ข่าว

ชวนชิม-สวรรค์บนดินกินเพื่อสุขภาพ

ชวนชิม-สวรรค์บนดินกินเพื่อสุขภาพ

18 ก.ค. 2553

คนใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของทุกเรื่อง ปุ๊บปั๊บก็มีอะไรใหม่ๆ ผุดขึ้นมาให้ตื่นเต้นตลอด จำได้ว่าเพิ่งไปเดินชิลชิลแถว "เสรีเซ็นเตอร์" อยู่แหม่บๆ พอหันหลังให้ไม่ทันไร เอ้า!...ยกเครื่องใหม่กลายเป็นสวรรค์ "พาราไดซ์" ไฉไลกว่าเดิมซะงั้น ความจริงสารภาพ

 ก็ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องกิจกรรมสันทนาการ อย่างลีลาศ หรือวงดนตรีย้อนยุคสุนทราภรณ์ ให้คุณลุงคุณป้าได้มายืดเส้นยืดสายคลายเหงา ยิ่งบริเวณชั้นจี ที่เป็น "เสรีมาร์เก็ต" หรือตลาดสดติดแอร์ ใครๆ ก็รู้ว่ามีทุกอย่างให้เลือกสรร แล้วก็เป็นตลาดสดจริงๆ คือมีของกินจิปาถะ ของสด-แห้ง ของใช้ ข้าวสาร จนถึงเครื่องสังฆทานโน่น... 

 มาวันนี้ถึงจะเปลี่ยนชื่อ ทว่ายังคงอารมณ์การซื้อขายเดิมๆ ไว้ อ้อ...แล้วก็มีไลฟ์สไตล์สุดฮิพให้วัยรุ่นได้รื่นเริงไม่น้อยไปกว่าอาม่าอากงอย่างร้านรวงทันสมัยต่างๆ ทั้งฟาสต์ฟู้ดส์ อาหารเพื่อสุขภาพ ขนม เบเกอรี่ ไอศกรีม ฯลฯ เดินดุ่มๆ ก็สะดุดอย่างจังกับ "เลม่อน ฟาร์ม" ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องผักผลไม้ออแกนิกและอาหารเพื่อนสุขภาพ เขาแบ่งร้านขายผลิตภัณฑ์ออแกนิกกับโซนอาหารสุขภาพคนละครึ่ง บรรยากาศชวนนั่งดี

 กางเมนูสำรวจรายการอาหาร ส่วนใหญ่ปรุงจากผักผลไม้ แทบไม่มีเนื้อสัตว์เลย ยกเว้นปลา ใครที่เคยเป็นขาประจำน่าจะพอนึกภาพออก หน้าตาอาหารจะดูสดๆ จากธรรมชาติ โดยเปลี่ยนรายการอาหารทุกวัน ถ้าจะให้คุ้มต้องสั่งเป็นเซต ราคา 140 บาท มีข้าวกล้องสวย เสิร์ฟคู่แกงเหลือง เต้าหู้อ่อนผัดขิงและเห็นออรินจิ ซุปถั่วแดง ซุปฟักทอง สลัดผัก สารอาหารไม่ต้องห่วงครบแน่นอน เพราะโปรตีนได้จากถั่วและเต้าหู้ ที่แน่ๆ เกลือแร่และวิตามินเพียบ กินแล้วหล่อสวยธรรมชาติจ้า...

 ออกจาก เลม่อน ฟาร์ม พร้อมอิ่มสบายท้อง เดินทอดน่องสักพักนึกว่าอยู่แถวสยามซะอีก เจอร้านขายทาโกยากิ ชื่อ "ทาโกซ่า" พนักงานสาวยืนหยอดยืนแคะดูน่าอร่อยดี สั่งมาลองหนึ่งชุด 5 ลูก 59 บาท ร้านนี้เป็นสาขาที่ 4 แล้ว ที่ดังๆ ก็ขายแถวสยามนั่นแหละ มี 3 ไส้ให้เลือก แฮมชีส แซลมอน และ พอล เอ้ย...หมึกยักษ์ ไม่ได้เจ็บใจกับพอลที่ทายให้ทีมโปรดอย่างอัศวินสีส้มต้องปราชัยให้กระทิงดุหรอกนะ แต่เห็นหน้าตาพอลตอนนี้แล้วอดไม่ได้จริงๆ เขาราดซอสที่ปรุงอย่างเข้มข้น เข้ากับเนื้อพอลดี อร่อยเชียวล่ะ

 พอลหายแวบในพริกตา ก็มาอยู่หน้าร้านไอศกรีมเล็กๆ "อิน จัน อัมพวา" ว้าว...ร้านนี้เจ้าของคือพระเอกเจ้าบทบาท "ชาคริต แย้มนาม" นั่นเอง เป็นสาขาแรกและสาขาเดียวตอนนี้ด้วย โดยให้คุณแม่สมลักษณ์ แย้มนาม มาคุมแทน คุยไปคุยมาถึงรู้ว่าไอศกรีมหน้าตาน่าหม่ำเต็มตู้โชว์พระเอกหนุ่มกับคุณแม่ไปได้สูตรมาจากชาวอัมพวาที่ทำขายอยู่ก่อนแล้ว เป็นรสชาติไทยๆ ที่สกัดกลิ่นดอกไม้มาทำไอศกรีม 

 แล้วพอมาเป็นไอเดียสร้างสรรค์จากหนุ่มชาคริต จึงเพิ่มกลิ่นและรสมีให้เลือกหลากหลายมากขึ้นทั้งกุหลาบนม วานิลลาอัญชัน เชอเบทเข็มสตรอเบอร์รี่ มะยม กระท้อน มะขาม มังคุด มะปราง  ทุเรียน เป็นต้น ลูกละ 45 บาท ส่วนใหญ่ทำจากผลไม้ตามฤดูกาล แล้วก็เป็นแบบไขมันต่ำ ก่อนจะเพิ่มลูกเล่นพิเศษด้วยท็อปปิ้งสูตรเด็ดไม่เหมือนใคร มี น้ำปลาหวาน กะปิ ผงบ๊วย หรือ พริกเกลือ นึกภาพตามไอศรีมมะยมเปรี้ยวหวานโรยพริกเกลือแค่นึกก็น้ำลายสอแล้ว

 อ้อ...มีเครื่องดื่มม็อกเทล (ไม่ผสมแอลกอฮอล์) ด้วยนะ อย่างน้ำดอกดาหลา อัญชัน กุหลาบ บัว และชาหอมหมื่นลี้ แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ใส่น้ำตาลแต่ใส่หญ้าหวานแทน ดื่มแล้วชุ่มคอดี ถ้าไม่จุใจแนะนำไปนั่งชิลต่อที่ร้านกาแฟขึ้นชื่อจากเชียงใหม่ "วาวี ค็อฟฟี่" กลิ่นเนี่ยโชยมาแต่ไกล โดยเฉพาะคอกาแฟใส่ฟองนมราดคาราเมล อยากให้ลอง "คาราเมลโอ" ฟองนุ่มชุ่มคอหวานมันคาราเมล ที่สำคัญสวยงามด้วยลวดลายคาราเมลบนฟองนม น่ากินมากๆ

 หนังตัวอย่างสั้นๆ สำหรับคนชอบสรรหาของอร่อย อาจทำให้ใครหลายคนท้องไส้เริ่มปั่นป่วน เอาเป็นว่าถ้าอยากสำรวจด้วยตัวเอง ก็หาโอกาสแวะไปพาราไดซ์เอง ถามแท็กซี่ตอนนี้อาจไม่ค่อยคุ้นหู แต่ถ้าบอกว่าไปเสรีเซ็นเตอร์ ศรีนครินทร์ รับรองฉลุย...อิอิ