
แฉสัมพันธ์คู่ซี้ 'หรั่ง-กบ'
การได้ตัว "สุรชัย เทวรัตน์" หรือหรั่ง มือขวาของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ทำให้ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเครือข่ายและวิธีการก่อเหตุป่วนเมืองของชายชุดดำช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้มากโขอยู่
เพราะสุรชัยถือว่าไม่ธรรมดา เป็นคนใกล้ชิดที่เสธ.แดงให้ความไว้วางใจ และมอบหมายงานสำคัญๆ ให้ทำอยู่บ่อยครั้ง
และเพื่อนคู่หูคู่ซี้ที่ทำงานด้วยกันก็คือ "กบ" รชต วงษ์ยอด วัย 29 ปี ชายหนุ่มจากเมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา นั่นเอง ?!!
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาที่ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ ออกมาแถลงว่ากบเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ต้องการตัวมากที่สุด เพราะการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ถือว่ามีนัยสำคัญ ที่ส่งตรงไปถึงเรื่องการเมืองและคนไกลที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
ดีเอสไอได้รับมอบหมายให้ทำคดีที่เกิดขึ้นตลอดการชุมนุมในฐานที่เป็นคดีพิเศษ ใช้เวลาสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทุกเหตุการณ์ความรุนแรง ไม่เฉพาะที่เกิดระหว่างการชุมนุมเสื้อแดงช่วงมีนาคม-พฤษภาคม 2553 เท่านั้น
แม้แต่คดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลืองก่อนหน้านี้ก็ถูกดึงเข้ามาพิจารณาร่วมด้วย
แม้จะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความวุ่นวายในประเทศบ้าง กระนั้นพนักงานสอบสวนดีเอสไอก็ต้องหาพยานหลักฐาน เพื่อแสดงให้ศาลเห็นและพิจารณาอนุมัติหมายจับ ท้ายที่สุดศาลก็ลงความเห็นให้จับกุม 5 ผู้ต้องหาคนสำคัญ ตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในประเทศไทย
ลำดับต่อมา คือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง สุรชัย เทวรัตน์ หรือหรั่ง รชต วงษ์ยอด หรือกบ สองเพื่อนซี้คู่บัดดี้ และคนสุดท้ายมดเอ็กซ์ !?!
หลักฐานที่ดีเอสไอใช้ยื่นขอหมายจับต่อศาล ที่แสดงให้เห็นสายสัมพันธ์ระหว่าง "หรั่ง-กบ" เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดหลายแห่ง ตั้งแต่เหตุการณ์ยิงอาร์พีจีถล่มคลังน้ำมัน เหตุระเบิดที่หน้ากองทัพบก คดียิงเอ็ม 79 ใส่ผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง และกราดยิงตำรวจที่ตึกอื้อจือเหลียงกับที่แยกศาลาแดงเสียชีวิต 2 นาย ภาพวงจรปิดละแวกใกล้เคียงสามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ขณะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี สามารถมองเห็นตำหนิรูปพรรณได้อย่างชัดเจน
ช่วงแรกๆ นั้นพนักงานสอบสวนยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามอะไร จึงพยายามเสาะแสวงหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน กระทั่งทราบว่าหนึ่งในนั้นคือ "หรั่ง" สุรชัย เทวรัตน์ ส่วนอีกคนก็คือ "กบ" รชต วงษ์ยอด นั่นเอง
เมื่อได้ชื่อจริง-นามสกุลจริงทุกอย่างก็ง่ายเข้า ดีเอสไอและตำรวจช่วยกันตรวจสอบข้อมูลของทั้งสอง ก็พบเส้นทางเข้าออกนอกประเทศหลายครั้ง ทั้งไปไต้หวัน กัมพูชา และมาเก๊า แรกๆ ก็ยังไม่เข้าใจว่าไปทำไม แต่ภายหลังการจับกุมสุรชัยให้การรับสารภาพว่า ไปฝึกฝนการประกอบอาวุธและอบรมยุทธวิธี เจ้าหน้าที่ก็ถึงบางอ้อ
ส่วนปฐมบทที่ชักนำให้สองคู่หูมาพบกัน เริ่มจากไอ้หรั่งหนีหมายจับข้อหาทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวได้รับบาดเจ็บสาหัสของ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2552 ไอ้หรั่งหลบเข้ามากบดานอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้แล้ว คลุกอยู่แถวคลองเตย ไม่นานด้วยอุปนิสัยใจนักเลง กล้าบ้าบิ่น จึงเข้าร่วมกับกลุ่มฝ่ายตรงข้ามกับบริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด ที่ได้รับสัมปทานบริหารจัดการตลาดคลองเตย
เป็นที่รู้กันดีหรือจะพูดให้ชัดเจนลงไปก็คือ เพิ่งเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมว่า กลุ่มคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบริษัทลีเกิ้ลเป็นฝ่ายคนเสื้อแดง ถึงขนาดขึ้นเวทีปราศรัยของเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์มาแล้ว ด้วยเหตุนี้เองไม่นานไอ้หรั่งก็ได้รู้จักกับไอ้กบชายหนุ่มจากแปดริ้ว
ด้วยอุปนิสัยใจคอใกล้เคียงกัน ไม่นานทั้งสองก็คบหาจนกลายเป็นเพื่อนสนิท และไอ้หรั่งก็พาเพื่อนคนนี้ไปรู้จักกับเสธ.แดง ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คนลักษณะเช่นนี้จะกลายเป็นที่ถูกใจของเสธ.คนดัง ไม่นานทั้งหรั่งและกบจึงกลายเป็นคนสนิทติดตามเสธ.แดงไปแทบทุกที่เสมือนหนึ่งเงาตามตัว !?!
หรั่งรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอด้วยว่า สาเหตุที่สร้างสถานการณ์รายวัน นอกจากการได้รับค่าจ้างแล้ว ยังเกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัวของกลุ่มเสธ.บางคน ที่ไม่พอใจตำรวจอย่างมาก
ครั้งหนึ่งตำรวจได้ปฏิบัติการล่อซื้อปืนเอ็ม 16 และเครื่องกระสุนที่สวนลุมไนท์บาซาร์ คนที่ถูกจับเป็นที่รู้กันลับๆ ในชั้นเสนาธิการว่า เป็นสายข่าวของทหารบางคน ทำตัวเป็นนกสองหัว พล.ต.เตรียมทหาร 16 คน หนึ่งในกลุ่มเสธ.โทรศัพท์ขอตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้ปล่อยตัว แต่ได้รับการปฏิเสธเสียงแข็ง มันไม่ได้ทำให้รู้สึกแค่เสียหน้า แต่เป็นการตบหน้าฉาดใหญ่
ตั้งแต่นั้นมาจึงมีเรื่องของศักดิ์ศรีและการหมิ่นเกียรติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย !?!
แล้วคนที่ถูกเรียกมาใช้งานก่อความวุ่นวาย ยิงเอ็ม 79 ถล่มหลายจุด ยิงตำรวจที่ตึกอื้อจือเหลียงและแยกศาลาแดงจะเป็นใครได้นอจากสองคู่ซี้ "หรั่ง-กบ" ทั้งสองสนิทกันมากถึงขนาดไปไหนมาไหนด้วยกันและทำงานลับด้วยกันตลอด เป็นเหมือนแขนซ้ายขวา หรือเงาของกันและกัน
ไอหรั่งบอกกับดีเอสไอว่า เพื่อนกบไม่ได้เป็นทหาร ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม แต่เป็นคนมีความจำดีเลิศ ประกอบอาวุธปืนได้อย่างรวดเร็ว คล่องแคล่ว ชำนาญการใช้อาวุธแทบทุกชนิด
สำหรับประเด็นเงินค่าจ้างนั้น หรั่งสารภาพว่ารู้แค่ว่ามีการโอนเงินจากต่างประเทศเข้าบัญชี พล.ท.คนหนึ่งเป็นเงิน 700 ล้านบาท 20 ล้านถูกส่งต่อมาให้เสธ.ทหาร สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายและค่าเหนื่อยในการก่อเหตุแต่ละครั้ง



