
อคส.ถกกฤษฎีกาแก้ก.ม.เพิ่มรายได้
อคส.หารือกฤษฎีกาแก้กฎหมายเพิ่มช่องทางหารายได้ ระบุติดข้อกำหนดให้ดำเนินกิจการเฉพาะธุรกิจการเกษตรเท่านั้น ส่งผลให้ใช้ที่ดินที่มีอยู่ไม่คุ้มค่า เล็งคิดค่าจัดการกับรัฐหากถูกสั่งให้ดำเนินโครงการ ถวิล เผยการบริหารความเสี่ยงดีขึ้น มั่นใจไม่ถูกยุบองค์กร
นายถวิล พึ่งมา ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ อคส.ได้มีมติให้ อคส.ปรึกษากับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้ อคส.สามารถหารายได้จากธุรกิจอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องที่ดิน ซึ่งปัจจุบัน อคส.มีที่ดินเปล่าอยู่ในครอบครองจำนวน 2-3 แปลง ขณะที่กฎหมายกำหนดให้ อคส.ดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรเท่านั้น แต่ติดปัญหาตรงที่รายได้จากธุรกิจการเกษตรนั้นไม่คุ้มค่ากับราคาที่ดิน จึงไม่มีใครมาเช่าพื้นที่ในส่วนนี้
นอกจากนี้ การที่ อคส.ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินการตามโครงการต่างๆ ของรัฐบาล อคส.ได้รับรายได้ในอัตราที่น้อยมากไม่ถึง 1% แต่ต่อไปหากรัฐบาลสั่งให้ดำเนินการโครงการใดๆ ก็จะขอคิดค่าดำเนินการเพื่อให้ อคส.สามารถดำเนินกิจการอยู่ได้ต่อไป ในอัตรา 1-2% ของราคารวม ส่วนแนวทางสุดท้ายคือ การทำธุรกิจข้าวถุงออกมาจำหน่าย ซึ่งที่ผ่านมา อคส.ผลิตข้าวถุงเพื่อจำหน่ายน้อยมาก แต่ต่อไปก็จะดำเนินเป็นธุรกิจจริงจังมากขึ้น เนื่องจากมีข้าวอยู่ในมืออยู่แล้ว
“แผนการปรับโครงสร้าง อคส.นั้น ได้ผ่านการพิจารณาของบอร์ด อคส.มา 2-3 ครั้งแล้ว แต่ล่าสุดได้ส่งให้ฝ่ายบริหารกลับไปแก้ไขใหม่ก่อนที่จะสรุปเพื่อให้เสร็จก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณ 2553 คือสิ้นเดือนกันยายนนี้” นายถวิลกล่าวและว่า ส่วนแผนการบริหารความเสี่ยงที่ อคส.ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ พบว่า อคส.มีการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้นคือ จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ล่าสุดได้อยู่ที่ 2.55 คะแนน ซึ่งถือว่าสอบผ่าน และทำให้ อคส.ไม่เข้าข่ายรัฐวิสาหกิจที่ถูกยุบการดำเนินการ อีกทั้งในปีนี้ตั้งเป้าให้คะแนนการบริหารความเสี่ยงดีขึ้นอีกเป็น 2.75 คะแนน



