
ธ.ก.ส.ทวงหนี้รัฐขอคืนก่อน 5 หมื่นล้านตุนเงินทำประกันรายได้รอบใหม่-รอขายข้าวสต็อกไม่ไหว
ธ.ก.ส.เล็งเสนอบอร์ด 23 กรกฎาคมนี้ ขอคืนหนี้ก่อน 5-6 หมื่นล้านบาท จากหนี้สินรวม 2 แสนล้านบาท เตรียมเงินทำประกันรายได้รอบใหม่ ห่วงยังไม่ชัดเจนมีรายได้จากการขายสินค้าในสต็อกมาใช้คืนเมื่อไหร่ พร้อมปรับแนวทางประกันข้าวนาปียึดข้อมูลเดิม หวั่นแห่แจ้งเพิ่มทำโครง
นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ธ.ก.ส. ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ จะเสนอขอให้เปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายหนี้คืนของรัฐบาลจากการดำเนินนโยบายแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร ทั้งการรับจำนำก่อนหน้านี้ และการประกันรายได้ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลเป็นหนี้ ธ.ก.ส.แล้วกว่า 2 แสนล้านบาท หากจะรอให้ขายสินค้าเกษตรในสต็อกของรัฐบาลเพื่อนำมาชำระคืนก็ยังไม่แน่ว่าจะได้รับเงินคืนเมื่อไหร่ โดยจะขอให้จัดสรรงบในปีนี้หรือปีหน้าชำระคืนก่อนก้อนหนึ่ง ซึ่งจะขอให้จ่ายเพียงส่วนต่างของหนี้และรายได้ที่จะเข้ามาจากการขายสินค้าเกษตรในสต็อก คาดว่าจะเป็นเงินประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท
"คิดว่าน่าจะเป็นไปได้หากจะขอเงินก้อนหนึ่งก่อน เพื่อนำมาใช้ดำเนินนโยบายการประกันรายได้ข้าวนาปีในปีนี้ รวมถึงการประกันราคาข้าวโพดและมันด้วย" นายเอ็นนู กล่าวและว่า ขณะนี้รัฐบาลจัดเก็บรายได้เกินเป้าและมีเงินในคลังมากพอที่จะนำมาดำเนินนโยบายดังกล่าว ที่ต่อไปจะถือเป็นนโยบายพื้นฐาน แต่ ธ.ก.ส.ก็ต้องมีกำลังเพียงพอที่จะดำเนินงานด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ในสมัยของ ม.ร.ว.ปรีดิยธร เทวกุล เป็น รมว.คลัง ก็เคยจัดสรรเงินคืนมาให้ ธ.ก.ส.แล้วครั้งหนึ่ง 5 หมื่นล้านบาท ครั้งนี้ขอไปในวงเงินที่ไม่สูงมากนัก ก็หวังว่ารัฐบาลจะพิจารณาให้
นายเอ็นนู กล่าวว่า การดำเนินนโยบายประกันรายได้รอบใหม่นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เล็กน้อย โดยขอให้กระทรวงเกษตรฯ เริ่มประชุมทำประชาคมในเดือนหน้า โดยการทำสัญญาประกันรายได้ครั้งนี้จะยึดเอาตัวเลขพื้นที่เพาะปลูกและปริมาณที่เข้าโครงการของเดิมที่แจ้งครั้งก่อน เพราะไม่อยากให้มีความวุ่นวายต้องมาแจ้งขอใหม่ทั้ง 4 ล้านคน และต้องตรวจสอบใหม่ โดยจะยึดเอาข้อมูลเดิม หากเกษตรกรรายใดที่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เพาะปลูกทั้งลดและเพิ่มก็ให้แจ้งเข้ามาเพื่อจะได้ตรวจสอบเป็นรายๆ ไป ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่เบางานลง เพราะก่อนหน้านี้การทำข้าวนาปรังมีปัญหาการแห่แเจ้งข้อมูลเข้ามามากเกินความเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการกำหนดราคาประกันข้าวนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป เพราะคณะกรรมการยังถกเถียงกันในประเด็นต้นทุนและปัญหาการชะลอปลูกข้าวจากปัญหาภัยแล้งที่ ครม.มีมติมาก่อนหน้านี้ ส่วนของเงื่อนไขอื่นๆ ไม่เปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณที่รับเข้าโครงการและการกำหนดราคาให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด โดยคาดว่าปีนี้จะใช้เงินชดเชยส่วนต่างราคาประมาณ 4 หมื่นล้านบาทเท่ากับปีก่อน



