
"โรงเรียนว่าที่เจ้าบ่าว ก่อนหาเจ้าสาวต่างแดน"
ในชีวิตจริง คงจะหาเรื่องราวความรักโรแมนติกระหว่างหนุ่มเกาหลีกับสาวเวียดนามอย่างใน "ฮานอย ไบรด์" ละครสั้นที่เกาหลีใต้สร้างขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน ในโอกาสฉลองครบ 30 ปีสงครามเวียดนามสิ้นสุดได้ยากเต็มที ไม่เช่นนั้นคนเกาหลีใต้คงไม่ต้องช็อกระคนอับอายอีกครั้งหนึ่ง เ
แม้จะจนและต้องตะเกียกตะกายถีบตัวเองไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเพียงใด แต่เธอคงไม่ยอมแต่งงานกับชายวัย 47 ปีคนนี้เป็นแน่ หากรู้ล่วงหน้ามาก่อนว่าสามีของเธอมีประวัติเจ็บป่วยทางจิตมาอย่างยาวนาน
ในเกาหลีใต้ มีสตรีต่างชาติอพยพไปอยู่ที่นั่นด้วยเหตุผลแต่งงานประมาณ 136,000 คน และสถิติพบว่าชาวไร่ชาวนา 4 ใน 10 สมรสกับหญิงจากชาติต่างๆ ในเอเชีย โดยมากเป็นเวียดนาม ตามด้วยจีนและกัมพูชา
เพิ่งเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ได้ขอให้ประธานาธิบดีลี มยอง บัก ช่วยดูแลสาวกัมพูชาที่แต่งงานกับชายเกาหลี โดยขอให้ถือว่า พวกเธอเป็นลูกสะใภ้ของประเทศเกาหลี โดยก่อนหน้านั้น กัมพูชาได้สั่งห้ามสาวกัมพูชาแต่งงานกับหนุ่มเกาหลีระยะหนึ่ง หลังจากมีการจับกุมบริษัทจัดหาคู่ในข้อหาหลอกลวง ด้วยการเกณฑ์เด็กหญิงจากชนบท 25 คนมาจับคู่แต่งงานกับชายเกาหลี
เหตุสะเทือนขวัญล่าสุดโดยชายผู้เป็นสามีเกิดคลุ้มคลั่ง ทุบตีและแทงภรรยาจนเสียชีวิต ทั้งที่เธอเพิ่งเหยียบแผ่นดินเกาหลีได้ไม่ถึงสัปดาห์ สะท้อนเป็นอย่างดีว่าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย โดยผู้ร้ายสามตัวหลักที่คบคิดส่งสาวต่างแดนไปพบโศกนาฏกรรมยังเป็นหน้าเดิม นั่นคือความเห็นแก่ตัวบ็ของชายเกาหลีกับครอบครัว กามเทพที่เห็นแก่เงินอย่างบริษัทจัดหาคู่ทั้งหลาย และหน่วยงานรัฐ
ด้วยความที่มองว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล รัฐบาลเกาหลีใต้จึงไม่เคยยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว ทำได้เพียงการจัดอบรมด้านวัฒนธรรมให้แก่ภรรยาต่างชาติ แต่จากรายงานความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ถึงขั้นที่คณะกรรมาธิการชุดหนึ่งในสหประชาชาติ ออกปากแนะให้รัฐบาลควรทำอย่างใดอย่างหนึ่งเสียที ทำให้ในที่สุด กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ได้ประกาศกฎใหม่ บังคับให้ชายเกาหลีที่ต้องการจะสมรสกับสตรีต่างชาติโดยเฉพาะหญิงสาวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะต้องเข้าคอร์สอบรมทางด้านวัฒนธรรมและศีลธรรมสำหรับการครองคู่ เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้
ชั้นเรียนจะจัดขึ้นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ละหัวข้อ จะใช้เวลาราว 3-4 ชั่วโมง โดยจะมุ่งเน้นย้ำว่าเป็นเรื่องผิดหากคิดจะใช้เงินซื้อผู้หญิงมาเป็นภรรยา และปกปิดความชั่วร้ายของตนเอง อย่างเช่นเคยแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง หรือติดเหล้าติดยา โดยรัฐบาลจะไม่อนุมัติวีซ่าแก่เจ้าสาวต่างชาติ หากว่าฝ่ายชายไม่ได้ผ่านการอบรมให้เรียบร้อยเสียก่อน
สตรีต่างชาติที่สมรสกับชายเกาหลี มักรู้จักกับฝ่ายชายผ่านทางพ่อสื่อแม่สื่อที่จัดแจงทุกอย่างให้เสร็จสรรพ เมื่อได้รับการคัดเลือก สตรีผู้นั้นจะถูกส่งตัวเข้าพิธีแต่งงานในเวลาเพียงหนึ่งเดือนหรือสองเดือนถัดมา แต่นายหน้ามักปิดบังข้อมูลสำคัญ เช่น อายุหรือความผิดปกติของฝ่ายชาย
ในเกาหลีใต้ มีบริษัทจัดหาคู่จดทะเบียนกว่า 1,200 แห่ง และราว 77% เป็นบริษัทเล็กๆ ขนาดว่ามีคนทำงานแค่คนเดียวหรือสองคนเท่านั้น ทำให้มีเสียงเรียกร้องว่า รัฐบาลทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น ควรจะต้องล้างบางบรรดาบริษัทจัดหาคู่ทั้งในและต่างประเทศที่หลอกลวงด้วยจึงจะเยียวยาปัญหานี้ได้
เกาหลีใต้ไม่ใช่ชาติเดียวที่แนวโน้มการนำเข้าเจ้าสาวต่างแดนจากชาติที่จนกว่าเพิ่มสูงขึ้น ยังมีเพื่อนอย่างญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน โดยมีสองปัจจัยสำคัญเป็นตัวกระตุ้นนั่นคือ เงิน กับ บริษัทจัดหาคู่
โตชิโอะ เอซากะ ประธานบริษัทจัดหาคู่ในโอซากา ทางตะวันตกของญี่ปุ่น กล่าวว่า เจ้าสาวเอเชีย ยังเป็นที่ต้องการของชายหลากวัยในชนบทซึ่งหาหญิงสาวแต่งงานด้วยยาก และในยุคสมัยนี้ ในตัวเมืองอาจจะยากกว่าด้วยซ้ำเมื่อสตรีญี่ปุ่นรุ่นใหม่ พึ่งพาตัวเองได้ไม่ต้องง้อผู้ชาย และพึงใจที่จะอยู่เป็นโสด
ในสิงคโปร์ มีเว็บไซต์จัดหาคู่แห่งหนึ่ง เสนอจัดทัวร์ราคาถูกไปเวียดนาม เพื่อไปพบปะกับหญิงสาวที่คัดมาแล้วว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่องและไม่มีโรคภัย ขณะที่ยานวุฒิ ผู้อำนวยการกลุ่มที่ทำงานต่อต้านการค้ามนุษย์กล่าวว่า สตรีในอีกฟากหนึ่งนั้น ยากจนข้นแค้นเสียขนาดฝากความหวังกับชายจนๆ ในประเทศที่รวยกว่า ซึ่งหากเจอคู่ครองที่ดีก็ถือเป็นโชค แต่มีจำนวนมากที่ถูกหลอก ซ้ำร้ายถูกขายต่อเป็นทอดๆ
ที่ฮ่องกง เจ้าสาวต่างชาติสำหรับชายบนเกาะ ส่วนมากเป็นสตรีจากจีนแผ่นดินใหญ่ ตามด้วยเวียดนาม และฟิลิปปินส์ เฟอร์มี หว่อง ผู้ก่อตั้ง ฮ่องกง ยูนิซัน ที่ช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยในฮ่องกงกล่าวว่าคดีที่ทำส่วนใหญ่เป็นเรื่องผู้หญิงเอเชียถูกสามีทุบตี พวกเธอรู้สึกสิ้นหวัง เพราะไม่มีญาติพี่น้องแถมพูดภาษาจีนหรืออังกฤษแทบไม่ได้
อันที่จริง ทั้งประเทศที่นำเข้าและส่งออกเจ้าสาว ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น เจ้าสาวตามสั่งทางไปรษณีย์จากฟิลิปปินส์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องปกติ แต่หลังจากมีเรื่องราวการทำร้ายจากสามีจอมโหดบ่อยๆ เข้า ฟิลิปปินส์จึงประกาศให้เป็นเรื่องผิดกฎหมายแล้ว แต่กระนั้น นายหน้าหาคู่ก็ยังหาทางซิกแซกด้วยการนำชายต่างชาติเข้าไปเลือกหาว่าที่เจ้าสาวกันถึงถิ่น ก่อนพาบินกลับบ้านไปพร้อมกับว่าที่สามีที่รู้จักกันไม่กี่วัน
อินโดนีเซียกำลังพิจารณาเสนอให้ชายต่างชาติที่ต้องการแต่งงานกับหญิงของตน วางเงินประกัน 5 หมื่นดอลลาร์ หากหย่าร้าง เงินประกันจะตกเป็นของภรรยา แต่หากอยู่กินกันอย่างน้อย 10 ปี เงินก้อนนี้จะกลายเป็นสินสมรส
ส่วนไต้หวัน ซึ่งมีชายแต่งงานกับหญิงต่างชาติ 434,000 คน ส่วนมากเป็นจีน และชาติอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ได้สั่งห้ามบริการจัดหาคู่จากต่างประเทศเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่เกิดคดีทารุณภรรยาต่างชาติหลายคดี
ขณะที่ประเทศส่งออกเจ้าสาวอย่างจีนนั้น อาจจะต้องเตรียมรับมือกับการนำเข้าที่คาดว่าจะสูงขึ้น อันเป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายลูกคนเดียว เพราะภายใน 10 ปีข้างหน้านี้ จะมีชายวัยแต่งงานไร้คู่เพราะขาดแคลนเจ้าสาวกว่า 24 ล้านคน และนั่นทำให้สตรีลี้ภัยจากเกาหลีเหนือ ได้เริ่มกลายเป็นสินค้ามีชีวิตในจีน โดยพวกเธอถูกขายให้แก่ชาวไร่ชาวนาในจีนหัวละ 1,500 ดอลลาร์(49,500 บาท)



