ข่าว

ความสามารถล้นปรี่เวที"มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010"

ความสามารถล้นปรี่เวที"มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010"

19 ก.ค. 2553

ทำเอาคณะกรรมการหืดขึ้นคอไปตามๆ กัน เมื่อต้องคัดเลือกสาวงามที่ผ่านเข้ามาในรอบ 50 คนสุดท้าย ของการประกวด "มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010" ให้เหลือเพียง 30 คน เพราะสาวๆ ที่ผ่านเข้ามาในรอบนี้

ล้วนพกพาความมั่นใจที่อัดแน่นไปด้วยสามารถพิเศษ สุดท้ายก็ได้สาวงาม 30 คนที่จะล่องใต้ไปเก็บตัวและทำกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้แนวคิด "งามอย่างมีคุณค่า เพื่อการศึกษาของเด็กไทย"  ในวันที่ 20-23 กรกฎาคมนี้ ที่โรงเรียนแหลมทราย จ.ภูเก็ต สาวสวยมากดีกรีขนาดนี้ เห็นทีต้องทำความรู้จักกันพอเป็นน้ำจิ้มสักหน่อยแล้ว

 เริ่มด้วยลูกครึ่งจีน-สวิตเซอร์แลนด์ "โดรีน" โดรีน พูลเกษม แซ่อึ๋ง หมายเลข 6 ที่คณะกรรมการยอมเทคะแนนให้ ตั้งแต่ในรอบสัมภาษณ์และโชว์ความสามารถพิเศษ ด้วยการโชว์ลีลาการเตะสูงให้คณะกรรมการได้ยลกันแบบไม่มีกั๊ก ซึ่งนั่นมาจากความชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ไม่ว่าจะเป็น กังฟู มวยไทย มวยสากล โดยเฉพาะกังฟูที่เธอหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่า หากมีโอกาสจะต้องไปเรียนที่วัดเซ้าหลินให้ได้

 "ผ่านเข้ามาในรอบ 30 คนนี้ก็ดีใจและตื่นเต้นมาก เพื่อนๆ ทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ดีใจที่ทุกคนได้มารวมตัวกันในกองประกวด โดรีนไม่ได้รู้สึกว่านี่คือการแข่งขันแต่เป็นการมาทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ เพื่อความสนุกมากกว่า อย่างกิจกรรมเพื่อสังคมตอนที่โดรีนอยู่สวิสฯ ก็เคยทำบุญช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ อยู่บ่อยๆ ครั้งนี้จะได้มีโอกาสไปช่วยเหลือน้อยๆ เต็มตัวคงจะเป็นโอกาสที่ดี สำหรับการเตรียมตัวคงต้องฝึกในเรื่องของการตอบคำถามเป็นหลัก" ลูกครึ่งสาวจีน-สวิตเซอร์แลนด์ แจกแจง

 ขณะที่สาวชาวใต้ลูกครึ่งไทย-ฟินแลนด์อย่าง "ซูซาน" ซูซาน บรรพจน์สกุล หมายเลข 10 ก็พกพาการเต้นแจ๊สมามัดใจกรรมการ ซูซานวัย 21 ปี ที่นั่งแท่นผู้บริหารโรงแรมสุรินทร์ ปาร์ค จ.ภูเก็ต แม้ตอนนี้เธอจะเรียนอยู่ปี 2 ของมหาวิทยาลัย Limperts Academy ประเทศอังกฤษก็ตาม แต่ก็มีตำแหน่ง รองอันดับ 3 เวที อีลิท ไทยแลนด์ ปี 2548 เป็นเครื่องการันตีความสวย การผ่านเข้ารอบเวทีใหญ่เยี่ยงนี้ ทำให้เธอต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องของรูปร่างมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการออกกำลังกาย และควบคุมการรับประทานอาหาร

 ไม่ต่างกับสาวตากลมหมายเลข 5 "ก้อย" ปาริชาติ หารเวช ที่พาสามารถพิเศษอย่างควงกระบองไฟมานำเสนอ ด้วยเธอเคยเป็นส่วนหนึ่งของชมรมวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงทำให้เธอสามารถควงกระบองไฟได้ไม่แพ้มืออาชีพ อีกทั้งผู้หญิงที่จะสนใจศิลปะการควงระบองไฟยังมีน้อยจึงทำให้เธออยากลองฝึกฝน ส่วนการเตรียมตัวเพื่อชิงมงกุฎนั้นเธอบอก ต้องเตรียมตัวในเรื่องของบุคลิกภาพ โดยเฉพาะการยืนและเดิน เพื่อให้เกิดความสง่าที่มาพร้อมกับความมั่นใจ

 "ผ่านเข้ามาในรอบนี้เพื่อนๆ หลายคนก็สวยๆ กันทั้งนั้นแต่ก้อยไม่ได้รู้สึกกลัว แต่ทำให้ก้อยได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น กับชุดว่ายน้ำที่จะต้องใส่เดินบนเวทีก็รู้สึกหวั่นๆ นิดหน่อย แต่พยายามคิดว่าชุดว่ายน้ำเป็นชุดกีฬาของผู้หญิงชุดหนึ่ง ไม่ได้โป๊เปลือยอะไรแล้วคงไม่แปลกที่ผู้หญิงจะใส่ชุดว่ายน้ำ ส่วนที่ต้องเดินโชว์บนเวทีนั้นเป็นการโชว์สรีระและบุคลิกภาพ เพื่อจะได้บอกคณะกรรมการว่าเราดูแลรูปร่างของตัวเองได้ดีแค่ไหน แถมยังเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ไปในตัวด้วย" ก้อยกล่าว

 นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสาวงามที่ผ่านเข้ามาในรอบคัดเลือก 30 คนสุดท้ายเท่านั้น นับจากนี้พวกเธอจะต้องเดินทางไปเก็บตัวกันที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนจะเดินทางกลับมาเก็บตัวต่อยังโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอด เซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนใครจะได้มงกุฎอันทรงเกียรติไปครอง วันที่ 14 สิงหาคม ได้รู้กันล่ะ