ข่าว

เอสเซียงยิงให้เชลซีบุกชนะพาเลซนัดอุ่นเครื่อง

เอสเซียงยิงให้เชลซีบุกชนะพาเลซนัดอุ่นเครื่อง

18 ก.ค. 2553

มิกาเอล เอสเซียง คืนสนามยิงประตูชัยให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี บุกชนะ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ 1-0 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ขณะที่ "ปืนใหญ่" ใช้ผู้เล่น 22 คนโชว์ฟอร์มสดบุกถล่ม บาร์เนต 4-0 ในการประเดิมสนามของ มารูยาน ชามัคห์ ส่วน "ปีศาจ

เกมอุ่นเครื่องนัดวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ออกไปเยือน "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ที่สนามเซลเฮิร์สท ปาร์ค โดยเกมนี้ เชลซี ได้ มิกกาเอล เอสเซียง กองกลางทีมชาติกานา หายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง และเกมในครึ่งแรก เอสเซียง ก็เกือบจะยิงประตูให้ทีมออกนำ แต่บอลไปชนคานออกมาซะก่อนจบครึ่งแรก เชลซี จึงยังทำอะไรทีมร่วมเมืองจากแชมเปี้ยนชิพไม่ได้
 เข้าครึ่งหลัง เชลซี ยังเดินเกมได้เหนือกกว่าเหมือนเดิม และก็เป็น เอสเซียง ที่ยิงประตูชัยให้ เชลซี เก็บชัยชนะในนัดนี้ จากลูกยิงที่กรอบเขตโทษโค้งข้าม จูเลียน สเปโรนี เข้าไป ทำให้ เชลซี ชนะไปหวุดหวิด 1-0

 ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ไปเยือน บาร์เนต ทีมจากลีก ทู ที่สนามอันเดอร์ ฮิลล์ โดยเกมนี้ยังไม่มี เชส ฟาเบรกาส แต่ได้ แจ็ค วิลเชียร์ ลงมาเป็นตัวทำเกมคู่กับ โทมัส โรซิคกี กัปตันทีม ส่วน มารูยาน ชามัคห์ กองหน้าตัวใหม่เป็นเพียงแค่ตัวสำรอง เริ่มเกมแค่ 2 นาที อังเดร อาร์ชาวิน ทำชิ่งกับ โรซิคกี เข้าส่องประตูให้ทีมเยือนออกนำ 1-0 จากนั้น เจย์ ซิมป์สัน นักเตะดาวรุ่งมาทำคนเดียว 2 ประตู นาทีที่ 16 จากลูกเผาขน และนาทีที่ 45 ยิงบอลที่ อาร์ชาวิน ใส่พานให้ จบครึ่งแรก อาร์เซนอล นำห่างถึง 3-0

 ครึ่งหลัง อาร์เซนอล เปลี่ยนผู้เล่นชนิดยกชุด ด้วยการส่ง ชามัคห์ ลงเล่นเป็นนัดแรก และมาได้ประตูปิดท้ายอีกประตูนาทีที่ 75 จาก ซาเมียร์ นาสรี จบเกม อาร์เซนอล จึงชนะไปขาดลอย 4-0 โดยที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างโชว์ฟอร์มกันได้ดี ก่อนจะไปเข้าแคมป์กันที่ออสเตรเลีย ซึ่ง ฟาเบรกาส และโรบิน ฟาน เพอร์ซี จะตามไปร่วมทีมในสัปดาห์หน้า 

 "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ลงอุ่นเครื่องนัดแรกในการทัวร์อเมริกาเหนือ ด้วยการพบ "ม้าลายเขียวขาว" กลาสโกว์ เซลติก จากสกอตแลนด์ ที่สนามโรเจอร์ส เซ็นเตอร์ เมืองโตรอนโต แคนาดา โดยเกมนี้ทั้งสองทีมยังไม่มีนักเตะที่ไปเล่นฟุตบอลโลก แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ยังส่งตัวเก๋าอย่าง ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ, พอล สโคลส์, เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, ดาร์เรน เฟลตเชอร์ และไรอัน กิ๊กส์ ลงสนามเป็นตัวจริง รวมทั้ง คริส สมอลลิง กองหลังตัวใหม่จากฟูแล่ม

 เริ่มเกมในช่วง 20 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังเล่นได้สูสี แต่จากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มครองเกมได้มากขึ้น จนนาทีที่ 34 ก็ได้ประตูขึ้นนำ มาเม ดิยุฟ เปิดบอลให้ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ดึงบอลลงด้วยเท้าขวาและยิงด้วยเท้าซ้ายเข้าไปเป็น 1-0 จบครึ่งแรก ปีศาจแดง นำอยู่ 1-0

 ครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 61 เซลติก มาตามตีเสมอได้ หลังจากที่ คริส สมอลลิง ไปดึง โจ เลดลีย์ ในเขตโทษ ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียจุดโทษ และกองหลังดาวรุ่งโดนใบเหลืองไป ก่อนที่ จอร์จอส ซามาราส ที่ลงมาเป็นตัวสำรองจะสังหารจุดโทษตีเสมอเป็น 1-1

 ปีศาจแดง มาฮึดอีกครั้ง และได้ประตูนำนาทีที่ 79 แบร์บาตอฟ ฉีกมารับบอลทางขวาก่อนวางบอลให้ แดนนี เวลเบ็ค ยิงจากระยะเผาขนเป็น 2-1 และก่อนหมดเวลาการแข่งขัน 4 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาด ทอม เคลเวอร์ลีย์ กองหลังดาวรุ่งขึ้นสูงมายิงไกลแฉลบกองหลังเซลติกเข้าไป จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงชนะไป 3-1

 ผลคู่อื่นๆ ที่น่าสนใจ บริสเบน แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-2, โบฮีเมียนส์ แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-3, บอร์นมัธ เสมอ ฟูแล่ม 1-1, เบอร์ตัน แพ้ ดาร์บี 0-1, ดาร์ลิงตัน แพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-3 และ ยอร์ค แพ้ ฮัลล์ ซิตี้ 0-1