
ขัดธุรกิจก่อสร้างถล่มเอ็ม16ผญบ.ฉวางรับเคราะห์แทน
เสียงอาวุธสงครามชนิดเอ็ม 16 รัวสนั่นหลายนัดติดต่อกัน เป้าหมายของมือปืนคือชายฉกรรจ์ในวงเหล้าที่นั่งอยู่ถึง 5 คน บนโต๊ะม้าหินหน้าห้างหุ้นส่วนจตุรณนครศรี เลขที่ 239 ริมถนนสายจันดี-ฉวาง เขตรอยต่อระหว่างหมู่ 1 ต.จันดี กับหมู่ 9 ต.ไสหร้า อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช
บาดแผลจากคมกระสุนมรณะยังคงมีเลือดทะลักออกมาเป็นลิ่มๆ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนร่วมวงสุราอีก 2 ราย ล้มคว่ำอยู่ใกล้กัน เดชะบุญที่โชคยังเข้าข้าง คมกระสุนเจาะเข้าที่แขนขวา แรงกระสุนทำให้กระดูกหัก และทะลุกล้ามเนื้อเป็นแผลเหวอะหวิดขาด คือ "เชษฐา ใหม่นิ่ม" อายุ 40 ปี กับ ส.ต.ท.สุชาติ อนุภักดิ์ อายุ 40 ปี ตำรวจนอกราชการ ส่วนมือปืนไม่รอดูผลงานเผ่นขึ้นรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ เร่งเครื่องหายเข้าไปในความมืดทันที
หลังจากนั้นไม่นาน พ.ต.อ.สมชาย บุญครบ ผกก.สภ.ฉวาง นำทีมพนักงานสอบสวน ตำรวจสืบสวน สายตรวจ เข้าสืบสวนหาสาเหตุสังหาร การสืบสวนของตำรวจในช่วงแรกพุ่งเป้าไปที่ปมการเมืองท้องถิ่น และปมขัดแย้งบางอย่าง
ประจักษ์พยานที่อยู่ในเหตุการณ์นาทีระทึกและรอดตายอย่างหวุดหวิด "จตุรณ บาลจ่าย" อายุ 34 ปี เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างแห่งนี้บอกว่า ผู้ใหญ่สมศักดิ์และเพื่อนบ้านรวม 5 คน ได้นั่งดื่มเบียร์บริเวณโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าร้านตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ จนก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายขับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็คซ์ ไม่ทราบสี และหมายเลขทะเบียน ขับมาจอดริมถนนเลยหน้าร้านไปประมาณ 50 เมตร มือปืนที่นั่งท้ายรถกระบะได้กระโดดลงจากรถ แล้วใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงถล่มใส่วงเหล้าไม่ยั้ง
"พวกผมต่างกระเจิดกระเจิงไปคนละทาง ผู้ใหญ่สมศักดิ์เสียชีวิตคาที่ ส่วนนายเชษฐา กับ ส.ต.ท.สุชาติได้รับบาดเจ็บ ส่วนผมและนายสุธรรมเพื่อนอีกคน กระโดดหลบเข้าไปในร้านรอดชีวิตมาได้หวุดหวิด แล้วใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ยิงสวนออกไป 4-5 นัด ทำให้คนร้ายพากันล่าถอยขึ้นรถขับหลบหนีไปทาง อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช" นายจตุรณเล่าถึงนาทีระทึก
แต่หลังจากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไม่นานก็พบว่า เป้าหมายสำคัญของมือปืนไม่ใช่ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้บาดเจ็บอีก 2 คน แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ "จตุรณ" ประจักษ์พยานที่รอดชีวิตรายนี้นั่นเอง โดยเขามีความขัดแย้งทางธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง และผลประโยชน์ในวงการธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งตำรวจเชื่อว่าน่าจะเป็นมูลเหตุจูงใจในการพยายามฆ่าครั้งนี้
ผ่านไปเพียง 3 วัน พนักงานสอบสวนได้ขอหมายศาลจังหวัดทุ่งสง เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 292 หมู่ 12 ต.ละอาย อ.ฉวาง ของนายสมบัติ ศิริรักษ์ อายุ 45 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่หมู่ 12 ต.ละอาย และบ้านเลขที่ 29/1 หมู่ 5 ต.ละอาย อ.ฉวาง ของนายสมชาย สวนกูล อายุ 48 ปี สามารถตรวจยึดแม็กกาซีนอาวุธปืนเอชเค 1 อัน อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก ปืนยาว .22 อีก 1 กระบอก จึงตรวจยึดส่งไปตรวจสอบตามกรรมวิธีนิติวิทยาศาสตร์
ถัดมาอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังการเข้าตรวจค้น ศาลจังหวัดทุ่งสงได้ออกหมายจับเลขที่ 197/2553 และ 198/2553 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 ให้จับกุมนายสมบัติกับนายสมชาย จากนั้นตำรวจจึงเข้าจับกุมตัวทั้งสองได้ในเวลาต่อมา โดยทั้งสองถูกตั้งข้อหาร้ายแรงทั้งอาวุธสงคราม ร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่า แต่หลังการจับกุมทั้งสองรายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พวกเขาเป็นแพะรับบาป โดยยกเหตุผลที่ว่านายสมศักดิ์ผู้ตายเป็นญาติสนิทเสียด้วยซ้ำ
ชุดสืบสวนกล่าวถึงประเด็นที่นำมาสู่การออกหมายจับว่า มือปืนต้องการยิงถล่มทั้งวงเหล้า รวมทั้งเป้าหมายที่รอดชีวิตคือนายจตุรณ บาลจ่าย อายุ 34 ปี ให้เสียชีวิตไปพร้อมกัน แต่ด้วยความไม่ชำนาญในการใช้อาวุธ มุมยิงที่แคบ ทำให้การก่อเหตุครั้งนี้ไม่เป็นไปตามแผนการที่วางไว้ ปมเหตุที่ตำรวจตรวจพบคือเรื่องการขัดผลประโยชน์ในวงการธุรกิจก่อสร้าง แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน แต่การต่อสู้ในชั้นศาลยังต้องนำพยานหลักฐานมาต่อสู้กันอีกยาวนานกว่าจะได้ข้อสรุป
กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล



