
"พท."จี้รัฐเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ปล่อยแกนนำแดง
"เพื่อไทย" จี้รัฐเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ปล่อยแกนนำแดง อ้างสื่อต่างชาติไม่เห็นด้วย
(17ก.ค.) เวลา 10.00 น. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงกับนายวิลเลียม เจ เบิร์นส ปลัดกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายอภิสิทธิ์ระบุว่า หากแผนปรองดองเดินหน้าไปได้ ในช่วงปลายปีนี้ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ ว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงนั้นดูเหมือนน่าเชื่อถือ แต่ปรากฏว่าบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำวันที่ 15 กรกฎาคมเสนอบทบรรณาธิการในหัวข้อ “ไทยจะสามารถใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนำไปสู่ความปรองดองได้หรือ“ ซึ่งสาระของเนื้อหาระบุว่า หลังจากเหตุการณ์ปะทะและสลายชุมนุมมีผู้เสียชีวิตกว่า 90 คน แต่รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งกลับตามกวาดล้างผู้ที่ต่อต้านรัฐบาล มีการปิดสื่อและห้ามทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ที่ต้องสงสัยว่าให้การสนับสนุนผู้ประท้วง นอกจากนั้นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ยังต่ออายุการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งที่ประกาศแผนปรองดองภายในชาติ แต่ในความเป็นจริงรัฐบาลไทยกระทำตรงกันข้ามกับนโยบายที่กล่าวมา ซึ่งการปราบปรามไม่ใช่การแก้ปัญหาความขัดแย้ง และหากรัฐบาลยังไม่ยกเลิกประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และปล่อยแกนนำเสื้อแดง เพื่อเจรจานำไปสู่การเลือกตั้ง
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า แนวคิดจากบทบรรณาธิการของสื่อต่างประเทศซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้อ่านทั่วโลก จึงสะท้อนปัญหาของไทยให้คนทั่วโลกเห็นถึงความไม่จริงใจในการแก้ปัญหาของประเทศ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไข อย่าใช้เพียงคำพูดให้ดูสวยหรูเป็นเครื่องมือในการหาทางออก แต่ลับหลังกลับกลับใช้อำนาจของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดหูปิดตาประชาชนที่ไม่เห็นด้วย เหมือนที่สื่อไทยและต่างประเทศกำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ดังนั้นทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือรัฐบาลต้องยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมองว่ากรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินสายพบปะกับสื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ นั้นนน่าจะเป็นการเสียเวลาเปล่า และไม่เชื่อว่าวิธีการนี้ไม่สามารถนำไปสู่การพัฒนาหรือปฏิรูปสื่อสารมวลชนได้ เพราะทุกวันนี้สื่อก็ทำหน้าได้ดีอยู่แล้ว ซึ่งทางเดียวที่รัฐบาลจะปฏิรูปสื่อได้สำเร็จคือรัฐบาลต้องปฏิรูปนิสัยและความคิดของตัวเองก่อน เพราะเท่าที่พรรคเพื่อไทยตรวจสอบรัฐบาลนี้พบว่ามีแผลรอบตัว ดังนั้นข้ออ้างปฏิรูปสื่อเป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อต้องการลดกระแสการทุจริตของรัฐบาลที่ถูกสื่อตรวจสอบ แต่สื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ถือเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระและความสวยงามของ นกพิราบขาว ซึ่งรัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือควบคุมได้ วันนี้เลยต้องใช้ไม้นวมกับสื่อเอกชน แต่พรรคมองว่ารัฐบาลกำลังเบียดบังเวลาในการแก้ปัญหาปากท้อง การทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อกดดันสื่อมวลชนทางอ้อมหรือไม่ เพราะเพียงแค่รัฐบาลทำงานอย่างโปร่งใส ไม่เหี้ยมโหด เคารพในสิทธิมนุษยชน สื่อก็ให้ความศรัทธาแล้ว นอกจากนี้การเดินสายของนายกฯยังดูเหมือนเลือกที่รักมักที่ชัง เพราะเลือกไปพบกับสื่อบางฉบับ ดังนั้นนายกฯควรไปพบกับสื่ออื่น เช่น เอเอสทีวี หรือสื่อของคนเสื้อแดงด้วย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่เลือกปฏิบัติกับสื่อบางสื่อ
นายจิรายุ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่รัฐบาลระบุว่าสื่อของรัฐออกข่าวฝ่ายค้าน ตนมองว่าทุกวันนี้รัฐบาลเหมือนเล่นลิเก เพราะเปลี่ยนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปถึง 2 คน แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นหากรัฐบาลมีความจริงใจอย่าตั้งเงื่อนไขให้มากเกินไป ขอให้พูดมาเลยว่าจะให้ไปออกทีวีวันไหน ประเด็นอะไรมาเลย เพราะฝ่ายค้านก็มีบุคคลากรที่มีความพร้อมที่จะทำอยู่แบ้ว
นายจิรายุ กล่าวว่า กรณีนายวิทวัส ท้าวคำลือ หรือ มาร์ค วี 11 ผู้เข้าแข่งขันทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ได้แสดงความคิดเห็นผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้ถ้อยคำวิจารณ์การทำหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วยถ้อยคำรุนแรงนั้น ต้องขอถามรัฐบาลว่า ประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ เพราะแค่เยาวชนที่มีความกล้าแสดงออกทางความคิดตามวิถีแห่งประชาธิปไตยยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งเมื่อเทียบกับสมัยนายอภิสิทธิ์ เป็นฝ่ายค้านก็เที่ยววิจารณ์คนอื่น ด่าคนอื่น แต่ขณะนี้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯก็ต้องใจกว้างรับฟังความเห็นของเยาวชนคนหนึ่ง
“ขนาดแม่พระปฏิมายังราคิน นับประสาอะไรกับมาร์ค ราบ 11 จะถูกวิจารณ์ ต้องถามว่า นายอภิสิทธิ์ จะมีความสุขหรือไม่ที่เป็นต้นเหตุมาร์ค วี11 ต้องออกจากบ้าน AF ทั้งๆที่ วงการบันเทิงควรเป็นเขคปลอดการเมือง ไม่ใช่ปล่อยให้พวกองครักษ์พักษ์รัฐบาล อย่าง แม่มดไซเบอร์ ที่เป็นขบวนการหนุนหลังรัฐบาลเที่ยวจำกัดสิทธิ์คนอื่น วันนี้ต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมนของความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รังแกเด็ก ของมาร์ค ราบ 11 ต้องทำงาน อย่าไปมัวมองว่าเรื่องนี้สำคัญ ต้องรบกับเด็ก ซึ่งเด็กก็ออกมาพูดแล้วว่าหมื่นเบื้องสูงมีการตัดต่อ ดังนั้นรัฐบาลเรื่องนี้เลิกโยนความผิดให้เด็ก ทำไมไม่เอาตัวคนผิดมา เลิกขยายความ ขยันเอาดีใส่ตัว เอาเด็กคนหนึ่งมาเล่นกระแส ทำให้ตัวเองดูดี เรียกร้องให้รัฐบาลทำตัวเป็นสุภาษบุรุษมีเมตตาธรรม แต่คนรอบตัวนายกฯนำไปขยายความ เหมือนกับปรามไม่ให้คนอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์ หรือต้องให้วิจารณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างนั้นหรือ” รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว



