
ยกฐานะ ททท.เป็น กระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ?
ผมเพิ่งแสดงความชื่นชมธุรกิจการท่องเที่ยวไปเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว และคิดว่าจะหยุดเขียนถึงธุรกิจนี้สักพัก รอดูผลงานต่างๆ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)แถลงข่าวไปแล้ว แต่จันทร์นี้ก็ต้องพูดถึงธุรกิจท่องเที่ยวอีกจนได้ เมื่อเห็นข่าว คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “หนึ่งใน 2 ขุนพล” ที่ผมเพิ่งฝากความหวังไว้แหม็บๆ …กรณีที่ คุณชมพล เบิกตัวแทนภาคเอกชนในวงการท่องเที่ยวเข้าไปชี้แจงความเดือดร้อนให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบเมื่อวันอังคารที่ผ่าน
โดยภาคเอกชนได้เสนอขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลมากมายหลายอย่าง แล้วผลก็ลงเอยเหมือนทุกครั้งที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ดันทุรังเสนอเรื่องทำนองนี้เข้าไปแล้วเข้าไปอีก คือ ครม.ไม่อนุมัติ และยืนยันให้ใช้วงเงินเดิม หากไม่พอก็ขอให้ทำเรื่องขอเป็นงวดๆ ผ่านสถาบันการเงินที่มีหน้าที่คอยให้การสนับสนุนธุรกิจประเภทนี้คือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม เอสเอ็มอีแบงก์นั่นแหละครับ
ตามข่าวบอกว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งขบกรามแน่น ระหว่างฟังตัวแทนภาคธุรกิจท่องเที่ยวร่ายยาวจนหมดถ้อยกระทงความ และเมื่อตัวแทนภาคเอกชนเดินจากห้องประชุม ครม.ไปแล้ว นายอภิสิทธิ์ ถึงกับถามรัฐมนตรีชุมพลว่า ทำไมรัฐมนตรีไม่ชี้แจงเอง หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลย และเปรยขึ้นมาว่า ทำไมระบบราชการไทยจึงเป็นเช่นนี้ จากนั้นคุณชุมพลก็ตอบ… นึกภาพการถาม - ตอบระหว่างนายกฯ หนุ่มกับรัฐมนตรีเฒ่าแล้ว คงไม่ต่างจากคนแก่คนหนึ่งกำลังก้มหัวให้เด็กหนุ่มถอนหงอกยังไงยังงั้น
พิจารณาจาก หน้าที่และศักดิ์ศรีของความเป็นรัฐมนตรีแล้ว ผมมีความรู้สึกว่า คุณชุมพล ศิลปอาชา แทบจะหมดราคาเลยนะครับ พูดออกมาได้อย่างไรว่า “ข้อเสนอดังกล่าวเป็นข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือและที่ผ่านมากระทรวงถูกกดดันเรื่องนี้มาตลอด จึงให้เอกชนมาชี้แจงด้วยตัวเอง” … ถามจริงๆ เถอะครับ คุณชุมพล คุณไม่อายเลยหรือที่ “แบกปัญหา” ที่จะต้องรับผิดชอบแล้วแก้ไม่ได้ เข้าไปให้ คณะรัฐมนตรีทุกคนช่วยกันแก้อย่างนั้น ผมไม่อยากสอนคนแก่ที่เป็นครูบาอาจารย์นะครับ แต่อยากจะถามว่า การที่เขากำหนดให้มี “รัฐมนตรีว่าการ” ของแต่ละกระทรวงก็เพื่อให้ทำหน้าที่ วางแผนพัฒนา และแก้ปัญหาต่างๆ ของหน่วยงานต่างๆ ในความรับผิดชอบอยู่มิใช่หรือ
การกระทำของคุณชุมพลนี่หากพูดกันอย่างชาวบ้านร้านตลาดก็คือ เหมือนคุณชุมพลตกเป็นเบี้ยล่างของภาคเอกชน จึงยอมให้เขา “ขี่” เข้าไปแถลงในที่ประชุม ครม.นะครับ ทำไมคุณชุมพลไม่กล้าทุบโต๊ะลงไปว่า เรื่องที่พวกคุณขอมานั้น ผมเคยเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่รัฐมนตรีไม่เห็นด้วย ขอให้พวกคุณไปทำตามที่ ครม.อนุมัติไว้แล้ว… อะไรทำนองนี้ ซึ่งจะสมศักดิ์ศรีการเป็น รัฐมนตรีอย่างยิ่ง… ไม่ใช่ อ้อๆ แอ้ๆ พูดให้ขายหน้าในทำนองว่า “ถูกกดจนดันไม่ไหว” อย่างนั้น
ในฐานะสื่อมวลชนที่มีหน้าที่บอกกล่าวให้ประชาชนผู้เสียภาษีบำรุงประเทศได้รับทราบถึงการทำงานของนักการเมืองมาโดยตลอด ผมเคยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณชุมพล ศิลปอาชา ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาบ่อยครั้ง บางครั้งก็เตือนสติคุณชุมพล ให้ทำงานให้คุ้มกับตำแหน่งหน้าที่หน่อย จนมาระยะหลังๆ ได้รับฟังคนใกล้ชิดพูดถึงการทำงานของคุณชุมพลแล้ว ผมยังนึกเสียใจที่ไปตำหนิติเตียนในบางเรื่อง แต่เมื่อมาเห็นเรื่องนี้เข้า ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วครับที่รัฐบาลควรจะผ่าตัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสียที หรือยุบทิ้ง แล้วยกฐานะททท.ให้เป็น กระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไปเลยดีไหม เท่าที่ดู “ทีมงานของ ททท.” ชุดนี้ ผมว่าหากไม่มีอะไรเกาะหลังให้เกะกะรุงรัง…
ผมกำลังเปรียบว่าเป็นนักท่องเที่ยวประเภทแบกเป้ที่เรียกว่า แบ็กแพ็กนะครับ ไม่ได้หมายความว่า “มีคนขี่เก่ง” หรือ “มีคนแก่ขี่หลัง” อยู่ ทีมงาน ททท.ชุดนี้ก็น่าจะทำอะไรได้คล่องตัวกว่านี้นะ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่ามั้ย !
ภาณุมาศ ทักษณา



