสื้อแดง" บทบาทของ "พายัพ" ที่แสดงต่อ "คนเสื้อแดง" ไม่เต็มที่สนับสนุนน้อย "ใจไม่ใหญ่" เหมือนกับพี่น้องคนอื่น

 นอกจากนี้ "พายัพ" ไม่ได้เป็น ส.ส. บทบาทการเมืองไม่มี

 ดังนั้นการที่ "นักการเมืองอาวุโสภาคอีสาน" ต้องการให้ปรับปรุง "คณะกรรมการภาคอีสาน" โดยต้องการให้ "ผู้นำภาคอีสาน" ต้องเป็น ส.ส.เพื่อให้การทำงานการเมืองในภาคอีสานเข้มแข็ง และทำงานในสภาได้เป็นระบบ เหมือนกับหัวหน้าพรรคที่ต้องเป็น ส.ส.จะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านน่าจะมีนัยมากกว่านั้น

 เพราะตั้งแต่มีคำสั่งห้ามทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะ "นักการเมือง" ทำให้ "ท่อน้ำเลี้ยง" ในส่วนของ ส.ส.ได้รับผลกระทบไปด้วย

 ดังนั้นวัตถุประสงค์หลักของการออกมาเรียกร้องของ ส.ส.อาวุโสอีสานครั้งนี้น่าจะขอดูแลพื้นที่หรือจังหวัดที่ตัวเองดูแลอยู่อย่างเป็นอิสระถือเป็นการ "แชร์ความสำคัญ" กับ "กลุ่มพายัพ" โดยให้ "พายัพ" ไปคุม จ.บุรีรัมย์ และสุรินทร์

 เป็นการ "แยกย่อยจังหวัด" นำมาดูแลหรือบริหารเองหมดทั้งเรื่อง "เงิน" และ "การกำหนดตัวผู้สมัคร ส.ส." ที่สำคัญยังเป็นหลักประกันตำแหน่ง "รัฐมนตรี" หลังการเลือกตั้งหากสามารถพา ส.ส.เข้ามานั่งในสภาได้จำนวนมาก

 ซึ่งแสดงให้เห็นอีกอย่างหนึ่งว่า "นักการเมืองอาวุโส" ในแต่ละพื้นที่เขตจังหวัดต่างก็มั่นใจว่าถ้าการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมีขึ้นหากรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ในเรื่องเขตเลือกตั้งยังไม่เปลี่ยนเป็นแบบเรียงเบอร์ เขตใหญ่ก็จะสามารถนำลูกทีมชนะการเลือกตั้งได้ไม่ได้ยาก

 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานเชื่อว่ายังขาย "ทักษิณ" ได้ ส่วนใครจะเป็น "นายกรัฐมนตรี" เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 นักการเมืองอาวุโสต้องการมีบทบาทและความสำเร็จมากกว่าการเป็นเพียง "ส.ส."

 สำหรับ "นักการเมืองอาวุโส" ที่ถูกจับตาขอแยกย่อยจังหวัดไปดูแลเอง และถูกจับตาเป็นพิเศษในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เช่น เจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ ส่วน จ.ขอนแก่น สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์, ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย, ร.ต.พงษ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย, ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม

 ระหว่างที่ "ทักษิณ" รอจังหวะให้แต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นกันสักระยะ สุดท้ายต้องตัดสินใจเลือกคนที่ตัวเองไว้ใจให้ทำหน้าที่ เพราะการเคลื่อนไหวของนักการเมืองกลุ่มนี้จะมีบทบาทมากหลังการเลือกตั้ง

 และจะส่งผลต่อ "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" ในอนาคตทางการเมือง

 โดยเฉพาะถ้า "พรรคเพื่อไทย" ได้รับชัยชนะมีเสียงข้างมากในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่หากเสียงยังไม่สามารถเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ ก็จะมีปัญหาตามมาแม้ว่าจะมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

 เพราะ  "พรรคเพื่อไทย" จะต้องหาคนมานั่งตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ที่มีความเหมาะสมและมีบารมี

 ที่สำคัญ "หัวหน้าพรรค" ที่จะมาเป็น "นายกรัฐมนตรี" ต้องสามารถเป็นตัวเชื่อมพรรคเล็กๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัย "ทักษิณ"

 เพราะขณะนั้นคงไม่สามารถพึ่งพา "ทักษิณ" ที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศได้ เพราะถ้า "ทักษิณ" เจรจาเพื่อตั้งรัฐบาลในฐานะที่เป็นอยู่โอกาสสำเร็จมีน้อยมาก เนื่องจากศัตรูเป็นผู้มีบารมี การจะทำอะไรไม่สะดวกเนื่องจากต่างประเทศทำได้ดีที่สุดก็แค่โทรศัพท์

 แต่การจัดตั้งรัฐบาลต้องชิงไหวชิงพริบทุกนาทีต้องพูดคุยกันต่อหน้า!

 รายชื่อที่ปรากฏในขณะนี้มีอยู่ 4 คน คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย, พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย, มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย

 "สารวัตรเหลิม" ถือว่าโดดเด่นที่สุดสามารถเชื่อมต่อกับหัวหน้าพรรคอื่นได้ มีภาษีดีที่สุด เมื่อเทียบกับคนอื่น "อภิวันท์" ถือเป็นสัญลักษณ์ฝ่ายซ้ายที่คนใกล้ชิด "ทักษิณ" ชื่นชอบ

 ขณะที่ "มิ่งขวัญ" เก่ง มีผลงานด้านเศรษฐกิจแต่ความสัมพันธ์กับ ส.ส.ภายในพรรคอาจไม่ดีนัก ที่สำคัญไม่แน่ใจว่า "ทักษิณ" สั่งได้หรือไม่ ส่วน "บิ๊กจิ๋ว" ขณะนี้ถูกโจมตีเรื่องพูดเปลี่ยนไปมาตลอดเวลา

 ดังนั้นการเคลื่อนไหวของ "ส.ส.อาวุโส" ครั้งนี้ จะมีผลไปถึงตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค" ในอนาคตและรายชื่อที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ก็น่าจะพอเดาทิศทางได้ว่าเก้าอี้ตัวนี้ใครจอง


สมถวิล เทพสวัสดิ์