ข่าว

ศาลฎีกายกคำร้องกกต.คืนสิทธิให้2ส.ส.เพื่อไทย

ศาลฎีกายกคำร้องกกต.คืนสิทธิให้2ส.ส.เพื่อไทย

24 มี.ค. 2552

ศาลฎีกาเลือกตั้ง สั่งยกคำร้อง กกต. คืนสิทธิ “ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ - ประสิทธิ์ วุฒินันชัย ” ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 เพื่อไทย หลังพบหลักฐานมีพิรุธ พยานให้การขัดกันเองทั้งเรื่องวันปราศรัย - การรับเงิน ขณะที่สอง ส.ส. ดีใจ "เผย" พร้อมลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ต

 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง วันที่ 24 มี.ค.52 เวลา 13.30 น. องค์คณะผู้พิพากษามีคำสั่งคำร้อง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง ยื่นขอให้มีการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 แทนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคพลังประชาชน ( พปช.) ปัจจุบันสังกัดพรรคเพื่อไทย ( พท.) บุตรชายนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกใบเหลือง ผู้คัดค้านที่ 1 และนายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเดียวกัน ซึ่งถูกใบแดง ผู้คัดค้านที่ 2 กรณีทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 ที่ถูกกล่าวหาว่านำเงินไปให้ผู้นำชุมนุมแจกผู้มาฟังการปราศรัย เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550

 โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่าพยาน กกต.ผู้ร้อง หลายปากให้การขัดกันเป็นข้อพิรุธ โดยพยานกลุ่มแรกให้การไปในทำนองเดียวกันว่า นายประสิทธิ์ ผู้คัดค้านที่ 2 แจ้งให้ไปรับเงินแจกผู้มาฟังการปราศรัยในวันที่ 10 ธ.ค.50 ที่จัดขึ้นที่โรงเรียนฝางชนูปถัมป์ จังหวัดเชียงใหม่ และมีการทำบันทึกลงชื่อรับเงิน ขณะที่พยานอีกกลุ่มให้การว่าให้นำเงินไปแจกจ่ายให้กับประธานกลุ่มแม่บ้านชุมชนต่างๆ นำเงินไปแจกจ่ายให้ผู้ฟังปราศรัยในวันที่ 12 ธ.ค.50 แต่ได้ความจากผู้อำนวยการโรงเรียนฝางฯ พยานผู้คัดค้านยืนยันว่า อนุญาตให้ใช้สถานที่จัดการปราศรัยในวันที่ 11 ธ.ค.50 เพียงวันเดียว ดังนั้นพยาน กกต.ผู้ร้องจึงให้การขัดกันอันเป็นข้อพิรุธ

 นอกจากนี้ นางสุธรรม ไฮยล์มัน พยาน กกต.ผู้ร้องให้การว่า เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.50 ได้แจ้งให้ประชาชนไปร่วมฟังการปราศรัยที่โรงเรียนฝางฯ ในวันที่ 10 ธ.ค.50 และจะได้รับค่าตอบแทนคนละ 100 บาท โดยให้มีการทำบันทึกลงรายมือชื่อรับเงินไว้ แต่นางสุจินต์ ดวงคำ พยาน กกต.ผู้ร้องปาก ให้การว่าได้ขี่รถ จยย.ไปรับเงินและไปฟังปราศรัยที่โรงเรียนจริง แต่มีการทำบันทึกหลังวันที่ 10 ธ.ค.50 แต่ภายหลังนางสุจินต์ กลับคำให้การว่าไม่เคยรับเงิน เช่นเดียวกับนางสุธรรม ที่ให้การต่อมาว่าไม่ได้นำเงินไปแจกจ่าย แต่นำเงินไปใช้ส่วนตัวจนการเลือกตั้งผ่านพ้นไป

 ดังนั้นศาลเห็นว่าพยาน กกต.ผู้ร้องมีพิรุธไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ อันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 ในวันที่ 23 ธ.ค.50 ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริต ที่จะให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่และเพิกถอนสิทธินายประสิทธิ์ ผู้คัดค้านที่ 2 กรณีที่มีผู้ร้องว่ามีการนำเงินไปแจกจ่ายให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือก ส.ส.พรรคพลังประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืน ม.53 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง และให้แจงประธานสภาผู้แทนทราบโดยเร็ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลมีคำสั่งยกคำร้อง นายจุลพันธ์ ผู้คัดค้านที่ 1 ได้จับมือแสดงความดีใจกับนายประสิทธิ์ ผู้คัดค้านที่ 2 , ทีมทนายความ และ น.ส.วิสาระดี เตชะธีระวัฒน์ ส.ส.เขต 2 เชียงราย พรรคเพื่อไทยที่เดินทางมาให้กำลังใจ ด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้ม

 ขณะที่นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ดีใจที่ศาลให้ความเป็นธรรม หลังจากนี้จะลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน และชี้แจงให้ทราบถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งการถูกยื่นคำร้องครั้งนี้ทำให้ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการขึ้นศาล ไม่มีเวลาได้พบปะประชาชน และรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เข้าร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา ส่วนการจะดำเนินกลับหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องดังกล่าวและไม่อยากคิดว่าการถูกยื่นคำร้องเป็นการกลั่นแกล้งเกมทางการเมือง แต่เห็นว่าเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนในการเลือกตั้ง

 ด้านนายประสิทธิ์ ซึ่งถูก กกต.ให้ใบแดงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้น กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่า ดีใจมาก ที่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากนี้จะกลับปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันที่ 27 มี.ค. นี้ เวลา 14.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งนัดฟังคำสั่ง กกต. ให้วินิจฉัย เรื่องคุณสมบัติขององค์กร ที่เสนอชื่อของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เป็น ส.ว.ในระบบสรรหา ภาคเอกชน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 240 และมาตรา 134 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 หลังจากที่ กกต.มีคำวินิจฉัยว่า นิติบุคคลอาคารชุดเซนจูรี ปาร์ค ที่เสนอชื่อนายเรืองไกร ไม่เข้าข่ายองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อตามรัฐธรรมนูญ