ข่าว

"มาร์ค"หารือคกก.ปฏิรูปตำรวจอังคารหน้า

"มาร์ค"หารือคกก.ปฏิรูปตำรวจอังคารหน้า

17 ก.ค. 2553

"อภิสิทธิ์"เผยอังคารหน้าร่วมหารือกับคกก.ปฏิรูปตำรวจ คอนเฟอเร้นท์มอบนโยบายกต.ตร.ยันปี 54 เพิ่มงบให้ตำรวจ บอกอยากเห็นตำรวจทำงานรวดเร็ว-มีประสิทธิภาพ

(17ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามบริหารงาน(กต.ตร.) ตำรวจ ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิตโดยมีการเชื่อมสัญญาณเป็นระบบประชุมทางไกล(คอนเฟอเร้นท์)ไปยังกต.ตร.ภูมิภาคอีก 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา สุราษฎร์ธานีและลพบุรี

 นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า เชื่อว่าทุกคนตระหนักถึง ความสำคัญของตำรวจ เพราะไม่มีบ้านเมืองใดหรือสังคมใดที่ประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตดีและมีความสุข ได้ หากสังคมและบ้านเมืองนั้นไม่มีความสงบ หรือรักษากฎกติกาในการอยู่ร่วมกัน ซึ่งขณะนี้ตำรวจต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านทั้งการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคม และสภาพปัจจุบันที่บ้านเมืองมีปัญหาแตกแยกและแตกต่างทางความคิดโดยเฉพาะใน เรื่องการเมืองซึ่งลงลึกไปในระดับชุมชนและครอบครัว เมื่อใดที่มีความขัดแย้งย่อมสุ่มเสี่ยงเกิดความรุนแรงและการละเมิดกฎหมาย จึงถือเป็นภาระตำรวจที่ต้องเข้าไปดูแล

 ทั้งนี้ ตำรวจก็เสมือนเป็นองค์กรหนึ่งของภาครัฐที่ได้รับแรงกดดันจากสังคมสูง และคาดหวังสูงว่าจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว แต่ ปัจจัยที่จะทำให้การทำงานตำรวจสำเร็จนั้นคือความสัมพันธ์ระหว่างตัวองค์กร และประชาชน และคาดหวังว่า กต.ตร.จะเป็นกลไกสำคัญที่สมควรเอามาใช้อย่างเต็มที่ในภาวะที่บ้านเมืองต้อง การความเป็นปกตและสร้างความสงบให้กับประชาชน นื่องจาก กต.ตร. เป็นพลังของภาคประชาชน เป็นกระจกเงาสะท้อนให้ตำรวจปรับปรุงการทำงาน เป็นพลังสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายและตอบสนองความต้องการของ ประชาชน และเป็นพลังสำคัญของประเทศในการรักษาความสงบเรียบร้อยและกฎหมาย

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แต่ที่ผ่านมาพลังที่มีอยู่ไม่ได้นำมาใช้อย่างเต็มที่ จึงอยากให้วันนี้เป็นจุดเริ่มในในการก้าวต่อไปของ กต.ตร. โดยอยากให้ทบทวนจุดอ่อนและตระหนักถึงความสำคัญของกลไกนี้ จัดลำดับความสำคัญของภารกิจและคำนึงถึงบทบาทการตรวจสอบ ซึ่งเมื่อพูดถึงการตรวจสอบสังคมก็อาจจะมีความหวาดระแวง เพราะไม่คิดว่าเป็นกระบวนการที่สร้างสรรค์ ตนก็ไม่มีสิทธิ์ว่าเพราะนักการเมืองส่วนมากก็ไม่พร้อมให้มีการตรวจสอบเช่นกัน แต่ทั้งนี้ ทัศนคติของกต.ตร.จะต้องไม่ใช่มัวมานั่งจับผิด แต่ต้องช่วยกันทำภารกิจอย่างสร้างสรรค์

 ความสำเร็จของ กต.ตร.ขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่ ซึ่งไม่ได้หมายถึงต้องติดยึดกับตัวบุคคลโดยเฉพาะตัวประธาน การจัดประชุมวันนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกฎหมายและ การทำหน้าที่ของ กต.ตร. เพราะขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อ เราพยายามอย่างยิ่งยวดในการสร้างความปรองดองเพื่อนำพาบ้านเมืองกลับสู่ภาวะ ปกติและทำให้ประชาชนมีความมั่นใจ หลายเรื่องเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องทำในเชิงนโยบาย แต่หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ตำรวจต้องช่วยเพราะรัฐบาลไม่คิดว่าเราจะสร้าง ความเปลี่ยนแปลงได้โดยคนไม่กี่คน ทุกคนในที่นี้มีส่วนในการปฏิรูปตำรวจได้ และการขับเคลื่อนไปสู่ความปรองดองเป็นความคาดหวังของคนทั้งประเทศ และมีคนจับตาดูมากว่าในขั้นแรกหากรัฐบาลจะยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินใน 19 จังหวัด ก็เท่ากับเป็นการโยนไม้กลับไปให้กับตำรวจอย่างเต็มที่ในการดูแลรักษาความสงบ เรียบร้อย

 “ ผมต้องการเห็นการทำงานของตำรวจที่มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและสตช. ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ กต.ตร.ในส่วนภูมิภาคที่ประชุมผ่านระบบวีดีโอลิงค์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี โดย กต.ตร.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรองประธานสภาหอการค้าเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้านการท่องเที่ยวจากเหตุการณ์การ ชุมนุมทางการเมืองในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. อีกทั้งได้รับการเพ่งเล็งมาโดยตลอด ไม่ว่านักการเมืองจากพรรคไหนจะมาก็เกรงว่าจะมีปัญหาเรื่องความสะดวกและความ ปลอดภัยหรือไม่ ตนอยากเห็นนายกรัฐมนตรีมาเยือน จังหวัดเชียงใหม่ด้วยความสบายใจ สะดวกและปลอดภัย ซึ่งไม่เฉพาะนายกฯ เท่านั้น พรรคการเมืองไหนมาก็ยินดีต้อนรับ อย่างไรก็ตามขอสอบถามนายกรัฐมนตรีถึงเรื่องการฟื้นฟูเศรฐ กิจจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเยียวยาหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวชี้แจงว่า เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่ามีปัญหาความไม่สงบและความปลอดภัยก็จะเกิดผลกระทบ ต่อประชาชนในภาพรวม จึงขอแสดงความเห็นใจและเป็นกำลังใจที่การท่องเที่ยวของเชียงใหม่ได้รับผล กระทบไม่เฉพาะช่วง 2-3 เดือนที่เกิดเหตุการการชุนุม แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากความขัดแยงทางการเมืองมานานแล้ว ตนได้ติดตามดูด้วยความเป็นห่วง เพราะถ้าไปดูที่หาดใหญ่ จ.สงขลาที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ การท่องเที่ยวและการค้าก็ทรุดโทรม หลายคนคิดว่าการฟื้นฟูคงเป็นไปได้ยาก แต่ก็เห็นว่าถ้าทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหาขณะนี้เศรษฐกิจก็จะเริ่มฟื้นตัวได้

 ส่วนเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้ตำรวจในปี 2554 นั้นรัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณให้ตำรวจร้อยละ 12.6 โดยเป็นงบดำเนินการร้อยละ 20 ดังนั้นภาพรวมงบประมาณปี 2554 น่าจะคลี่คลายลง และถ้ามีความจำเป็นอื่นๆรัฐบาลก็จะดูว่าจะสนับสนุนได้อย่างไรบ้าง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น กต.ตร.สุราษฎร์ธานี ถามว่านโยบายที่จะให้ กต.ตร.ช่วยสร้างความปรองดองนั้นจะต้องทำงอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่ง็ญหาทางการเมือง พอมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็จะเกี่ยวข้อกับการบังคับใช้กฎหมาย และสิ่งที่จะช่วยให้เกิดความสามัคคีได้ก็คือการที่ทุกฝ่ายยอมรับการบังคับ ใช้กฎหมาย

 ดังนั้นตำรวจต้องไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และแบ่งแยก สิ่งที่กต.ตร.จะช่วยได้คือ 1. สะท้อนความรู้สึกของประชาชนโดยเฉพาะรื่องที่อยู่ในความสนใจ โดยต้องเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน 2.ช่วยกัน ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความขัดแย้งซึ่งนำไปสู่ความรุนแรง ถือเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม จุดไหนที่จะนำไปสู่ปัญหาต้องเร่งแก้ไขและดำเนินการ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น กต.ตร.บก.น. 8 ที่อยู่ในห้องประชุมกล่าวถึงปัญหาของ ตำรวจในบก.น.8 พร้อมกับเรียกร้องให้นายกฯเซ็น อนุมัติ 10 ข้อเสนอในการปฏิรูปตำรวจของพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุลชร ที่เคยทำไว้เมื่อรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตนรอคอยผบ.ตร.และคิดว่าอนาคตคงจะมีแล้ว และตนคิดว่านายกฯตัดสินใจยากเพราะคนดีมีเยอะ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าว ขอขอบคุณข้อเสนอดังกล่าวพร้อมกล่าวว่า รู้สึกว่าจะได้พื้นที่แรกแล้วที่จะลงไปดู อย่างไรก็ตาม ถือเป็นตัวอย่างที่ดีทีอาจจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับตำรวจจึงตัดสินใจเข้ามา อยู่ในกลไกนี้ก็จะเป็นต้นแบบในการพัฒนาไปสู่ความเข้าใจของตำรวจกับประชาชน ตนเรียนว่าเรื่องของการปฏิรูปตนก็ทราบว่าพล.ต.อ.วสิษฐทำเอาไว้ โดยมีหนังสือเล่มหนึ่งมี 10 ข้อเสนอ ใหญ่ ๆ แต่ผลักดันในสมัยของพล.อ.สุรยุทธ์ไม่สำเร็จ ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่ตั้งขึ้นมาขณะนี้คงไม่นับเริ่มต้นจากศูนย์ เพราะจะนำตัวนั้นมาเป็นตัวตั้ง แต่ที่มีการแลกเปลี่ยนกันเบื้องต้นท่านเองก็ยอมรับว่าในบางเรื่องอาจจะไม่ สอดคล้องกับสถานการณ์หรือในบางเรื่องถ้าจะไปผลักดันแล้วไม่ลำดับความสำคัญ สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ  ฉะนั้นสิ่งที่พล.ต.อ.วสิษฐกำลังทำก็คือว่าลองมาทบทวนว่าข้อเสนอตรงไหนที่มัน สอดคล้องไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โดยมีคณะกรรมการจะจัดความสำคัญทำอะไรก่อนหลัง โดยให้ทำในสิ่งที่ทำได้ ถ้าเริ่มต้นบอกว่าจะทำเรื่องของการแก้ไขกฎหมายใหม่ก็บอกได้เลยว่าไม่สำเร็จ และสมมติว่าสำเร็จ กว่าจะไปมีผลก็จะส่งผลอย่างมากต่อโครงสร้างของระบบทั้ง ระบบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่มีหลักประกันว่าจะนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น

 “ขอย้ำว่าเราจะเดินหน้าเต็มที่ในเรื่องนี้ ซึ่งกรรมการประชุมไปแล้วครั้งหนึ่ง กระซิบกับผมว่าจะประชุมครั้งที่สองวันอังคารนี้ แล้วก็อยากให้ผมได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็คิดว่าน่าจะไปได้เท่า ที่ตรวจสอบกำหนดการ ส่วนปัญหาในพื้นที่ที่มีการสะท้อนมาคิดว่าจะเป็นสิ่งที่เราไปติดตามรับฟัง ตรวจสอบต่อไปและอาจจะต้องไปเยี่ยมในพื้นที่ดังกล่าว ” นายกฯ กล่าว