ข่าว

ชาวกรุงแห่หย่อนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก

ชาวกรุงแห่หย่อนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก

17 ก.ค. 2553

เลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก ประชาชนตื่นตัวแห่ใช้สิทธิลงคะแนนก่อนหยุดยาววันพระใหญ่ ตร. 3 พันนายเข้มเขต 6 ห่วงแก๊งป่วนเมืองฉวยโอกาส ด้าน กกต.เดินสายเยี่ยม ไร้เรื่องร้องเรียน ยันเก็บรักษาหีบบัตรโปร่งใสติดกล้องวงจรปิด 24 ชม. พร้อมเปิดให้ผู้สมัครส่งคนเฝ้าได้ เขตบึ

(17ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านพื้นที่เขต 6 ให้ความสนใจกับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. แทนนายทิวา เงินยวง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอย่างมาก โดยทยอยมาลงคะแนนล่วงหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17-18 กรกฎาคม ท่ามกลางบรรยากาศฟ้าสลัว

 โดยบรรยากาศการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าพื้นที่เขต 6 ได้แก่ เขตคลองสามวา หนองจอก บึงกุ่ม และคันนายาว ที่สำนักงานทั้งสี่เขตเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนต่อแถวยาวเพื่อรอการลงคะแนน โดยสำนักงานเขตได้จัดเจ้าหน้าที่ให้คะแนนนำและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบรายชื่อ และแนะนำให้กรอกแบบคำขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อนเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง

 ส่วนสาเหตุที่มีประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในวันเลือกตั้งจริงซึ่งตรงกับวันที่ 25 กรกฎาคมนั้น จะตรงกับช่วงวันหยุดยาว ซึ่งประชาชนอาจจะเดินทางออกต่างจังหวัด วันนี้ (17 ก.ค.) สำนักงานเขตเปิดให้ประชาชนลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. 

 สำหรับตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่เขต 6 คลองสามวา หนองจอก บึงกุ่ม และคันนายาว รวม 389,123 คน แยกเป็นเขตคลองสามวา 114,753 คน คันนายาว 63,724 คน เขตบึงกุ่ม 113,350 คน เขตหนองจอก 106,296 คน มีผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 6 คน และที่น่าจับตาเห็นจะเป็นการต่อสู้ของตัวแทนของสองพรรคการเมืองสำคัญ คือนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 และนายก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย หมายเลข 4 

 ขณะเดียวกันทีมงานของพรรคเพื่อไทยนำโดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. ได้เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า และให้สัมภาษณ์ว่า จากที่พรรคประเมินและทำโพลล์พบว่าคะแนนของนายพนิชยังนำอยู่เล็กน้อย แต่เชื่อว่ากระแสนายก่อแก้วจะดีขึ้นและเอาชนะได้ แต่คะแนนคงไม่ทิ้งห่าง มีความกังวลในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุในการขอใช้สิทธิล่วงหน้าซึ่งทราบว่ามีจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ก็มีความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสและเป็นกลาง

 นอกจากนี้นายวิชาญยังมอบแผ่นซีดีบันทึกเสียงของนายก่อแก้วให้แก่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขต และยังท้าทายนายสมัย เจริญช่าง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาระบุว่ามีการใช้เงินซื้อเสียงหัวละ 500 บาทนั้นว่า อยากให้นายสมัยแจ้งเบาะแสดังกล่าวเข้าไปที่ กกต.เพื่อตรวจสอบเลยดีกว่า

 ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. และนายทวีศักดิ์ เดชเดโช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางไปตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้าที่สำนักงานเขตคลองสามวาและสำนักงานเขตหนองจอก โดยมีนายนราธิป ภัทรวิมล ผอ.เขตคลองสามวา ประธาน กกต.เขต 6 และนายไพโรจน์ สุดใจ ผอ.เขตหนองจอก นำเยี่ยมชมบรรยากาศการเลือกตั้ง พร้อมบรรยายสรุปถึงการเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้ง

 นายสุทธิพลกล่าวว่า จากการสังเกตการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าพบว่า ภาพรวมมีประชาชนตื่นตัวในการออกมาใช้สิทธิลงคะแนน ในส่วนของสำนักงานเขตได้จัดระบบการตรวจรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนและอำนวยความสะดวกให้แก่การเลือกตั้งเป็นอย่างดี ทั้งนี้จากการตรวจสอบเหตุผลในการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ส่วนใหญ่ประชาชนจะอ้างถึงความจำเป็นที่ไม่สามารถไปลงคะแนนในวันเลือกตั้งได้ เนื่องจากจะเดินทางออกนอกเขตเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางมาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าออกมาใช้สิทธิลงคะแนน เนื่องจากข่าวพยากรณ์อากาศระบุว่าช่วงบ่ายอาจมีฝนตก

 “ประชาชนที่นำบัตรเหลืองมาใช้แสดงตนในการลงคะแนนเลือกตั้ง เพื่อความไม่ประมาทขอให้นำบัตรประชาชนใบเก่าที่หมดอายุ ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ต ที่มีเลขที่บัตรประชาชน 13 หลักมาแสดงต่อเจ้าหน้า โดยสำนักงานเขตจะตรวจสอบเลขที่บัตรผ่านระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่มาใช้สิทธิเป็นบุคคลคนเดียวกับเจ้าของบัตร” นายสุทธิพลกล่าวแสดงความเป็นห่วง

  เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงมาตรการเก็บรักษาหีบบัตรลงคะแนนว่า ภายในสำนักงานเขตมีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดหรือซีซีทีวี เพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เข้าใกล้หีบบัตรลงคะแนน นอกจากนี้หีบบัตรยังถูกวางไว้กลางห้องโถง ทำให้มีความโปร่งใส มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจตลอด 24 ชั่วโมง  

 นายสุทธิพลกล่าวถึงกรณีนายวิชาญให้สัมภาษณ์ในบริเวณจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้งล่วงหน้า โดยวันเลือกตั้งจริงมีเพียงวันเดียวคือวันที่ 25 กรกฎาคม  แต่มีการกำหนดกฎกติกาของ กกต. ห้ามไม่ให้หาเสียงในลักษณะรบกวนการเลือกตั้ง จึงต้องขอฝากไปยังผู้สมัครและพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามกติกาด้วย

  ด้านนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ซึ่งเดินทางมาตรวจเยี่ยมการลงคะแนนเลือกตั้งซ่อมเขตบึงกุ่ม กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมยังเป็นไปด้วยดี ไม่มีเหตุวุ่นวาย หรือมีการกระทำผิดอะไร หากผู้ใดพบเห็นการทุจริตเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็สามารถแจ้งสายด่วน 1171 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหีบบัตรลงคะแนนซึ่งเก็บไว้ที่สำนักงานเขตนั้น หากผู้สมัครรายใดจะขอเฝ้าเกาะติดก็สามารถส่งคนมาได้ เพื่อความโปร่งใส

 "การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรกจากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นเดือนพฤษภาคม เพราะฉะนั้นถ้าหากเราสามารถดูแลเรื่องความปลอดภัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เกิดความรุนแรง ไม่มีการตีกัน ไม่มีการทำร้ายร่างกาย ยิงระเบิดใส่กัน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จและสามารถกู้ภาพลักษณ์ของประเทศให้กลับมาได้ จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกัน" กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้งกล่าว

 นางบังอร ถ้ำสุวรรณ ผอ.เขตบึงกุ่ม กล่าวว่า ทางเขตได้เตรียมความพร้อมไว้เต็มที่ คาดจะมีผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้าประมาณ 5% และในวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งใหญ่จะมีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 70%

 ขณะที่ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. กล่าวว่า ได้เดินทางตรวจดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำงานกันเรียบร้อยหรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องของความบริสุทธิ์ยุติธรรม ที่ได้เน้นย้ำเรื่องวางตัวให้เป็นกลาง ขณะนี้ยังไม่พบเหตุผิดปกติใด แต่อย่างไรก็ตามเราก็เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเดิม 1,700 นาย เป็น 3,000 นาย โดยเฉพาะหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และรถสายตรวจ

 พล.ต.ต.สุเทพ รมยานนท์ ประธาน กกต.กทม. กล่าวถึงการบันทึกเสียงนายก่อแก้ว ว่าขณะนี้ กกต.กำลังตรวจสอบความถูกต้องอยู่และรอผู้สมัครอีก 2 คน ถ้าส่งมาให้ กกต.ก็จะตรวจสอบและคิดว่าจะสามารถทำออกอากาศได้ในสัปดาห์หน้า ส่วนที่พรรคเพื่อไทยจะนำเสียงที่บันทึกนี้ไปใช้ในการหาเสียงก็ไม่น่าจะมีปัญหา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 11.30 น .ที่สำนักงานเขต เขตบึงกุ่ม มีชายคนหนึ่งมาขอใช้สิทธิเลือกตั้งในชุดแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ห่มผ้าสีแดง และมีเสื้อข้างในสีเหลือง เช่นเดียวกับพระทิเบตและทราบชื่อว่านายมโนธรรม รักอโศก ซึ่งกรรมการประจำหน่วยไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิเนื่องจากเห็นว่าเป็นนักบวช

 อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวระบุว่าเป็นนักบวชในนิกายวชิรญาน เหมือนองค์ดาไลลามะ ซึ่งไม่ใช่สงฆ์นิกายเดียวกันกับในประเทศไทย ซึ่งถือว่ามีสิทธิทางการเมือง และขณะนี้ก็มีการร้องอยู่ในศาลปกครองเพื่อขอสิทธิทางการเมือง ทำให้กรรมการประจำหน่วยต้องหารือว่าจะให้ชายคนดังกล่าวใช้สิทธิหรือไม่ ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่อนุญาต เพราะถือว่าเป็นนักบวช

 ทางด้านความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์บ่ายวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากบ้านพักสุขุมวิท 31 มายังห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา เพื่อช่วยนายพนิชหาเสียง ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ถือเป็นการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงครั้งแรก และไม่มีกำหนดการล่วงหน้า

 "ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าคะแนนความนิยมของนายพนิชเป็นอย่างไร แต่จากการพบปะประชาชนก็ให้การตอบรับดี จึงอยากจะเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิกันมากๆ ทั้งนี้นอกจาก กกต.แล้วยังมีอีกหลายองค์กรที่จะช่วยเป็นหูเป็นตาติดตามการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมอีกด้วย" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้อง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจะเดินทางกลับในเวลาประมาณ 14.20 น. นายอภิสิทธิ์เดินลงจากชั้นสองของห้าง มีประชาชนที่ให้การสนับสนุนรอถ่ายรออยู่เป็นจำนวนมาก ปรากกฏว่าที่บริเวณหน้าประตูทางเข้า 1 และ 2 มีทีมหาเสียงของนายก่อแก้วหลายสิบคนมารอเดินเข้าไปหาเสียงภายในห้างเดียวกัน ทีมรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีจึงเปลี่ยนเส้นทางให้นายกรัฐมนตรีขึ้นไปยังชั้นสองอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนเส้นทางไปลงที่ทางออกประตู 3 ของห้าม หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า มีประชาชนตะโกนนายกฯ สู้ๆ และปรบมือให้ขณะลงจากชั้นสองไปยังประตูทางออก

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ช่วยนายพนิชหาเสียงของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี จึงเป็นสัญญาณดีของการเมืองไทยเข้าสู่สภาวะปกติ ดังนั้นการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้าน่าจะเรียบร้อย อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีการโยงคดีเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์เข้ากับการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมว่า ถ้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์และพรรคโดนยุบคะแนนจะเสียไป ขอชี้แจงว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ประสานงานมูลนิธิองค์กรกลาง เพื่อประชาธิปไตย หรือพีเน็ต กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 6 ให้มากที่สุด เพื่อแสดงพลังประชาธิปไตย แต่กล่าวย้ำให้ผู้มาใช้สิทธิทบทวนและตัดสินใจเลือกอย่างเหมาะสม ทั้งตัวบุคคลและพรรคการเมือง

"การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้คือต้นแบบของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น และเป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนทั้งประเทศจับตามอง เนื่องจากเกิดขึ้นหลังเกิดเหตุวิกฤติทางการเมือง ด้วยสภาพสังคมที่เห็นต่าง และเกิดขึ้นในภาวะของการแข่งขันทางการเมืองที่สูง" ตัวแทนพีเน็ตระบุ