ข่าว

เอแบคโพลล์พบเด็กไทยภูมิใจนักการเมืองไม่ถึง50%

เอแบคโพลล์พบเด็กไทยภูมิใจนักการเมืองไม่ถึง50%

18 ก.ค. 2553

"เทพไท" ยก "พท." เป็นบริษัทการเมือง เปรียบส.ส.เป็นลูกจ้าง “ทักษิณ” ชี้อำนาจยุบสภาอยู่ที่นายกฯ แนะ "ทักษิณ"ตั้ง “นพดล”เป็นทนายว่าความช่วยหรั่ง "พท."ฉะ"ดีเอสไอ"ปูด“หรั่ง”โยง 8คดีหวังผลดิสเครดิส"ก่อแก้ว"

 (18ก.ค.) ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน หรือศูนย์วิจัยความสุขชุมชน (Academic Network for Community Happiness Observation and Research,  ANCHOR) มหา วิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจต่อเนื่องภายใต้โครงการวิจัยเพื่อเฝ้าระวังรักษา คุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนไทย เรื่อง สุขภาวะของนักเรียนนักศึกษาและความภูมิใจต่อแผ่นดินไทย จากตัวอย่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงนักศึกษาปริญญาเอกทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ”  จำนวนทั้งสิ้น 23,088 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม  2553

 ในด้านสุขภาวะทางร่างกาย พบว่า นักเรียนนักศึกษาไทยเพียงร้อยละ 30.3 เท่านั้นที่ระบุนอนหลับได้สนิทมากที่สุด อย่างน้อย 6 ชั่วโมงทุกคืน และเพียงร้อยละ 16.9 เท่านั้นที่ล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง นอกจากนี้ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.8 ไม่ได้เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันหรือเกือบทุกวัน และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.1 ไม่ได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่มากถึงมากที่สุด ที่น่าเป็นห่วงคือ เพียงร้อยละ 24.8 เท่านั้นที่รู้สึกว่าตนเองมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมากที่สุด อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.9 แปรงฟันทุกวันตอนเช้าและก่อนนอน แต่จำนวนมากหรือร้อยละ 40.1 ไม่ได้ทำเช่นนั้น

 แต่เมื่อสอบถามถึงสุขภาวะทางจิตใจ พบประเด็นที่น่าพิจารณาคือ สุขภาวะทางจิตใจและอารมณ์ของนักเรียนนักศึกษาในโครงการนี้บางเรื่องเป็นสิ่ง ที่น่าพอใจ แต่บางเรื่องก็ยังคงน่าเป็นห่วง เพราะส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.9 ยังคงรู้สึกว่าตนเองเป็นคนอารมณ์ดีมากถึงมากที่สุด แต่จำนวนมากหรือร้อยละ 38.1 ไม่รู้สึกเช่นนั้น ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.2 รู้สึกกลัวผิดพลาด ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.8 มักจะตำหนิตนเองในเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.3 มักจะเปรียบเทียบสิ่งที่ตนเองมีกับผู้อื่น  อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.8 ยังใจกว้าง ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นระดับมาก ถึง มากที่สุด แต่ร้อยละ 41.2 ไม่เป็นเช่นนั้น ที่น่าพิจารณาคือ ครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 50.0 ยังรู้สึกว่าตนเองเป็นคนดีในสายตาผู้อื่นระดับมาก ถึงมากที่สุด แต่อีกครึ่งหนึ่งคือร้อยละ 50.0 เช่นกัน ไม่คิดเช่นนั้น

 ที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจ “สองสิ่ง” เปรียบเทียบในความภูมิใจของนักเรียนนักศึกษาระหว่าง “แผ่นดินไทย” กับ “นักการเมืองไทย” พบว่า นักเรียนนักศึกษาในทุกระดับชั้นส่วนใหญ่เกินกว่าร้อยละ 80 เกือบร้อยละ 90 ที่ภูมิใจต่อแผ่นดินไทย แต่ “ไม่ถึงครึ่ง” หรือ ต่ำกว่าร้อยละ 50 ในทุกกลุ่มระดับการศึกษาของนักเรียนนักศึกษาที่รู้สึกภูมิใจต่อนักการเมืองไทย

 นอกจากนี้ จากการสัมภาษณ์เจาะลึก “เด็กอนุบาล” ถึงความชอบ และสิ่งที่ไม่ชอบในสังคมไทย พบสิ่งที่น่าจะเป็นเครื่องเตือนสติเตือนใจผู้ใหญ่ในสังคมได้บ้าง คือ

 “น้องมิว” วัย 5 ขวบ จบอนุบาล 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ และกำลังจะไปเรียนเกรด 1 ในต่างประเทศ      บอก ว่า “น้องมิวรักประเทศไทย ไม่อยากไปอยู่ประเทศอื่น เพราะคนไทยรู้จักพอเพียงกัน และก็เรื่องความภักดีไง” จากนั้นน้องมิวร้องเพลงบางท่อนบางตอนออกมาว่า “อยากให้คนไทยคืนความสงบดังเดิม อยากให้คนไทยคืนความสงบดังเดิม.......” ใน ขณะที่สิ่งที่น้องมิวไม่ชอบ น้องมิวบอกว่า “ไม่ชอบผู้ใหญ่ที่ทะเลาะกัน ชุมนุมกัน ฆ่ากัน เพราะทำให้น้องมิวไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่ได้ไปพารากอน ไม่ได้ไป Central World”

 ในขณะที่ “น้องบีมและน้องบิวตี้” วัย 6 ขวบ เรียนหนังสือในต่างจังหวัด บอกว่า “รัก ประเทศไทยเพราะมีแม่น้ำ มีต้นไม้ ไม่มีภูเขาไฟ คนไทยใจดี แต่ไม่ชอบผู้ใหญ่บางคนที่ใจร้าย ทะเลาะกัน อยากเห็นคนไทยใจดีทุกคน ไม่หงุดหงิดง่าย อยากให้ทุกคนรักในหลวง เพราะในหลวงเป็นพ่อของแผ่นดินไทย รู้สึกว่าในหลวงเป็นพ่อจริงๆ อยากให้ในหลวงแข็งแรง”

 จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่าตัวอย่างร้อยละ 58.1 เป็นชาย ร้อยละ 41.9  เป็นหญิง  ตัวอย่างร้อยละ  38.1 อายุต่ำกว่า 15 ปี ร้อยละ 42.7  อายุระหว่าง 15 - 20 ปี ร้อยละ 10.2 อายุระหว่าง 21 - 25 ปี และร้อยละ 9.0 อายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 21.2 กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษา ร้อยละ 33.8 กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษา  ร้อย ละ 13.0 กำลังศึกษาอยู่ในระดับ ปวช. ร้อยละ 11.8 กำลังศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. ร้อยละ 9.8 กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี และร้อยละ 10.4 กำลังศึกษาอยู่ในระดับสูงกว่าปริญญาตรี

เทพไทยกพท.เป็นบริษัทการเมืองเปรียบส.ส.เป็นลูกจ้าง

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยก็เปรียบเหมือนบริษัททางการเมืองที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าของบริษัทอยู่ในฐานะเจ้าสัว หรือเถ้าแก่ ส่วนคนอื่น ๆ ที่เป็นส.ส.ก็เป็นแค่ลูกจ้างบริษัทเท่านั้น เพราะฉะนั้นเจ้าสัวจะส่งตัวแทนมาบริหารซึ่งเป็นคนในครอบครัว จนทำให้ลูกจ้างที่เป็นส.ส.รวมหัวกันต่อต้านนั้นก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเพราะคนเหล่านี้ยังคงหวังเอาเงินจากเถ้าแก่ แม้กระทั่งนักการเมืองบางคนที่อยู่ในฐานะรปภ. หรือยามเฝ้าบริษัทก็พยายามแสดงออกเชลียร์เจ้าสัวจนขนาดประกาศตัวเป็นสาวก และชูประเด็นถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะเอาเจ้าสัวกลับมาประเทศไทยให้ได้ ซึ่งเป็นท่าทีของนักการเมืองคนหนึ่งที่อยู่ในฐานะรปภ. ของบริษัทแต่คิดที่ทะเยอทะยานขึ้นไปเป็นเถ้าแก่โดยใช้วิธีการเชลียร์นายจนได้ดีเคลื่อนไหวเอาอกเอาใจเจ้าของบริษัทเพื่อหวังที่จะได้เป็นนอมินีในการบริหารบริษัทหรือพรรคเพื่อไทยในโอกาสต่อไป

แนะ "ทักษิณ"ตั้ง “นพดล”เป็นทนายว่าความช่วยหรั่ง

 นายเทพไท กล่าวถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวโจมตีรัฐบาลกรณีการจับกุมนายสุรชัย เทวรัตน์ (หรั่ง) ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ว่า เป็นการพยายามที่จะโยนความผิดและเชื่อมโยงให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทั้งที่คนเสื้อแดงและพ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่ได้ใช้ความรุนแรงนั้นว่า รัฐบาลไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือแทรกแซงการจับกุมนายสุรชัย แต่อย่างใด ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมาย

 “ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และอยากจะให้ได้เปิดตัวอย่างชัดเจนให้เข้ามาช่วยเหลือเหมือนกับกรณีทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไปเป็นทนายความแก้ต่างให้กับการวางระเบิดพรรคภูมิใจไทยที่มีผู้ต้องหาชื่อ คุณอ้อ - คุณอ้าย ดังนั้นในกรณีของนายสุรชัยก็น่าจะเป็นผลพวงของเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลัง ก็ควรที่จะให้ทนายความของตัวเองออกมาช่วยเหลือ อยากจะเรียนกับคุณนพดลที่พยายามกล่าวหาว่ารัฐบาลจับกุมกรณีของนายสุรชัยว่าเป็นการดิสเครดิตฝ่ายค้าน และคนเสื้อแดง รวมไปถึงเรียกร้องว่าอย่าสร้างพยานเท็จนั้น ขอเรียนยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยคิดที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อจะหวังดิสเครดิตฝ่ายค้าน หรือคนเสื้อแดงรวมไปถึงตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะทุกอย่างมีหลักฐานประจักษ์ชัดและมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนไม่สามารถที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้” นายเทพไท กล่าว

"ปชป."ย้ำแก้รธน.ต้องเน้นสร้างความปรองดอง พร้อมให้แก้ก่อนยุบสภา

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีพรรคชาติไทยพัฒนา เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มจากผู้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงจะทำให้คณะกรรมการปฏิรูปการเมืองโดยชุดนายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)ชุดนี้ได้รับการยอมรับของประชาชน และดำเนินการได้ด้วยความเป็นอิสระ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องตอบโจทย์เรื่องการสร้างความปรองดอง ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะเสร็จทันก่อนการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เป้าหมายหลักของพรรคร่วมรัฐบาลคือต้องการแก้ไขการแบ่งเขตเลือกตั้ง จากเขตใหญ่กลับมาเป็นเขตเล็ก อยากทราบว่าจะนำมาซึ่งความปรองดองได้อย่างไร นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การแก้ไขเรื่องแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อทางบวกหรือลบโดยตรง แต่ก็ต้อคำนึงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย ว่าจะนำมาซึ่งความปรองดองได้หรือไม่ ซึ่งตนเชื่อว่าคณะกรรมการชุดนายสมบัติ ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียจะเป็นผู้ให้คำตอบว่าจะนำมาซึ่งความปรองดองได้หรือไม่ ส่วนกรณีที่พรรคร่วมออกมาเรียกร้องนั้นจะสร้างความกดดันให้คณะกรรมการหรือไม่ ตนเชื่อว่าเป็นสิทธิที่พรรคร่วมจะแสดงความคิดได้ เพราะเป็นสถาบันการเมืองที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับการใช้รัฐธรรมนูญ

"พท."ฉะ"ดีเอสไอ"ปูด“หรั่ง”โยง 8คดีหวังผลดิสเครดิส"ก่อแก้ว"

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการจับกุมตัวนายสุรชัยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รีบแถลงว่านายหรั่งมีความเกี่ยวข้องกับ 8 คดี แต่เมื่อนำตัวมาฝากขัง นายหรั่งได้ปฎิเสธข้อกล่าวหาต่อสื่อมวลชน ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมาปรากฎว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้ยอมรับว่านายหรั่งยังไม่ยอมเปิดปากให้การแสดงว่าการที่ตำรวจ และดีเอสไอแถลงข่าวว่านายหรั่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับ 8 คดีนั้น จึงเป็นการแถลงข่าวฝ่ายเดียว ทั้งที่น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล บุตรสาว เสธ.แดงออกมาแถลงข่าวว่าไม่เคยเห็นหน้านายหรั่ง ว่าเป็นผู้ติดตามเสธ.แดง รวมถึงกรณีที่ครอบครัวนายหรั่งออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะไม่เชื่อว่านายหรั่งจะทำเรื่องที่เกิดขึ้น ละเกรงว่านายหรั่งจะตกเป็นแพะในดคีดังกล่าว

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า คณะทำงานฝ่ายกฏหมายพรรคเพื่อไทยได้ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอ และเห็นว่าดีเอสไอมีการแถลงข่าวไปล่วงหน้าทั้งๆ ที่ไม่ได้ข้อเท็จจริงเพียงพอ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิ์ผู้ต้องหา และญาติที่ได้รับความเสียหายจากการแถลงข่าวดังกล่าว โดยเราได้ตั้งข้อสังเกตว่านายหรั่งมีอายุแค่ 25 ปี ไม่เคยมีประวัติรับราชการทหารตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงใดๆ หรือเชี่ยวชาญการใช้อาวุธ แต่กลับสามารถก่อคดีสำคัญได้ถึง 8 คดี ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติวิสัยเหมือนยอดมนุษย์ ซึ่งข้อเท็จจริงระหว่างการชุมนุมของกลุ่มนปช.ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. - 19 พ.ค. มีเจ้าหน้าที่รักษาความสงบอยู่ในพื้นที่หลายหมื่นคน จึงไม่น่าจะกระทำการต่อเนื่องกันได้หลายคดี และกรณีนี้น่าจะเป็นการเชื่อมโยงไปถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กทม . เพื่อดิสเครดิตกลุ่มนปช.ที่ให้การสนับสนุนนายก่อแก้ว พิกุลทอง เพื่อให้สาธารณชนเห็นว่ากลุ่ม นปช . เป็นคนก่อเหตุหรือใช้ความรุนแรง

 “ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและดีเอสไอ ให้สอบสวนผู้ต้องหาทุกคนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรเปิดเผยข้อเท็จจริงการสอบสวนก่อนที่จะสรุปสำนวนคดีเพื่อหวังผลทางการเมืองลักษณะนี้ ซึ่งน่าจะเหมือนการจับแพะชนแกะแล้วโยนความผิดไปให้คนตาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่จะอ้างได้ว่าการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุสลายการชุมนุมไม่ใช่การกระทำของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเป็นการฟอกขาวให้ตัวเองเท่านั้น ”